ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒. ทุกคนสามารถเห็นและเข้าถึงธรรมชาตินิสุทธิ์นี้ได้
เหมือนกันหมด (สนทิฐิโก) โดยไม่มีเว้นว่างผู้นุบว่าเขาจะเป็นเชื้อชาติ
เผ่าพันธุ์ใด เพศใด วัยใด นับถือศาสนาใด หรือไม่นับถือศาสนาใด ๆ
ทั้งสิ้น หากมีศรัทธามาศึกษาและปฏิบัติอย่างจริงจังและถูกวิธีเมื่อใด
ก็เข้าสิทธินี้ได้เมื่อนั้น (อภิสลิโก) และเป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตน (ปจฺจตฺตา)
๓. เมื่อเข้าสิทธิแล้ว ยอมมีความรัก ความเมตตา
ปรารถนาให้ผู้อื่นเข้าถึงเหมือนตน (เอกิษสิโก) จะทำให้เพื่อน
ร่วมโลกโดยทั่วหน้ากัน
๔. เมื่อเข้าสิทธแล้ว ธรรมนี้จะมีอำนาจในการกำจัดโลภ
ที่อ่อนเนื่องอยู่ในใจของมนุษย์ผู้นั้นโดยเฉพาะ ให้หมดสิ้นได้โดย
ลำดับและโดยเด็ดขาด บรรลุความสุขสุดผจง คือพระนิพพาน ประสบ
แต่ความสุขอันเป็นอมตะ โดยไม่มีความทุกข์ใด ๆ มาแทรกพานใจคือ
เลย ดั่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน รตนสูตร ว่า
"ธรรมนี้ เป็นรัตนะ ประณีต ไม่มีรัตนะใด ๆ เสมอ
มีอำนาจกำจัดโลภ กำจัดราคะได้เป็นอมตะ"
ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนสถานภาพตนเองจากบุคคลผู้นิสุขแห่
หนาปัญญาหายบา มาเป็นพระอริยะบุคคลระดับสูงสุด พ้นจากอำนาจของ
พญามารและภัยทั้งปวงในวัฏสงสาร เป็นบุคคลพันโลก เมื่อละโลกไปแล้ว
ก็ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏอีกต่อไปโดยสิ้นเชิง
ดังเช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันต์สาวกทั้งปวง
___
(ขุ. ช. ๒๕/๔/๑๐ (แปลมจร)