ความจริงของพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 2 หน้า 95
หน้าที่ 95 / 156

สรุปเนื้อหา

(ถ้าเพื่อนของคุณเกิดเจ็บหนัก แล้วพูดกับคุณว่า “โอ ทำไมฉันจึงต้องประสบทุกข์เช่นนี้” คุณคิดว่าเขามอง โลกในแง่ร้ายไหมครับ) face (v) = เผชิญ, ประสบ A: No, not at all. He tells the truth. Illness always causes us a lot of sufferings, (ไม่เลยครับ เขาพูดความจริง ความเจ็บไข้ทำให้คน เรามีทุกข์มากมาย) B: who can avoid illness? Who can avoid old age, death and sorrow? It's fact that none can avoid sufferings. (มีใครหลีกเลี่ยงความเจ็บไข้ได้บ้าง มีใครหลีกเลี่ยง ความชรา ความตาย และความโศกเศร้าเสียใจได้บ้าง ไม่มีใครสักคนที่จะหลีกเลี่ยงความทุกข์ได้ นี่เป็นสัจ ธรรม) avoid (v) = หลีกเลี่ยง Consequently, we can say that Buddhism is neither pessimistic nor optimistic but realistic! This is because Buddhism teac

หัวข้อประเด็น

- ความจริงของพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

(ถ้าเพื่อนของคุณเกิดเจ็บหนัก แล้วพูดกับคุณว่า “โอ ทำไมฉันจึงต้องประสบทุกข์เช่นนี้” คุณคิดว่าเขามอง โลกในแง่ร้ายไหมครับ) face (v) = เผชิญ, ประสบ A: No, not at all. He tells the truth. Illness always causes us a lot of sufferings, (ไม่เลยครับ เขาพูดความจริง ความเจ็บไข้ทำให้คน เรามีทุกข์มากมาย) B: who can avoid illness? Who can avoid old age, death and sorrow? It's fact that none can avoid sufferings. (มีใครหลีกเลี่ยงความเจ็บไข้ได้บ้าง มีใครหลีกเลี่ยง ความชรา ความตาย และความโศกเศร้าเสียใจได้บ้าง ไม่มีใครสักคนที่จะหลีกเลี่ยงความทุกข์ได้ นี่เป็นสัจ ธรรม) avoid (v) = หลีกเลี่ยง Consequently, we can say that Buddhism is neither pessimistic nor optimistic but realistic! This is because Buddhism teaches us to realize that as long as we run on in this cycle of existence we can never avoid suffering. (ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้ มองโลกในแง่ร้าย หรือแง่ดี แต่มองโลกตามความ เป็นจริง! ทั้งนี้ก็เพราะพระพุทธศาสนาสอนให้เรา ตระหนักว่า ตราบใดที่เรายังวนเวียนอยู่ในห้วงสังสาร วัฏเราจะไม่มีวันเลี้ยงทุกข์ได้เลย) consequently (adv) = ด้วยเหตุนี้ = optimistic (adj) = มองโลกในแง่ดี = realistic (adj) = มองโลกตามจริง realize (v) = = ตระหนัก In fact, the Lord Buddha has not stated only the truth of suffering but he has also painted out that the greatest cause of suffering is craving. (อันที่จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้ตรัสสอน เฉพาะ ทุกขอริยสัจเท่านั้น แต่ยังได้ทรงชี้ให้ดูอีก ด้วยว่า สาเหตุสำคัญของทุกข์ก็คือ ตัณหา) craving (n) = ตัณหา Later, He has taught how to remove craving. When craving has already been removed then suffering ends. (ลำดับต่อมา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนวิธี ละตัณหา เมื่อตัณหาถูกละหมดสิ้นแล้ว ความ ทุกข์ก็เป็นอันยุติ) remove (v) = ละ, ก๋าจัด If we take the Four Noble Truths into consideration, we can see that the central concept of this discourse is the relationship between cause and effect: the first two Truths are the cause, while the rest are the effect. (ถ้าเราพิจารณาอริยสัจ ๔ อย่างรอบคอบก็จะเห็น ว่าประเด็นสำคัญของธรรมะหมวดนี้ คือความ สัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล อริยสัจสองข้อแรก เป็นเหตุ สองข้อหลังเป็นผล) take....into consideration = พิจารณาอย่าง รอบคอบ central concept = ประเด็นสําคัญ relationship = ความสัมพันธ์ = the rest (v) = สิ่งที่เหลือ In conclusion, the idea of cause and effect Is the real heart of Buddhism and it is at the heart of the Four Noble Truths. (โดยสรุป หัวใจพระพุทธศาสนาที่แท้จริงก็คือ เรื่องของเหตุและผลซึ่งเรื่องนี้เป็นหัวใจของอริยสัจ ด้วย) กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More