ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้งหมดนี้ชื่อว่า ศรัทธา เพราะเป็น
ความเชื่อที่ไตร่ตรองด้วยปัญญา สามารถ
พิสูจน์ได้ตลอดเวลา และอานิสงส์ที่ตาม
มาจากความเชื่อทั้งหมดนี้ก็คือ เมื่อเห็นว่า
ทุกอย่างที่ทำลงไปไม่สูญ ทุกคนก็จะทำ
แต่ความดี เพราะทราบว่า ทำดีได้ดี ทำชั่ว
ได้ชั่วแน่นอน
ธรรมชาติอย่างหนึ่งของผู้ทำความดี
คือทำไปบ่อยๆ เข้าจะมีความคุ้นเคยกับ
ความดี คุ้นกับความสุขที่ได้รับ จะเกิด
ความเกรงกลัวต่อสิ่งไม่ดี แล้วสิ่งที่จะได้
รับต่อไป ก็คือสุขที่เกิดจากมนุษย์สมบัติ
สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ
ดังเรื่องราวธรรมิกอุบาสก ผู้มีความ
ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า
ตลอดเวลาท
เวลาที่มีชีวิตอยู่นั้น จะปฏิบัติตาม
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทุกประการ ไม่
ว่าจะเป็นการทําทาน รักษาศีล และเจริญ
ภาวนา อีกทั้งยังชักชวนบุคคลรอบข้างให้
ปฏิบัติตามด้วย ยิ่งทำก็ยิ่งมีความสุข ได้
อุบาสกพูดกับพวกตน จึงหยุดนิ่งเสีย บุตร
ธิดาของอุบาสกก็ร้องไห้เสียใจพากันกล่าวว่า
“บิดาของพวกเราไม่เคยอิ่มด้วย
การฟังธรรม แต่บัดนี้ทั้งๆ ที่ให้มีมนต์ภิกษุ
มาสาธยายธรรมให้ฟังเอง แล้วห้ามเสีย
เอง บิดาคงกลัวต่อมรณภัย โอหนอ! สัตว์
ผู้ไม่กลัวต่อความตายคงไม่มีเป็นแน่แท้”
ภิกษุทั้งหลายปรึกษากันว่า “บัดนี้
มิใช่โอกาสเสียแล้ว” จึงลุกจากอาสนะ กลับ
ไปยังวัดเชตวันฯ
ธรรมิกอุบาสกได้ถามลูก ๆ ว่า “พวก
เจ้าร้องไห้ทำไม?"
“พ่อให้นิมนต์ภิกษุมาสาธยายธรรม
ให้ฟังแล้ว เมื่อท่านกำลังสวด พ่อก็ห้าม
เสียเอง พระจึงกลับหมดแล้ว ลูกๆ คิดว่า
ขึ้นชื่อว่าบุคคลผู้ไม่กลัวตายนั้นไม่มี จึง
ร้องไห้อยู่”
“พ่อพูดอย่างไร?” อุบาสกถาม
“พ่อบอกว่า ท่านทั้งหลายจงรอก่อน
ท่านทั้งหลายจงรอก่อนเถิด”
“พ่อมิได้พูดกับพระผู้เป็นเจ้า”
เป็นที่อยู่ของพระโพธิสัตว์, เทพบุตรพุทธ
มารดา
ทั้งหลาย”
และนักปราชญ์ราชบัณฑิต
ธรรมิกอุบาสกจึงว่า “ถ้าอย่างนั้น
เจ้าจงเสี่ยงอธิษฐานว่า ขอให้พวงมาลัยนี้
จงลอยไปสู่นภากาศคล้องยังรถที่มา
ชั้นดุสิต”
มาจาก
บุตรของเขาได้เหวี่ยงพวงมาลัยนั้น
ไปสู่เบื้องบน พวงมาลัยนั้นได้ลอยไปคล้อง
ที่แอกรถ ห้อยลงในอากาศ คนทั้งหลาย
ได้เห็นพวงมาลัยนั้น แต่หาได้เห็นรถไม่
ธรรมิกอุบาสก บอกบุตรว่า “พวงดอกไม้
นั้นห้อยอยู่ที่รถซึ่งมาจากชั้นดุสิต พ่อจะ
ต้องไปชั้นดุสิต พวกเจ้าอย่าวิตกเลย หาก
พวกเจ้าปรารถนาจะไปเกิดร่วมกับพ่อก็จง
ทำบุญทั้งหลายอย่างที่พ่อทำแล้ว”
ธรรมิกอุบาสกละอัตภาพการเป็น
มนุษย์แล้ว กายทิพย์ได้ปรากฏขึ้นในรถ
ที่มาจากสวรรค์ชั้นดุสิต
เมื่อพระภิกษุทั้งหลายกลับมาถึง
สร้างกุศลตามแนวทางของพระพุทธศาสนา
อย่างเต็มที่ แม้ช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ไม่
“ถ้าอย่างนั้นพ่อพูดกับใคร?”
เชตวนาราม พระศาสดาตรัสว่าอุบาสกได้
ฟังธรรมเทศนาแล้วหรือ? ภิกษุทั้งหลาย
ยอมหยุด
อุบาสกได้เล่าสิ่งที่ตนเห็นและได้
กราบทูลเล่าเรื่องทั้งปวงให้ทรงทราบ พระ
ในวันที่ธรรมิกอุบาสกจะละโลกไป ยืนให้บุตรฟังโดยตลอด
ศาสดาจึงตรัสเล่าความเป็นจริงให้ภิกษุทั้ง
นั้น ก็มีเทวดาจากสวรรค์ทุกชั้นมารอรับ
“พวกผมไม่เห็นรถเลย” ลูกว่า
ธรรมิกอุบาสกยังโลกมนุษย์ ให้ละกาย
“ลูกมีพวงมาลัยสำหรับพ่อบ้าง
หลายฟังว่า “ภิกษุทั้งหลาย! อุบาสกหาได้
กล่าวกับพวกเธอไม่” เป็นต้น
เนื้ออันเปรียบเสมือนหม้อดิน แล้วถือเอา
ไหม?”
กายทิพย์อันเป็นเสมือนหม้อทองคำ ขึ้นสู่
“มีพ่อ”
รถของตน เพื่อไปสู่เทวโลก
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงเอาพวงมาลัยมา
ภิกษุทั้งหลายทูลว่า “อุบาสกบันเทิง
ในท่ามกลางญาติในโลกนี้แล้ว ละโลกนี้ไป
แล้วเกิดในฐานะอันควรเป็นที่ชื่นชมอีก”
ในขณะนั้น ธรรมิกอุบาสกกำลัง
ฟังธรรมจากพระภิกษุอยู่ ไม่ปรารถนาให้
เป็นการขัดจังหวะแก่การฟังธรรมจึงกล่าว
ขึ้นว่า “ขอท่านจงรอก่อนเถิด”
ภิกษุทั้งหลายได้ยินดังนั้นเข้าใจว่า
ธรรมิกอุบาสกจึงถามต่อไปว่า “เทวโลก
ชั้นไหนน่ารื่นรมย์?"
ลูกๆ ตอบว่า “ชั้นดุสิตดี เพราะ
ให้พ่อเถิด”
เมื่อลูก ๆ เอาพวงมาลัยมาแล้ว
กัลยาณมิตร