พระราชดำริและการพัฒนาประเทศ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 1 หน้า 62
หน้าที่ 62 / 128

สรุปเนื้อหา

“ทูลกระหม่อมแก้ว....โปรดเสด็จบ่อย ๆ เถิดพระพุทธเจ้าข้า เพราะด้วยเดชะพระ นักเรียนทุนของพระองค์ท่านทุกคน กลับ มาแล้วจะต้องทำงานกับพระองค์เท่านั้น บารมี ทำให้ป่าต้นลำธารยังคงมีอุดมสมบูรณ์ เท่านี้ปี แต่อยากให้ทุกคนกลับมาช่วยบ้าน ปวงข้าพระพุทธบาทจะได้อาศัยพักพิง มี ต้องคอยหวาดระแวงว่า ไหนป่าไม้จะถูก ตัดโค่นทำลาย ไร้ที่หลบภัย ไหนจะเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากพรากชีวิต แทบหนีเอาตัว ไม่รอด ไหนจะอยู่ท่ามกลางภัยอันตรายจาก น้ำมือมนุษย์ เห็นเพียงแต่พระองค์เท่านั้น... ที่จะเป็นที่พึ่งของปวงข้าฯ” ช่วยเมือง ช่วยสังคม ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้น มา ผมก็ตั้งใจว่า งานต่าง ๆ หรือสิ่งใดก็ตาม ที่ผมทำได้ ผมพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่าง ผมจะรับราชการตลอดชีวิตเพื่อสนองพระ ราชดำริ สนองพระมหากรุณาธิคุณของ พระองค์ท่าน อาจจะเป็นประเด

หัวข้อประเด็น

- พระราชดำริและการพัฒนาประเทศ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ทูลกระหม่อมแก้ว....โปรดเสด็จบ่อย ๆ เถิดพระพุทธเจ้าข้า เพราะด้วยเดชะพระ นักเรียนทุนของพระองค์ท่านทุกคน กลับ มาแล้วจะต้องทำงานกับพระองค์เท่านั้น บารมี ทำให้ป่าต้นลำธารยังคงมีอุดมสมบูรณ์ เท่านี้ปี แต่อยากให้ทุกคนกลับมาช่วยบ้าน ปวงข้าพระพุทธบาทจะได้อาศัยพักพิง มี ต้องคอยหวาดระแวงว่า ไหนป่าไม้จะถูก ตัดโค่นทำลาย ไร้ที่หลบภัย ไหนจะเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากพรากชีวิต แทบหนีเอาตัว ไม่รอด ไหนจะอยู่ท่ามกลางภัยอันตรายจาก น้ำมือมนุษย์ เห็นเพียงแต่พระองค์เท่านั้น... ที่จะเป็นที่พึ่งของปวงข้าฯ” ช่วยเมือง ช่วยสังคม ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้น มา ผมก็ตั้งใจว่า งานต่าง ๆ หรือสิ่งใดก็ตาม ที่ผมทำได้ ผมพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่าง ผมจะรับราชการตลอดชีวิตเพื่อสนองพระ ราชดำริ สนองพระมหากรุณาธิคุณของ พระองค์ท่าน อาจจะเป็นประเด็นนี้ด้วย นะครับ อีกประเด็นหนึ่งผมทำงานอยู่ที่กรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเปรียบ ชลประทาน อยู่ในฝ่ายวิชาการมาโดยตลอด ได้ดั่ง “พ่อพระภูมิพล” ของทวยราษฎร์ ตั้งใจจะเป็นนักวิชาการให้ดีที่สุดเท่าที่จะ เป็น"พ่อพระในดวงใจ” เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทำได้ เมื่อผู้ใหญ่เรียกตัวไปทำงานในปี ๒๕๑๗ ผู้ทรงมีน้ำพระทัยหนักแน่นดุจแผ่นดินแผ่ คือเป็นงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับแผนงาน กว้างยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทร ข้าแผ่นดินเย็น ติด ศิระเพราะพระบริบาลตลอดไป มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ตามรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทมากกว่า ๑๓ ปี เพราะได้ตระหนักและซาบซึ้งในพระ มหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ท่านจึงตั้งใจ บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสมหามงคล สมัยที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ ศกนี้ ซึ่งไม่ แหล่งน้ำทุกอย่าง ทั้งที่เกี่ยวกับโครงการ พระราชดำริด้วย ตั้งแต่ของภาคตะวันออก- เฉียงเหนือทั้งหมด ผู้ใหญ่มอบหมายให้ผม รับมาเป็นภาระ ผมก็ตามเสด็จฯ เรื่อยมา จนกระทั่งสักสองสามปีมานี้ ก็ได้มารับผิด ชอบงานในโครงการพระราชดำริโดยตรง ช่วยคิดโครงการให้ ทั้งประสานงานและ ดูแลโครงการเนื่องมาจากพระราชดำริให้ พระองค์ท่าน... มีผู้เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งท่านยังศึกษา มีวิธีใดที่จะทดแทนพระมหากรุณาธิคุณ ต่ออยู่ที่สหรัฐอเมริกา คุณปราโมทย์จะนำ ได้ยิ่งกว่าวิธีนี้อีกแล้ว ท่านได้เล่าด้วยประ โยคที่แสนประทับใจว่า “ในวันมหามงคลเช่นนี้ ผมไม่มีสิ่ง ใดที่จะถวายพระองค์ท่าน นอกจากถวายใจ คุณปราโมทย์ ไม้กลัด วิศวกรชลประทาน ๔ ฝ่ายโครงการชลประทานตามพระราช ดำริ ผู้ถวายดวงใจที่บริสุทธิ์ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา นายช่างใหญ่แห่งกรมชลประทาน เล่าถึงวิถีชีวิต ที่ได้เข้ามารับใช้เบื้องพระ ยุคลบาทว่า พระบรมฉายาลักษณ์มากราบไหว้ทุกคืน “ครับ คือการที่เราได้รับพระราชทาน ทุนอานันทมหิดลนี้ ก็ถือว่าเป็นพระมหา กรุณาธิคุณอย่างยิ่งเฉพาะบุคคลอยู่แล้ว ผมจึงนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ไปด้วย ทุกคืนผมจะกราบเคารพสักการะ พระรัตน ตรัย และพระบรมฉายาลักษณ์ควบคู่กัน ความประทับใจในระหว่างตามเสด็จใต้เบื้อง พระยุคลบาท คุณปราโมทย์ กล่าวอย่างอารมณ์ ดีว่า “โอ๊ย ความประทับใจต่าง ๆ นี้นะครับ มีมากมายจริงๆ ผมอยากจะพูดว่าความ มุ่งมั่นในพระราชหฤทัยที่จะช่วยเหลือประ ชาชนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของ เรานั้น แน่วแน่มาก เรียกว่า ขณะนี้ทรง เป็นพระมหากษัตริย์ แล้วทรงน้อมพระองค์ ลงมาช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชน ช่วยเหลือ รัฐบาล ช่วยเสริมในงานพัฒนาตามท้องถิ่น ชนบทห่างไกลที่ยังขาดการพัฒนาอยู่ นับ ว่าทรงลำาบากตรากตรำพระวรกายเป็น อย่างยิ่ง แต่ทรงมุ่งมั่นพระราชหฤทัยใน เรื่องนี้สูงมากและตลอดเวลา ไม่ใช่เพียง ในสมัยนี้เท่านั้น หรือที่เห็น ๆ กันอยู่นี้เท่า นั้นนะครับ สมัยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ โปรด ที่จะเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ไปประทับตามชนบท ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ตอนนั้นยังไม่มีที่อื่น พระองค์ทรง เล่าให้ฟังว่า เวลากลางวันจะทรงขับรถจี๊ป ออกไปในป่าสำรวจพื้นที่ในบริเวณนั้นทรง พบเห็นภูมิประเทศแน่ชัดจากการได้เสด็จ พระราชดำเนินเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ แถบนั้น เห็นเขาทำไร่สับปะรด ปลูกมันสำ ปะหลัง ทรงเล่าว่าพื้นที่แถบนั้นแห้งแล้ง กันดาร ทรงรู้เห็นด้วยพระองค์เองว่าเขา ประสบปัญหาการทํามาหากิน มีความทุกข์ ยากอย่างไร ทรงรู้เห็นมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ ยังทรงหนุ่ม ๆ มีรับสั่งว่าทรงคิดเสมอ ๆ ว่าจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร ทรงคิดว่าประ เด็นที่หนึ่งต้องช่วยเหลือเขาเรื่องปัญหาให้ เขาได้ทำเกินได้อย่างทั่วถึง ต้องช่วยรับเรื่อง ไปด้วย ผมคิดอย่างนักเรียนทุนของท่าน จัดสรรที่ดิน ปฏิรูปที่ดินอะไรทำนองนี้ โครง นะ คิดว่านักเรียนทุนทุกคนคงคิดเช่นนี้ การพระราชดำริเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมาตั้งแต่ “ผมได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิ เพราะพระมหากรุณาธิคุณเหลือล้นพูดง่ายๆ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ เศษ คล ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี ๒๕๐๗ กลับมาในปี ๒๕๑๐ ก็ได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทถึงขอร้อง ว่า ทรงไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ๔๘ เหมือนชุบเลี้ยงชีวิตส่งเสริมให้ได้มีโอกาส ดีกว่าผู้อื่นอีกมากมาย เทียบกับทุนอื่น ๆ เรามีความภูมิใจกว่ากันเยอะ” เมื่อวารสารกัลยาณมิตรเรียนถามถึง พระองค์ทรงสังเกตว่าแทบทุกแห่ง ประชาชนขาดแคลนน้ำ ไปที่ไหนมีแต่ฝุ่น แห้งแล้งไปหมดแล้วทรงเริ่มโครงการเกี่ยว กับแหล่งน้ำมาตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๐๕ มี มกราคม ๒๕ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More