ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔. ทำหน้าที่กัลยาณมิิตร บุคคลที่ได้รับศีลาปฏิสังขรณ์
จะมากน้อยเพียงใดก็มา ครังได้ลงมือปฏิบัติศีลธรรมเป็นกิจวัตร
ประจำวัน แม้ยังไม่สามารถบรรลุภูมิธรรมหรือลุถึงขั้นมรรค ผล และ
นิพพานก็ตาม แต่ก็จะมีความรู้ความเข้าใจซึ่งในคุณของพระธรรม
ถึงขั้นสามารถนำถ่ายทอดให้บุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
บุตร ธรรยา หรือสามี และผู้ใต้บังคับบัญชาให้เกิดความรู้ความเข้าใจ
พระธรรม เกิดศรัทธาที่จะปฏิบัติตามธรรมได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าคิดว่า
ตนเองยังไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ทางธรรมได้ ก็อาจจะชักชวนบุคคล
ใกล้ชิดดังกล่าวไปรฟบรรพธรรมที่วัดหรือจากสื่อต่าง ๆ ซึ่งแสดงโดย
พระภิฏฐุพุทธอุปัฏฐากธรรม ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ เพียงเท่านี้ก็ได้
ชื่อว่า ได้ทำหน้าที่กัลยาณมิิตร แล้ว
ขอให้ท่านผู้อ่านได้ระลึกถึงความจริงคู่โลกอย่างหนึ่งว่า
คนเราโดยทั่วไปมีสติสัมปชัญญะตามปกตินี้ จะกัดการแวงหา
ความรู้เพื่อเพิ่มเติมปัญญาของตน ไม่ให้กลายเป็นคนหลัง แต่
ความรู้ที่พวกเขาต้องการนั้น จำกัดขอบเขตอยู่แค่ความรู้ทางโลก
เท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการทำมาหากิน เพื่อความมั่งคั่ง
ร่ำรวย พวกเขาไม่ต้องการความรู้ทางธรรม เนื่องจากอวิชาทำให้
พวกเขาไม่รู้ชีวิตนี้เป็นทุกข์ อวิชาทำให้เขาคิดว่าความสุขใจ
ในชีวิตนั้นหาได้จากกามคุณ ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส
อวิชานี้เอง ที่ทำให้พวกเขาทำความชั่วได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจ
ตำแหน่ง และความมั่งคั่งร่ำรวย จะได้เป็นทางมาแห่งกามคุณ ๕
สำหรับบำเรอความต้องการของตน จึงเป็นที่มาของลักฐิอัตถุนิยม