ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในวันนั้นเอง พระเจ้ากงพาราญสได้เสด็จเข้าไปยังพระราชอุทยาน เพื่อเรียนมนต์กลบูรกิจที่ท่านหนึ่ง ณ บริเวณโคนต้นมะม่วง นั้น พระองค์ประทับนั่งบนอาสนะสูงกว่าอาจารย์ในขณะที่เรียนมนต์ พระโพธิสัตว์ซึ่งแอบอยู่ข้างบนต้นมะม่วงเห็นดังนั้น จึงคิดว่า พระราชาประทับนั่งบนอาสนะสูงเรียนมนต์ ไม่ทรงเกียรติธรรม (ความรู้ที่กำลังเรียน) แม้พระมหาธรรมื่นอาสนะต่ำสอนมนต์ก็ไม่เคารพธรรม (ความรู้ที่กำลังสอน) แม็ตนเองผู้ใช้คำนี้ถึงชีวิต มาทำการช้อมมะม่วง ก็เป็นผู้ไม่เคารพธรรม (ศีล) พระโพธิสัตว์จึงตัดสินใจลงจากต้นมะม่วง มายืนอยู่ระหว่างพระราชาและปุโรหิต แล้วทราบกล่าวว่า “ข้าพระบาทเป็นคนฉิบหายแล้ว พระองค์ทรงเป็นผู้เถา ปุโรหิตเป็นคนตายแล้ว” พระราชาจึงรำลึกสาถเหตุที่บูรษเจิญตกกล่าวเช่นนั้น พระโพธิสัตว์กล่าวตอบว่า “กิจก็หลายที่เราทั้งหลาย (ทั้ง ๓) ทำแล้วนี้เป็นกิจลาภ (ไร้รายพาก ไม่เป็นธรรม) คนทั้งสองไม่เห็นธรรม คนทั้งสองเคลื่อนจากปกติเดิม คือ อาจารย์ยังนับอาสนะต่ำ บอมนต์ และศิษย์นั่งบนอาสนะสูงเรียนมนต์” ส่วนกิจลามกของพระโพธิสัตว์ก็คือ การทำตนเป็นโม่ย พราหมณ์นั่งตูโรหิตได้ตอบพระโพธิสัตว์ว่า “เราบริโภคข้าวสุกแห่งข้าวสาลีสอาด ปรุงด้วยเนื้อเพราะเหตุนี้ เราจึงไม่ช่องเสพธรรมห่างท้องไม่หวั่นธรรม) ที่พวกกูทั้งหลายผู้แสวงหาคุณเสร็จแล้ว”