ข้อความต้นฉบับในหน้า
๘๒
“พระผู้เป็นเจ้าบิณฑบาตได้อาหารแล้วหรือ ขอรับ”
“ดูก่อนบุรุษผู้มีบุญมาก อาตมายังไม่ได้อาหาร
เลย” พระปัจเจกพุทธเจ้าอุปริฏฐะตอบ
“ขอพระผู้เป็นเจ้า จงหยุดรออยู่ที่นี่สักครู่เถิด
ขอรับ” อันนภาระนิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าให้รอแล้วรีบ
เข้าไปในบ้านถามภรรยาว่า “อาหารที่เป็นส่วนของฉันมี
อยู่หรือเปล่า”
“อาหารที่เป็นส่วนของพี่ มีอยู่จ้ะ” ภรรยาตอบ
อันนภาระไม่รอช้า กลับออกไปรับบาตรจาก
พระปัจเจกพุทธเจ้ามา แล้วพูดกับภรรยาว่า
“การณ์ที่เราทั้งสองต้องรับจ้างเขา มีสภาพ
จน ๆ อยู่เช่นนี้ ก็เพราะเราทั้งสองไม่เคยได้กระทำ
บุญไว้ในชาติก่อน เมื่อเราคิดจะให้ทาน ของที่จะ
ให้ทานก็ไม่มี เมื่อของที่จะให้ทานมีอยู่ แต่ผู้ที่จะ
รับทานไม่มี มาวันนี้เราได้พบพระอุปริฏฐปัจเจก
พุทธเจ้าแล้ว ทั้งอาหารที่เป็นส่วนของฉันก็มีอยู่
เธอจงนำอาหารที่เป็นส่วนของฉัน ใส่ลงในบาตร
นี้เถิด”
ภรรยาของอันนภาระเป็นคนมีปัญญาดี พอฟัง
สามีพูดดังนั้นแล้ว ก็คิดว่า “สามีของเรายินดีถวาย
อาหารที่เป็นส่วนของเขา แด่พระปัจเจกพุทธเจ้า
เราก็ควรจะได้ร่วมถวายทานในครั้งนี้ด้วย” คิดดังนี้
นางก็นำอาหารที่เป็นส่วนของตนมาใส่ลงในบาตรนั้น
ร่วมกับส่วนของสามี
ครั้นแล้วอันนภาระก็นำบาตรที่ใส่อาหารสองส่วน
นั้นไปถวายแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วตั้งความปรารถนา
ว่า “ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย พ้นจากการมีชีวิตอัน
ลำบากยากเข็ญเช่นนี้เสียทีเถิด และคำว่า “ไม่มี”
อย่าได้ฟังเลย ขอรับ”
พระอุปริฏฐปัจเจกพุทธเจ้า ตรัสว่า
“ดูก่อนบุรุษผู้มีบุญมาก ขอจงสำเร็จดังเธอ
ปรารถนาเถิด”
เวลาพระปัจเจกพุทธเจ้าฉันเสร็จ อันนภาระก็
ถวายน้ำสำหรับล้างบาตร แล้วพระปัจเจกพุทธเจ้า
กล่าวอนุโมทนาว่า
“อิจฉิต ปตฺถิต ตุยห์ ขิปปเมว สมิชฺฌตุ สพฺเพ
ปูเรนฺตุ สงกปปา จนฺโท ปณฺณรโส ยถา
แปลว่า “ขออิฏฐผล (ผลสำเร็จ) ที่ท่านปรารถนา
แล้ว ตั้งใจแล้ว จงสำเร็จโดยฉับพลัน ขอความดำริทั้งปวง
จงเต็มที่เหมือนพระจันทร์ในวันเพ็ญ”
เมื่อกล่าวอนุโมทนาจบ พระอุปริฏฐปัจเจกพุทธเจ้า
ก็เดินทางกลับไปตามมรรคา
ในขณะนั้น เทวดาผู้สิงอยู่ที่กัมพูฉัตรของสุมน
เศรษฐีก็ให้ “สาธุการ” คือ การเปล่งวาจาว่าชอบแล้ว
ในสิ่งที่เห็นสมควร โดยเปล่งขึ้น ๓ ครั้งว่า
“โอ! ทานที่ถวายพระอุปริฏฐปัจเจกพุทธเจ้านั้น
เป็นทานอันยอดเยี่ยม ดังนี้”
สุมนเศรษฐีได้ยินเสียงสาธุการของเทวดาแล้วเกิด
สงสัย เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงถามว่า
“ข้าพเจ้าบริจาคทานมาจนตลอดกาลนานถึง
เพียงนี้ ท่านไม่เคยเห็นเลยหรือ จึงเพิ่งจะมาให้สาธุการ
ในวันนี้”
เทวดานั้นตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่ได้ให้สาธุการ
ในการบริจาคทานของท่าน ข้าพเจ้าให้สาธุการในการ
บริจาคอาหารบิณฑบาตแด่พระอุปริฏฐปัจเจกพุทธเจ้า
ของอันนภาระต่างหาก”
สุมนเศรษฐีฟังคำบอกเล่าถึงเหตุผลเข้าใจแล้ว
จึงคิดว่า “เรื่องนี้เป็นที่น่าอัศจรรย์นัก เราให้ทานมาจน
ตราบสิ้นกาลนานถึงเพียงเท่านี้ ไม่อาจดลบันดาลเทวดา
นั้นให้เปล่งสาธุการแก่เราได้ อันนภาระผู้อาศัยเรา
เลี้ยงชีพ แต่เขาใส่บาตรพระปัจเจกพุทธเจ้าเพียงครั้งเดียว
ก็ยังได้รับสาธุการจากเทวดา ควรที่เราจะกระทำ
บิณฑบาตนั้นให้เป็นของเรา” คิดดังนี้แล้ว จึงเรียก
อันนภาระมาถามว่า
อันนภาระจัดแจงปูผ้าขาวลงในสถานที่ที่เห็น
สมควรแห่งหนึ่ง แล้วจึงนิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าให้ หรือไม่”
นั่งฉันจังหัน และพระปัจเจกพุทธเจ้าก็นั่งลงฉันจังหัน
ในสถานที่นั้น
“อันนภาระ วันนี้เธอได้บริจาคทานอะไรแก่ใคร
“ข้าแต่ท่านเศรษฐี กระผมได้ใส่บาตรแด่พระ
ปัจเจกพุทธเจ้าอุปริฏฐะ ขอรับ” อันนภาระตอบไป
Kalyanamitra.org
มกราคม ๒๕๖๑