ข้อความต้นฉบับในหน้า
มกราคม ๒๕๓๑
มีความสุขมากไปกว่าเขาเลย
สามปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยอร์ชได้เลื่อนชั้นสูงขึ้น
มีความจำเป็นขณะที่ผ่านถนนตอนที่ขรุขระ
สามารถทำหน้าที่ของเขาได้
เขาก็
ไป ขณะนี้เกือบจะปิดภาคเรียนฤดูร้อนอีกแล้ว
บุรุษทั้งหลายที่กำลังมาหยุดพักอยู่ ณ วิลเตอร์
เมื่อไปถึงที่หมายแล้ว ยอร์ชไม่ได้ปล่อยตัว
ไปหาความเพลิดเพลินในเมืองใหญ่เลย เขารีบกระทำ
แผนที่มาจากภาคตะวันตก เข้ามาทำลายพืชผลที่ไอโอว่า
ก่อสร้างนั้น มีคนงานราวหนึ่งโหลกำลังยืนเป็นแถวรอ
เฮาส์ได้พูดคุยกันอย่างน่าตื่นเต้น คุยกันถึงเรื่องฝูงตั๊ก ตามคำแนะนำทันทีคือตรงไปยังอาคารสำนักงาน
ชาวไร่แห่งแดนสัสพากันขอบคุณพระเจ้าด้วยความ คอยอยู่แล้ว เมื่อยอร์ชไปยืนเข้าแถว คนเหล่านั้นก็หันมา
ศรัทธายิ่งที่มันไม่ลงมาทางใต้ต่อมาอีก แล้วเปลี่ยน เพ่งดู คนประจําโต๊ะทำงานมิได้เหลียวมา แต่ลอกคัด
การสนทนาไปเป็นเรื่องการรถไฟสายใหม่ ที่กำลังวาง
รางจากนครแคนซัสไปยังตำบลห่างไกลในโคโลราโด้มี
ชื่อว่าตำบลเด็นเว่อร์ กับพูดถึงเรื่องคนอินเดียนแดงตาม
เส้นเขตแดนทางใต้ และเหตุการณ์ป่าเถื่อนในเท็กซัส
เรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นได้กระพือจิตใจของยอร์ชให้
แลเห็นเป็นมโนภาพอย่างชัดเจน “พิภพนี้เป็นของพระ
เจ้า” พิภพทั้งหมด สถานที่ห่างไกลเหล่านี้ ทะเลทราย
ภูเขาสูง และแม่น้ำสายใหญ่ เหตุใดจึงจะไม่ไปเที่ยวดู
พิภพอันแปลกประหลาดนี้ให้มากขึ้นอีกเล่า เขาหวนคิดถึง
มาร์ตินสามีภรรยา และพิศวงว่า เขาทั้งสองได้ชอบ
คาลิฟอร์เนียอย่างไรบ้าง บัดนี้เขารู้เรื่องคาลิฟอร์เนียแล้ว
ว่ามีอากาศอบอุ่นและมีแสงแดดมากมาย เขายินดีที่
นางมาร์ตินผู้อ่อนแอได้ไปที่นั่น ภาคตะวันตกกำลัง
ขยายออกไป ทางรถไฟและสะพานกำลังสร้างกันอยู่
คนงานกำลังอยู่ในความต้องการ
- วันหนึ่งมีนายหน้ามาที่วิลเตอร์เฮาส์ เพื่อหาคน
งานไปทําทางรถไฟสายใหม่ นายหน้าได้รับเงินดอล
ล่า จากยอร์ช โดยไม่ชักช้า เขาจดชื่อเอาไว้และมอบบัตร
ให้ กับบอกสถานที่ ๆ จะต้องไปรายงานตัวในนคร
แคนซัส คนของโรงแรมได้เดือนยอร์ชว่า งานที่มั่นคง
จะหนักเหลือเกิน ผู้คนก็หยาบคาย แต่ยอร์ชก็แน่ใจ
ว่า เขาสามารถรักษาตัวได้ ส่วนค่าแรงนั้นดีเลิศ
เขาได้เดินทางอย่างโก้โดยขี่รถม้าประจำทางไป
เข้าทำงานใหม่ นานแล้วพลเมืองได้แต่งคำพังเพยเกี่ยว
บค่าโดยสารของรถม้าประจำทางสายนครแดนสัสไว้
ว่า “สิบดอลล่าร์พาไปแบกราง” (Ten dollars and
carry a rail) หมายความว่า เมื่อถนนไม่ดี คนโดยสารจะ
ต้องลงเดินเคียงข้างรถไป โดยปกติคนโดยสารจะต้อง
เดินด้วยเท้าประมาณหนึ่งในสามของระยะทาง มีบ่อย ๆ
ที่คนโดยสารจะต้องช่วยค้นรถในเมื่อม้าลากหมดแรงที่
จะลากรถออกจากหล่มลึกได้ แต่ยอร์ชรู้สึกว่า เมื่อ
ชื่อจากบัตรซึ่งยอร์ชได้วางไว้ตรงหน้าของเขา แล้วเขาก็
เงยหน้าขึ้นดูโดยบังเอิญ
เขาร้องอุทานออกมาว่า “เฮ้ คอยเดี๋ยวเราไม่รับ
เด็ก ๆ” แล้วมองดูที่บัตรและถามว่า
“ท่านชื่อ ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์หรือ
“ใช้แล้วฉัน” ยอร์ชเริ่มพูดด้วยเสียงสูงเหมือนเด็ก ๆ
“มีใครมาด้วยไหม"
"ไม่ ไม่มี แต่ "
"ท่านทํางานไม่ได้หรอก ยังเล็กเกินไป” ชายผู้
นั้นประกาศออกมา
ปรี้อว่า
หัวใจของยอร์ชเหี่ยวลง แล้วก็พูดออกมาอย่างเร็ว
"ฉันประกอบอาหารได้
“อ๋อ เข้าใจแล้ว ท่านเป็นผู้ช่วย ทำไมจึงไม่บอก
อย่างนั้นแต่แรกล่ะ ดีแล้ว ยืนอยู่ที่นั่นแหละ”
ต่อมาอีกราวสองชั่วโมง ยอร์ชได้ขึ้นรถสี่ล้อชนิด
ประทุนปิดรวมกับชายประมาณยี่สิบคน เดินทางมุ่งไป
ตะวันตก ได้เดินทางไปเป็นเวลาหลายวัน เวลากลาง
คนหยุดนอนกลางดิน ส่วนมากของการเดินทางนี้ คนทั้ง
หมดมีอาการเงียบขรึม มีคนพูดกับเด็กน้อยผู้สงบเงียบ
เพียงไม่กี่พำนัก เมื่อทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล
ปรากฏแก่สายตา ยอร์ชก็รู้สึกดีใจที่ได้มาเห็นฟ้าสี
น้ำเงินปราศจากเมฆดูเสมือนกระทะใหญ่คว่ำ
ครอบอยู่ ในยามราตรีก็ประดับด้วยดวงดาราอัน
ระยับ ยอร์ชนอนหงายเฝ้าดูดาวเหล่านั้น เขาหายใจ
สูดลมเข้าจนลึก และรู้สึกว่า อากาศอันเยือกเย็น
และสะอาดบริสุทธิ์ ได้เข้าไปขยายปอดของเขา
“อย่างนี้ดีจริง” เขาคิดอย่างเป็นสุข
เมื่อคนทั้งหลายได้ถึงค่ายก่อสร้างอันใหญ่โต
แล้ว ยอร์ชได้ไปรวมอยู่กับพวกพนักงานประกอบ
อาหาร คนเหล่านั้นทำงานโดยใช้วิธีก่อไฟในที่กลาง
Kalyanamitra.org