ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านใดไว้ วันนี้รีบไปขอขมา อ่อนน้อม
ถ่อมตนเข้าไป นำดอกไม้ธูปเทียนเข้าไป
ไหว้ขอขมาท่าน ขจัดเรื่องขุ่นข้องหมองใจ
เหล่านั้นให้หมดไป ใจสบาย ใจเปิด บุญก็
หลั่งไหลมาด้วยอำนาจของความอ่อนน้อม
ถ่อมตนต่อผู้ใหญ่
๘
วิธีที่แปด ธัมมัสสวนมัย (อ่าน ทำ
มัด-สะ-วะ-นะ-มัย) ทำบุญด้วยการฟังธรรม
หรือการฟังธรรมตามกาล ไปหาหลวงพ่อ
หลวงปู่ขอให้ท่านเทศน์ให้ฟัง หรือไปขอฟัง
โอวาทจากครูบาอาจารย์, ผู้บังคับบัญชา ให้
ท่านได้ช่วยชี้ข้อผิดพลาดในตัวเรา เราจะได้
ตั้งใจกลับตัวเป็นลูกศิษย์เป็นลูกน้องที่ดี ความ
ขุ่นข้องหมองใจก็หมดไป ถ้าปรากฏว่าใน
สถานที่นี้เราเป็นผู้ใหญ่ที่สุด ไม่รู้จะไปฟังธรรม
ที่ไหน ก็ไปหยิบพระไตรปิฎก หนังสือธรรมะ
ต่าง ๆ หรือฟังเทปธรรมะ
อย่างนี้เรียกว่า
ได้บุญจากการฟังธรรม
บุญเกิดด้วยการทำความเห็นให้ตรงตาม
ทำนองคลองธรรม ในกรณีนี้คือ นั่งสมาธิ
ให้ใจใสแล้วมองนิ่ง ๆ ไปในศูนย์กลางกาย
พิจารณาความประพฤติของตัวเราเองว่ามี
ข้อบกพร่องอะไรอยู่แล้วให้รีบแก้ไข
เรา
ได้ฟังเทศน์ ฟังโอวาทจากผู้ใหญ่มาแล้ว
ได้ให้โอวาทแก่ผู้อยู่ในปกครองของเราแล้ว
คราวนี้ถึงเวลาเทศน์สอนตัวเองบ้างแล้ว
แต่จำไว้เถอะ ลูกเอ๊ย เทศน์ให้คนอื่นฟังยังไม่
ยากเท่ากับเทศน์ให้ตัวเองฟังหรอก
เพราะคอยจะเข้าข้างตัวเองอยู่เรื่อย เพราะ
ฉะนั้น วันนี้ต้องนั่งสมาธิให้ใจใส ไม่เข้า
ข้างตัวเอง ไม่เข้าข้างใครด้วย แล้วพิจาร
ณาความประพฤติของตนเองตามความ
เป็นจริง
ทำครบ ๑๐ ประการนี้ละก็ ชื่อว่าเราได้
วิธีที่เก้า ธัมมเทสนามัย ทำบุญด้วย ปฏิบัติสมควรกับวันเกิดของเราแล้ว
การสั่งสอนธรรม คือให้โอวาท ให้ธรรม
ทาน ในตอนเช้าได้ไปฟังเทศน์ ไปฟังโอวาท พระคุณของผู้ให้กำเนิด
จากครูบาอาจารย์มาแล้ว ถ้าเราเป็นหัวหน้า
ครอบครัว ก็เรียกภรรยาเรียกลูกมาเล่าธรรมะ
ให้ฟัง ถ้าเป็นแม่บ้านก็ให้การอบรมลูกของเรา
ทั้งกิริยามารยาทและคุณธรรมแก่ลูก ๆ ของเรา
ถ้าเราเป็นผู้บังคับบัญชา ก็พาลูกน้องไปเลี้ยง
ข้าวปลาอาหารสักวันหนึ่งแล้วให้โอวาท ไม่
ว่าเราจะมีสถานภาพใดให้ปลูกฝังคุณ
ธรรมลงในใจของผู้ที่อยู่ในปกครองของ
เรา ทำอย่างนี้ได้บุญ
๑๐
การสร้างบุญส่วนที่สอง คือ การทด
แทนพระคุณบิดามารดา ที่เป็นผู้มีพระคุณ
อันยิ่งใหญ่สุดจะประมาณได้ต่อเรา มีผู้อุปมา
ไว้ว่า หากเราใช้ท้องฟ้าแทนกระดาษ ยอดเขา
พระสุเมรุแทนปากกา น้ำในมหาสมุทรแทน
หมึก เขียนบรรยายคุณของพ่อแม่ จนท้องฟ้า
เต็มไปด้วยอักษร ภูเขาสึกกร่อนจนหมด น้ำใน
มหาสมุทรเหือดแห้ง ก็ยังบรรยายคุณของ
พ่อแม่ไม่หมด ที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านมีคุณ
ความดีต่อเราอย่างยิ่ง ๒ ประการคือ
๑. เป็นต้นแบบทางกาย เราได้อาศัย
พ่อแม่เป็นแบบให้เราได้เกิดเป็นคน ซึ่งเป็น
วิธีที่สิบ ประการสุดท้าย ทิฏฐชุกัมม์ โครงร่างที่ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย เหมาะ
ในการทำความดีทุกประการ เราจึงสามารถ
ใช้ความรู้ความสามารถประกอบคุณความดี
ได้เต็มที่ พระคุณของพ่อแม่ในการเป็นต้นแบบ
ทางกายให้เรา ก็นับว่ามีมากเหลือหลายแล้ว
ยิ่งถ้าท่านอบรมเลี้ยงดูเรามา เป็นต้นแบบ
ทางใจให้ด้วย ก็ยิ่งมีพระคุณมากเป็นอเนก
อนันต์
๒. เป็นต้นแบบทางใจ ให้ความ
อุปการะเลี้ยงดู ฟูมฟัก ทะนุถนอม อบรม
สั่งสอน ปลูกฝังกิริยามารยาท ให้ความรู้ทั้ง
ทางโลกและทางธรรมแก่ลูก
การทดแทนพระคุณ
คุณพ่อคุณแม่
การจะทดแทนพระคุณของท่านทั้งสอง
มีวิธีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ไว้โดย
สรุป ๒ วิธีคือ
๑. ประกาศคุณท่าน
๒. ตอบแทนคุณท่าน
การประกาศคุณท่าน คือการทำให้ผู้อื่น
รู้ว่า พ่อแม่มีคุณแก่เราอย่างไรบ้าง มากน้อย
เพียงใด เรื่องนี้มีคนคิดทำอยู่มากเหมือนกัน
แต่ส่วนมากไปทำตอนงานศพ คือเขียนประวัติ
สรรเสริญคุณพ่อแม่ในหนังสือแจก การ
กระทำเช่นนี้ก็ถูก แต่ถูกเพียงเปลือกนอก
ผิวเผินนัก ถ้าเป็นการกินผลไม้ก็แค่เคี้ยวเปลือก
เท่านั้น ยังมีทำเลที่จะประกาศคุณพ่อแม่ที่
สำคัญกว่านี้คือ ที่ตัวเรานี่เอง
คนทุกคนคือตัวแทนของพ่อแม่ตนทั้งนั้น
เลือดก็แบ่งมาจากท่าน เนื้อก็แบ่งมาจากท่าน
ตลอดจนนิสัยใจคอก็ได้รับการอบรมถ่ายทอด
มาจากท่าน ความประพฤติของตัวเรานี่แหละ
จะเป็นเครื่องประกาศคุณพ่อแม่อย่างโจ่งแจ้ง
ที่สุด ไม่ใช่อยู่ที่หนังสือแจก ไม่ใช่อยู่ที่หีบ
ศพบนเชิงตะกอน แต่อยู่ที่ตัวเรานี่เอง
พ่อแม่ของใครใครก็รัก เมื่อรักท่านก็
ประกาศคุณความดีของท่าน ประกาศด้วย
ความดีของตัวเราเองตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ยิ่งท่านยังมี
ชีวิตอยู่ การประกาศคุณของเราก็จะทำให้
๗๒
Kalyanamitra.org
มกราคม ๒๕๖๑