การมองทิวทัศน์จากพระธาตุดอยสุเทพ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 1 หน้า 110
หน้าที่ 110 / 128

สรุปเนื้อหา

ทุก ๆ เวลาบ่าย เมื่อพระอาทิตย์โคจรลับ องค์พระธาตุลงไปทางทิศตะวันตก เมื่อประชาชนลง จากพระธาตุไปสู่เวียงหมดแล้ว อาตมาชอบขึ้นไปนั่งบน ม้านั่งซึ่งตั้งอยู่บนลานริมหน้าผา ด้านทิศตะวันออก ขององค์พระธาตุ แล้วมองดูทิวทัศน์ซึ่งวางแผ่อยู่ข้างหน้า ตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อมองดูจากพระธาตุดอยสุเทพเห็น เป็นกระจุกเล็ก ๆ เต็มไปด้วยหลังคาเคหสถานและต้นไม้ สีเขียว มียอดอันแหลมของพระเจดีย์เสียดขึ้นมาเหนือ สุมทุมพุ่มไม้เป็นแห่ง ๆ ทางด้านซ้ายและขวาเห็นแนว ต้นไม้สีเขียว ๒ แนว พุ่งจากภูเขาเข้าสู่ตัวเมือง นั้นคือ ถนนห้วยแก้วและถนนสุเทพ ระหว่างถนนทั้ง ๒ มีที่ว่าง สีเหลืองแสดงว่า เป็นไร่นา ถัดจากตัวเมืองออกมา เล็กน้อย เห็นพระเจดีย์สีทองเขาวัดสวนดอกโผล่ขึ้นมา เหนือแนวไม้ เมื่อต้องกับแสงแดดยามเย็นส่องแสงงาม ระยับจับตา ไกลออ

หัวข้อประเด็น

- การมองทิวทัศน์จากพระธาตุดอยสุเทพ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๐๖ ทุก ๆ เวลาบ่าย เมื่อพระอาทิตย์โคจรลับ องค์พระธาตุลงไปทางทิศตะวันตก เมื่อประชาชนลง จากพระธาตุไปสู่เวียงหมดแล้ว อาตมาชอบขึ้นไปนั่งบน ม้านั่งซึ่งตั้งอยู่บนลานริมหน้าผา ด้านทิศตะวันออก ขององค์พระธาตุ แล้วมองดูทิวทัศน์ซึ่งวางแผ่อยู่ข้างหน้า ตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อมองดูจากพระธาตุดอยสุเทพเห็น เป็นกระจุกเล็ก ๆ เต็มไปด้วยหลังคาเคหสถานและต้นไม้ สีเขียว มียอดอันแหลมของพระเจดีย์เสียดขึ้นมาเหนือ สุมทุมพุ่มไม้เป็นแห่ง ๆ ทางด้านซ้ายและขวาเห็นแนว ต้นไม้สีเขียว ๒ แนว พุ่งจากภูเขาเข้าสู่ตัวเมือง นั้นคือ ถนนห้วยแก้วและถนนสุเทพ ระหว่างถนนทั้ง ๒ มีที่ว่าง สีเหลืองแสดงว่า เป็นไร่นา ถัดจากตัวเมืองออกมา เล็กน้อย เห็นพระเจดีย์สีทองเขาวัดสวนดอกโผล่ขึ้นมา เหนือแนวไม้ เมื่อต้องกับแสงแดดยามเย็นส่องแสงงาม ระยับจับตา ไกลออกไปทางขวามือเห็นถนนสายหนึ่ง สัมปชัญญะ ตัดตรงผ่านทุ่งนาลงไปทางทิศใต้และมีรถยนต์หลายคัน กำลังวิ่งอยู่บนถนน มองดูคล้ายมดที่กำลังไต่ไปตามพื้น อย่างช้า ๆ ไกลออกไปทางทิศตะวันออกเห็นทิวเขาอัน สลับซับซ้อนวางเป็นแนวยาวเหยียดจากเหนือจดใต้ ยืนตัวสลัวอยู่ในหมอกควันแห่งคิมหันตฤดู ทรวงอกยุบก็ให้รู้ เมื่อถ่ายอุจจาระปัสสาวะก็รู้ สรุป ความว่า ไม่ยอมให้การเคลื่อนไหวใด ๆ ของกายแม้แต่ การกะพริบตา รอดพ้นไปจากการกำหนดรู้ของสติและ ประการที่สอง ตั้งสติสัมปชัญญะไว้ที่จิต เฝ้าดู การเคลื่อนไหวของจิตทุกวินาที เมื่อจิตคิดก็ให้รู้ว่ากำลัง คิด เมื่อจิตอยู่นิ่ง ๆ ก็ให้รู้ว่าอยู่นิ่ง ๆ เมื่อความโลภ เกิดขึ้นก็ให้รู้ว่าความโลภกำลังเกิดขึ้น เมื่อความโกรธ ความหลง ความอิจฉาริษยา ความกำหนัดยินดี ความ เซื่องซึม ความเหงา ความหวาดกลัว ฯลฯ เกิดขึ้นก็ให้รู้ ว่ากิเลสชนิดนั้น ๆ กำลังเกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างประกอบกันเข้า เป็นทิวทัศน์ อันสวยงามยากที่จะพบเห็นได้ในส่วนอื่นของประเทศ อาตมาชอบไปนั่งชมวิว ณ จุดนั้นแล้วก็ขบคิดธรรมะ ของพระบรมศาสดา จากที่สูงเช่นนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างดู ประการที่สาม ตั้งสติสัมปชัญญะไว้ที่เวทนา เล็กจนดูไม่มีความหมายและคุณค่าใด ๆ ความสูงช่วย คือ ความรู้สึกต่าง ๆ เมื่อความรู้สึกเป็นสุขเกิดขึ้นก็ให้รู้ ให้เห็นมนุษย์เป็นเพียงสัตวโลกตัวเล็ก ๆ ไต่อยู่ตามพื้นดิน ว่าสุขกำลังเกิดขึ้น เมื่อความรู้สึกเป็นทุกข์เกิดขึ้น ก็ให้รู้ว่า และเห็นทรัพย์สมบัติทั้งปวงเป็นแต่เพียงเครื่องเล่นของ ทุกข์กำลังเกิดขึ้น เมื่อรู้สึกเฉย ๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ก็ให้รู้ว่า มนุษย์ อากาศที่เย็นสบาย และความเงียบสงัดบนดอย กำลังรู้สึกเฉย ๆ เกิดขึ้น ประการที่สี่ ดึงสติสัมปชัญญะไว้ที่ธรรมะ คือ ช่วยให้การปฏิบัติเพื่อถอนรากทุกข์ของอาตมาดำเนินไป ขณะที่บำเพ็ญเพียรอยู่นั้น ถ้าเกิดปัญญาความรู้แจ้งใน อย่างรวดเร็ว แนวทางปฏิบัติของอาตมาเป็นไปตามหลัก ธรรมะข้อใดข้อหนึ่งขึ้น ก็ให้รู้ว่าธรรมะนั้น ๆ กำลัง สติปัฏฐาน ๔ คือการตั้งสติ-ความตื่นตัวและสัมปะ ชัญญะความรู้ตัวไว้ที่กาย เมื่อกายอยู่ในอิริยาบถยืน เดิน นั่ง นอน ก็ให้รู้ว่า กำลังยืน เดิน นั่ง นอน เมื่อร่าง กายทำอาการ กิน ดื่ม ทำงานและพูด ก็ให้รู้ว่า กำลัง กิน ดื่ม ทำ พูด เมื่อหายใจเข้าทรวงอกขยาย ก็ให้รู้ว่า กำลังหายใจเข้าและทรวงอกขยาย เมื่อหายใจออก การปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในสติปัฏฐานสี่ คอยจ้องดูกาย จิต เวทนา และธรรม ดุจนายทวาร บาลรักษาประตู ประกอบด้วยการรักษาศีลให้ บริสุทธิ์และการสำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ พูดแต่น้อย กินและนอนแต่พอประมาณอย่างนี้ จิต Kalyanamitra.org มกราคม ๒๕๖๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More