ข้อความต้นฉบับในหน้า
NTTIAN bene
เข้าช่วยประกอบอาหาร ส่วนแม่ครัวก็ดูแลให้ยอร์ช
อาหารรับประทาน
"เจ้ากินอาหารไม่พอเลย” นางบ่น “ซักรีดออก
มากมายเช่นนี้ เจ้าตัวเล็กเกินไป”
ถูกแล้ว ยอร์ชตัวเล็กมากสำหรับเด็กอายุ
สิบสามขวบ เขาต้องยืนขึ้นบนม้าเล็ก ๆ เสียก่อน
จึงจะเอื้อมมือไปถึงถังซักฟอกได้ แต่เขาก็รู้สึก
เพลิดเพลินในการจุ่มแขนลงไปในฟองสบู่ที่มีไอ
พลุ่งอยู่ เขาขยำเสื้อผ้าอย่างแรงจนสิ่งเปื้อนเปรอะ
ออกหมด เมื่อเอาผ้ามารีดและพับเรียบร้อยแล้ว เขาก็
แลดูผลงานของเขาด้วยความปิติอย่างสัญชาตญาณของ
ศิลปิน ที่ได้แปลงสิ่งน่าเกลียดให้กลายเป็นสิ่งที่สวยงาม
ขึ้นได้
กว่าจะถึงเวลาที่ยอร์ชงักไปแสดงตัว ณ อาคาร
โรงเรียนตรงจัตุรัสนั้น ครูคนหนึ่งในโรงเรียนนี้ก็รู้จักเขา
แล้ว ทั้งบิดามารดาของเด็กอีกหลายคนก็ได้เคยให้งาน
เขาทำ อาคารโรงเรียนมีขนาดใหญ่โต มีห้องหลาย
ห้อง : ยอร์ชยืนรั้งรออยู่ในห้องประชุม แม้จะได้เคย
มีคนบอกให้ความมั่นใจแก่เขามาก่อนแล้ว เขาก็ยังรู้สึกว่า
ไม่น่าจะมีทางที่เขาจะเข้าโรงเรียนนี้ได้
ขึ้น ·
“หนูน้อย เจ้ามาเข้าโรงเรียนหรือ” มีเสียงถาม
ยอร์ชเงยหน้าขึ้นดูหญิงสาวที่ถาม พลางหวน
ระลึกไปถึงนางมาร์ติน หญิงสาวยิ้มกับเขา เธอเข้าใจใน
ความกระดากอายของเขาได้ตลอด เธอเคยเห็นเด็ก
ผิวดำคนอื่น ๆ มายืนท่าทางขลาด ๆ อยู่ที่ธรณีประตู
โรงเรียนหลายคนมาแล้ว แต่ก็ไม่มีใครบอบบางเท่า
แต่งกายเลวเท่าและมีกิริยาร้อนรนเท่ากับยอร์ช
เลย เธอได้พบว่ายอร์ชพูดเกือบไม่ได้ การพูดยัง
ยากสำหรับเขาอยู่ ยิ่งเมื่อเขาตกใจหรือตื่นเต้นด้วย
แล้ว เขาจะติดอ่างและพูดไม่ประติดประต่อกันเลย
แต่หญิงสาวก็สู้อดทนฟัง ในที่สุดยอร์ชก็ทำให้เธอเข้าใจ
ความประสงค์ได้ แล้วเธอก็พาเขาไปเข้าชั้นเรียน
ในขั้นต้น การกำหนดชั้นเรียนให้ยอร์ชไม่
สามารถจะทำได้ เขาอ่านหนังสือและสะกดตัวได้ดี รู้
วิชาคำนวณเพียงเล็กน้อยแต่เรียนได้เร็ว เขียนหนัง
บอกครูได้หลายอย่างในสิ่งที่ครูไม่เคยรู้มาก่อน
เวลานี้ทุกขณะยอร์ชมีงานทำอย่างเต็มมือ จนถึง
ท่วมท้นในบางเวลา ความตั้งใจของเขาได้จูงเขาให้
ก้าวหน้าไป เขาเริ่มอ่านหนังสือที่หาได้ทุกเล่ม
ครูของเขาให้เขายืมหนังสือมาอ่าน เขาอ่านหนัง
สือพิมพ์ของโรงแรม เขาฟังการสนทนาของคนเดิน
ทางแล้วจำได้หมด ไม่ลืมอะไรเลย
ยอร์ชมักคิดถึงป่าและสัตว์เล็ก ๆ ที่อยู่ในป่า
เสมอ ๆ ในทำนองเดียวกันกับที่คนอื่น ๆ คิดถึง
บ้าน เขาอยากจะได้เห็นสวนดอกไม้ แต่ก็ไม่มีเวลาที่
จะทำอะไรได้เลย นอกจากทำงานและไปโรงเรียนเท่านั้น
เมื่อความคิดถึงมีมากเกินไป เขาก็จะหาทางระบายออก
ด้วยการวาดภาพสิ่งเหล่านั้นลงบนเศษกระดาษ เขา
วาดภาพต้นไม้ ลำธาร กระต่าย กระรอก และดอก
ไม้ทุกสิ่งทุกอย่างที่บังเอิญนึกเห็นได้ บางครั้งก็
รักษากระดาษนั้นไว้ โดยซ่อนไว้ที่หลังโต๊ะเรียนบ้าง ไว้ใน
เล่มหนังสือบ้าง หรือไว้ที่ใต้เตียงนอนบ้าง ภาพเหล่านี้ดู
เหมือนจะทำให้สิ่งทั้งหลายกลับมาหาเขาอีก เขามิได้ลืม
สั่งเหล่านั้นเลย
วันหนึ่งครูต้องหยุดอธิบายวิชาภูมิศาสตร์ลงกลาง
คัน แล้วถามค่อนข้างเฉียบขาดว่า
"ยอร์ช วอชิงตัน ทำอะไรอยู่นั่น”
เธอได้สังเกตเห็นว่า ยอร์ชไม่ตั้งใจเรียนอยู่ครู่ใหญ่
เธอรู้สึกประหลาดใจที่ได้พยายามแล้วที่จะให้เขากลับตั้ง
ใจเรียนใหม่โดยไม่ต้องเรียกชื่อของเขา แต่เขาก็ไม่รู้
อีก ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ต่อไปอีก และทำ
ธุระง่วนอยู่บนแผ่นกระดาษ หนังสือเรียนของเขาคว่ำ
อยู่บนโต๊ะ เมื่อเธอถาม ยอร์ชได้เงยหน้าขึ้นแล้วชะงัก
เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อของเขา แต่ปรากฏชัดว่าใจของเขา
ได้ลอยไปไกล
ก่อนที่เขาจะเผลอตัวเต็มที่ได้มีการพูดกันในชั้น
เรียนถึงเรื่อง “เทือกภูเขาและเทือกเขา” ทันใดนั้น
ยอร์ชก็แลเห็นภาพเทือกเขาหลังบ้านของนายแฮร์มานน์
จาร์ก้าร์ ยอร์ชรู้สึกว่ากำลังยืนอยู่ ณ ประตูเรือนต้นไม้
อีกครั้งหนึ่ง รู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงของนายแฮร์
มานน์ จาร์การ์ กำลังพูดว่า “จงมองดูเทือกเขานั้น”
สือไม่ใคร่ได้ และไม่มีความรู้ในวิชาภูมิศาสตร์ ยอร์ชเกือบจะไม่สำนึกตัวเลยว่า ได้ทำอะไรลงไป
หรือประวัติศาสตร์เลย แต่ส่วนในวิชาธรรมชาติ ปลายดินสอดำในมือของเขาก็เริ่มวาดภาพเทือก
วิทยานั้น เขาได้ทำให้ครูประหลาดใจที่สามารถ เขาสูงเหล่านั้นพร้อมทั้งไร่องุ่น เทือกภูเขาอันสูง
Kalyanamitra.org
๙ต