ข้อความต้นฉบับในหน้า
อธิษฐานจิติกขา (สมาธิ) และอธิษฐานจิติกขา (ปัญญา) ซึ่งนับตั้งแต่ตรัสรู้แล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มีได้ทรงหยุดยังการปฏิบัติไตรสิกขาดังกล่าว ยังทรงมุ่งชีวิตบำเพ็ญเพียรเรื่อยไป แต่เป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นแก่ปฐมฌานอธรรมและเพื่อเป็นต้นแบบสำหรับพุทธสาวกทั้งปวง
มีข้อสังเกตอยู่ว่าการบำเพ็ญเพียรของพระสาวกทั้งหลายนี้แม้จะมุ่งปฏิบัติตามศาสนธรรม ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุปมาเป็นจำนวนไปไม่ ๓-๔ ใบในมือได้สมบูรณ์ จนกระทั่งหมดก็เสบรรลอรหัตผลเป็นพระอรหันต์แล้ว แต่การเห็นธรรมของพระอรหันต์สาวกทั้งหลายยังอยู่ในขอบเขตกำกัด ไม่กว้างไกลเท่ากับของพระพุทธองค์ ด้วยเหตุนี้ พระอรหันต์ทั้งหลายจึงงดงามท่มจิตบำเพ็ญไตรสิกขาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก เพื่อความรู้แจ้งแจ้งแทงตลอดในธรรมในส่วนที่พระองค์ไม่ได้มานำเสนอซึ่งอุปมาเหมือนจำนวนใบที่อยู่บนต้น ดังกระณีนาทพระสาธุรุ แม้ท่านปฏิบัติธรรมโดยบริสุทธิ์บริบูรณ์ บรรลุอรหัตผลเป็นพระอรหันต์แล้ว ท่านก็ยังบำเพ็ญไตรสิกขาเรื่อยไป อยู่จนวันหนึ่งขณะท่านหล่อเรือนเพื่อบำเพ็ญเพียรอยู่ในที่ส่ง ได้คุ้บพบความจริง ๗ ประการ คือ พระภิษุจะละอกูลให้หมดไปได้ และเจริญกุศลให้เกิดขึ้นได้เพราะภิษุสักการะ เคารพ และอศัย ๑. พระศาสดา ๒. พระธรรม ๓. พระสงฆ์ ๔. สิกขา ๕. สมัธ ๖. ความไม่ประมาท ๗. ปฏิสันถาร
๑๒ อง.สฎุตก. ๒๓๘/๒/๙/๕ (แปลมจร)
...........................................
ที่สุดแห่งธรรม ถึงได้ด้วยความเมรคา