ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความรู้จึงประมวลมาจากพระปรีชาสิทธรรมนั้น ได้กล่าวถึง
อนิสงส์ของบุญกิริยาวัตถุ ๓ ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้
๑) ทาน จะยังผลให้ผู้ปฏิบัติมีความมั่งคั่งบริบูรณ์ข้ามภพข้าม
ชาติมีเสียงพร้อมพรั่ง ไม่ขาดกบกพร่อง ตลอดเวลาแห่งการสังสม
บารมีขณะเดินทางไกลในสังสารวัฏ ทำให้มีเวลาเต็มที่สำหรับการ
บำเพ็ญเพียร อีกทั้งไม่ต้องประพฤติทุศีล เพื่อเลี้ยงชีวิตให้รอดพ้นจาก
ความอดอยากจน
๒) ศีล จะยังผลให้ผู้ปฏิบัติรื่นเริงด้วยกายและวาจา ซึ่งจะ
มีผลให้จิตใจผ่องใสไม่เศร้าหมอง อันเป็นเหตุให้มีโอกาสถือกินใน
สุดภิภูมิลอดไป ถ้ alternatively เกิดในโลกสวรรค ก็จะได้บังเกิดในอานา
บริเวณของพระโพธิสัตว์ผู้มุ่งหวังชีวิตเพื่อการบรรลุธรรม แต่ประการ
เดียว ไม่เสียเวลากับเรื่องโลภะอื่น ๆ ถ้าเกิดในโลกมนุษย์ ก็จะ
ได้บังเกิดในดินแดนที่ผู้คนทั้งหลายมุ่งมาดปรารถนาปรารถนาเพื่อ
ความสุขนั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นปฏิรูปเทสสำหรับมนุษย์ที่เดียว
ดังนี้ บุคคลที่ถวายศีลได้บริสุทธิ์บริบูรณ์ นอกจากจะเป็น
เครื่องประกันว่า ตนจะไม่ไปสู่สุคติ ไม่เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานแล้ว ยัง
จะเป็นเครื่องประกันว่าจะไม่เกิดเป็นคนพิกลพิการ ไข้อบปัญญาอ่อน
ถูกรุมล้อมด้วยโรคภัยไข้เจ็บ อายุสั้น แต่จะเป็นบุคคลที่มีรูปลักษณ์แข็งแรง
ส่งงาม เหมาะสมกับการบำเพ็ญกบนิทานอีกด้วย
๓) ภาวนา การเจริญสมาธิภาวนา จะยังผลให้เกิดความสงบ
ขึ้นในจิตใจ เมื่อความสงบในจิตใจถึงที่เรียกว่า สง่างโลง คือ
เสมอเหมือนหนึ่งมีแต่วันท่งร้อยดวงพุดดงามประชุมรวมกันที่กลางใจเรา