ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทรงเข้าสมาบัติซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนปริณพาน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเคร่งครัดพระธรรมยิ่งกว่าอย่างใด ๆ ดัง
จะเห็นจากในราตรีที่จะเสด็จดับขันปริณพาน พระองค์ยังทรง
ประทานโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์ เปิดโอกาสให้ภิกษสงฌาณปัญหา
สงสัยเป็นวรรคสุดท้าย แต่ภิกษสงฌาณจำนวน ๕๐๐ รูป ที่ท่วมล้อมอยู่
ถึงนิ่งเงียบ แม้จะทรงเตือนให้ทูลถามถึง ๓ ครั้ง
ครั้นแล้วพระพุทธองค์จึงประทานพระโอวาท ที่ทรงแสดงม
ตลอด ๕๔ พระธรรม ซึ่งสรุปรวมเป็นเรื่อง ความไม่ประมาณ อย่าง
เดียวเท่านั้น ต่อจากนั้นก็ทรงเข้าสมาบัติ ออกจากสมาบัติ แล้ว
เข้าภาวนา ออกจากภาวนาแล้ว เข้าตรวจดูภาวนา ออกจากภาวนาแล้ว เข้าดูภาวนา ออกจากดูภาวนาแล้ว เข้าถึงสมาบัติแล้ว เข้าภาวนาอัญญาณ
เจตนะ ออกจากอัญญาณเจตนะสมาบัติแล้ว เข้าภาวนาอัญญาณ
เจตนะ ออกจากอัญญาณเจตนะสมาบัติแล้ว เข้าสัญญาณ
สัญญายตนะ ออกจากสัญญายตนะสัญญายตนะสมาบัติแล้ว ทรง
เข้าสัญญาเวทยน์โรร (นิธิสมาบัติ หมายถึง ดับสัญญา คือความ
จำได้ หมายรู้ และเวทนา คือการเสวยอารมณ์)
ท่านพระอานนท์สั่งเฝ้าระวังพระพุทธองค์ทรงเข้าในโรสมาบัติ
ไม่มีอัสสะปัสสะสะ (ลมหายใจเข้า-ออก) จึงถามพระอรุโธะว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้วหรือ ก็ได้รับคำตอบว่า ยังไม่เสด็จ
ปรินิพพาน แต่ทรงเข้าในโรสมาบัติอยู่ เหตุที่พระองค์ทรงตอบเช่นนั้น
เพราะท่านเข้าสมาบัตินัน ๆ พร้อมกับพระศาสดาด้วยตนเอง ณ จุดนี้
จึงทำให้รู้ว่า การทํากาละ (มรรคะ) ในระหว่างโรสมาบัติไม่มี