ข้อความต้นฉบับในหน้า
มหาสมาคมในครั้งพุทธกาล โสดาบันถึง ๑ แสน 9 หมื่น ส่วนอีก ๑
๑
หากเราจินตนาการย้อนยุคไปถึง หมื่นที่เหลือก็มีความเลื่อมใสได้ประกาศ
สมัยพุทธกาล เราก็จะเห็นภาพที่เป็น ตนเป็นพุทธมามกะ
มหาสมาคมนี้ได้อย่างแจ่มชัด ไม่ว่า นี่ขนาดอยู่ในช่วงของการประ
พระองค์จะเสด็จไปที่ใดหรือประทับอยู่ กาศพระศาสนาใหม่ๆ ซึ่งพระเกียรติคุณ
ที่ไหน เมื่อมหาชนทราบข่าวเข้าก็จะ ของพระพุทธองค์ยังมิได้แพร่ขจายไป
พากันมาเฝ้าชมพระบารมีและฟังพระ เท่าใดนัก ก็ยังมีผู้คนหลั่งไหลมาฟัง
ธรรมเทศนากันเป็นอันมาก
อย่างเช่น ตอนที่พระพุทธองค์
เสด็จนำพระสาวก ๑,๐๐๐ รูป เป็นธรรม
ยาตราสู่นครราชคฤห์ และได้ทรงแสดง
ธรรมโปรดพระเจ้าพิมพิสาร และชาว
นครราชคฤห์เป็นครั้งแรก ณ สวนตาล
หนุ่มนั้น ก็ปรากฏว่ามีข้าราชบริวาร
และชาวเมืองติดตามพระเจ้าพิมพิสาร
มาฟังธรรมถึง ๑ แสน 6 หมื่นคน ยัง
ผลให้เป็นผู้มีดวงตาเห็นธรรม บรรลุ
กาล ส่วนใหญ่ก็มักจะมีอาณาบริเวณ
กว้างขวาง มีสภาพเหมาะสมเพียงพอ
ที่จะสามารถรองรับพุทธบริษัทจำนวน
มากๆ ได้ เช่น เชตวนาราม ปุพพาราม
โฆสิตาราม หรือนิโครธาราม เป็นต้น
โดยเฉพาะเชตวนารามที่ อนาถบิณฑิก
เศรษฐีเป็นผู้สร้างถวายนั้น การก่อ
สร้างอาคารและถาวรวัตถุต่างๆ ได้ทำ
อย่างประณีตงดงาม ทั้งแข็งแรงทน
ทานเป็นพิเศษ รวมค่าที่ดินและค่าก่อ
สร้างเป็นเงินทั้งสิ้นถึง ๕๔ โกฏิ ซึ่ง
ธรรมมากมายถึงเพียงนี้ แม้พระเจ้า
พิมพิสารเองก็ยังดำริว่าสวนตาลหนุ่ม
ที่รองรับผู้คนได้เป็นแสนๆ คนนั้นยังคับ
แคบและห่างไกลตัวเมืองเกินไป จึงได้
น้อมอุทิศพระราชอุทยานเวฬุวันที่กว้าง
ใหญ่และเหมาะสมกว่า ถวายให้เป็น
พระอารามแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
ไม่เพียงเฉพาะแต่เวฬุวนาราม
เท่านั้นที่มีขนาดกว้างขวางใหญ่โต แม้
พระอารามอื่นๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยพุทธ
คิดเป็นเงินปัจจุบันคงเป็นพันเป็นหมื่น
ล้านทีเดียว สำหรับความงามของเขต
วนารามนั้น ในคำภีร์ศาสนาได้กล่าว
ชมไว้ว่า แม้พระราชวังของพระเจ้า
ปเสนทิโกศล พระราชาผู้ทรงอานุภาพ
ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค ก็ยังงามสู้เชตวนา
กัลยาณมิตร
๔๘
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘