อนุรุทธะและขนมไม่มี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 1 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 128

สรุปเนื้อหา

มกราคม ๒๕๖๑ อนุรุทธะเล่นแพ้อีก จึงใช้มหาดเล็กให้ไปขอขนมจาก พระมารดา พระมารดาจัดขนมส่งไปให้ตามคำขอถึง ๓ ครั้ง แต่พอถึงครั้งที่ ๔ สั่งมหาดเล็กไปบอกว่า ขนมไม่มี อนุรุทธะไม่เคยฟังเลย คำว่า “ไม่มี” จึงเข้าใจว่า เป็นขนมที่มีชื่อแปลกชนิดหนึ่ง จึงใช้มหาดเล็กไปบอก ให้พระมารดาส่งขนมชื่อไม่มีนั้นมาให้แก่ตน มหาดเล็กกลับมาทูลว่า “ข้าแต่พระแม่เจ้า ขอจงประทานขนมไม่มีนั้นเถิด พระเจ้าข้า” พระมารดาทรงดำริว่า “พระอนุรุทธะบุตรของเรา ไม่เคยฟังคำว่าไม่มี วันนี้เราจะให้บุตรของเรารู้จัก ความหมายคำนี้ด้วยอุบายสักอย่างหนึ่ง” จัดการครอบ ถาดทองคำเปล่าใบหนึ่งด้วยถาดทองคำอีกใบหนึ่ง แล้วส่งไป พวกเทวดาผู้รักษาพระนครปรึกษากันว่า “อนุรุทธศากยะ ครั้งเกิดเป็นอันนภาระ เป็นคน เกี่ยวหญ้า ได้เคยถวายข้าวที่เป็นส่วนของตนแด่พระ อุปริ

หัวข้อประเด็น

- อนุรุทธะและขนมไม่มี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มกราคม ๒๕๖๑ อนุรุทธะเล่นแพ้อีก จึงใช้มหาดเล็กให้ไปขอขนมจาก พระมารดา พระมารดาจัดขนมส่งไปให้ตามคำขอถึง ๓ ครั้ง แต่พอถึงครั้งที่ ๔ สั่งมหาดเล็กไปบอกว่า ขนมไม่มี อนุรุทธะไม่เคยฟังเลย คำว่า “ไม่มี” จึงเข้าใจว่า เป็นขนมที่มีชื่อแปลกชนิดหนึ่ง จึงใช้มหาดเล็กไปบอก ให้พระมารดาส่งขนมชื่อไม่มีนั้นมาให้แก่ตน มหาดเล็กกลับมาทูลว่า “ข้าแต่พระแม่เจ้า ขอจงประทานขนมไม่มีนั้นเถิด พระเจ้าข้า” พระมารดาทรงดำริว่า “พระอนุรุทธะบุตรของเรา ไม่เคยฟังคำว่าไม่มี วันนี้เราจะให้บุตรของเรารู้จัก ความหมายคำนี้ด้วยอุบายสักอย่างหนึ่ง” จัดการครอบ ถาดทองคำเปล่าใบหนึ่งด้วยถาดทองคำอีกใบหนึ่ง แล้วส่งไป พวกเทวดาผู้รักษาพระนครปรึกษากันว่า “อนุรุทธศากยะ ครั้งเกิดเป็นอันนภาระ เป็นคน เกี่ยวหญ้า ได้เคยถวายข้าวที่เป็นส่วนของตนแด่พระ อุปริฏฐปัจเจกพุทธเจ้า แล้วตั้งความปรารถนาว่า “การฟังคำว่า “ไม่มี” ขออย่ามีแก่ข้าพเจ้า การ รู้จักที่เกิดแห่งโภชนาหารก็จงอย่ามีแก่ข้าพเจ้า ดังนี้” “ถ้าอนุรุทธะนี้จักได้เห็นถาดเปล่า พวกเราจะเข้า สมาคมไม่ได้ ทั้งศีรษะของพวกเราก็จะแตกเป็น ๓ ภาค แล้วพวกเทวดาเหล่านั้น จึงบันดาลให้เกิดมีขนมทิพย์ เต็มถาดทองคำนั้น พอพวกมหาดเล็กวางถาดทองคำลงที่สนามเล่น ลูกขลุบ แล้วเปิดถาดทองคำที่กระทำเป็นฝาออก กลิ่นขนมก็หอมตลบไปทั่วพระนคร ครั้นอนุรุทธะหยิบขนมบริโภค เมื่อขนมนั้นกระทบ กับลิ้น รสของขนมก็ซาบซ่านไปตามเส้นรับรสอาหาร ตลอดทั้ง ๓ พันเส้น ท่านจึงคิดว่า “เราคงมิใช่ผู้เป็นที่รักของพระมารดาเสียแล้ว เวลานานมากถึงเพียงนี้ พระมารดาไม่เคยทอดขนมไม่มี อย่างนี้ให้แก่เรา ต่อไปนี้เราจะไม่บริโภคขนมอย่างอื่น” แล้วกลับมาวังทูลถามพระมารดาว่า “ข้าแต่พระมารดา หม่อมฉันเป็นที่รักของพระ มารดาหรือเปล่า” “ลูกเอ๋ย ลูกนี้เป็นที่รักยิ่งของแม่ เหมือนกับลูกตา ของผู้มีตาข้างเดียว และเหมือนกับหัวใจ ฉะนั้น” “แต่เหตุไร พระมารดาจึงไม่ทอดขนมชื่อว่า ไม่มี ให้หม่อมฉันชั่วระยะเวลานานถึงเพียงนี้” พระมารดาทรงนึกแปลกพระทัยเรื่องขนมไม่มี จึงตรัสถามมหาดเล็กว่า “มีอะไรอยู่ในถาดนั้นหรือ” “ข้าแต่พระแม่เจ้า ถาดนั้นมีขนมเต็มเปี่ยม และ ขนมนั้นหม่อมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย พระเจ้าข้า” มหาดเล็กกราบทูล พระมารดาจึงทรงดำริว่า “ชะรอยบุตรของเราจะเป็นผู้มีบุญญาภินิหาร กระทำไว้แล้วในอดีตกาล และเทวดาทั้งหลายคงจะ เอาขนมใส่ถาดนั้นเพื่อให้แก่บุตรของเราเป็นแน่” ครั้นแล้ว อนุรุทธะจึงทูลว่า “ข้าแต่พระมารดา นับต่อแต่นี้ไป หม่อมฉันจะไม่ บริโภคขนมอย่างอื่น ขอทอดแต่ขนมไม่มีให้หม่อมฉัน ก็แล้วกัน” จำเดิมแต่วันนั้นมา เมื่ออนุรุทธะทูลว่า “หม่อมฉัน อยากบริโภคขนม” พระมารดาก็ครอบถาดเปล่าด้วยถาด เปล่าอีกใบหนึ่งส่งไปให้ ฝ่ายเทวดาทั้งหลายได้จัดขนมทิพย์ส่งให้แก่ อนุรุทธะตลอดระยะเวลาที่อนุรุทธะยังเป็นคฤหัสถ์อยู่นั้น (อ่านต่อฉบับหน้า) กาลกำหนด, ระยะเวลายาวนานเหลือเกิน ที่กำหนดว่าโลกคือ สกลจักรวาล ประลัยครั้งหนึ่ง (ศาสนาฮินดูว่าเป็นวันหนึ่ง คืนหนึ่งของพระพรหม) ท่านให้เข้าใจด้วย อุปมาว่าเปรียบ เหมือนมีภูเขาศิลาล้วน กว้าง ยาว สูง ด้านละ ๑ โยชน์ ทุก ๑๐๐ ปี มีคนนำผ้าเนื้อละเอียดอย่างดีมาลูบครั้งหนึ่ง จนกว่า ภูเขานั้นจะสึกหรอสิ้นไป กับหนึ่งยาวนานกว่านั้น ๒ คนมีทรัพย์ คนมั่งคั่ง ๓ ภัตตะ+อนุโมทนา ให้พรหลังจากฉันภัตตาหารแล้ว ๔ ชื่อมาตราวัดระยะทางเท่ากับ ๔ คาวุต หรือ ๔๐๐ เส้น ๕ ข้าว, อาหาร (ใช้แก่พระสงฆ์) 5 เงินตรามีพิกัดเท่ากับ ๒๐ มาสก หรือ ๑ ตำลึง คือ ๔ บาท (มาสกเป็นชื่อมาตราเงินในครั้งโบราณ ๕ มาสกเป็น ๑ บาท) Kalyanamitra.org ๘๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More