การพัฒนาแหล่งน้ำและโครงการหลวง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 1 หน้า 63
หน้าที่ 63 / 128

สรุปเนื้อหา

รับสั่งกับอธิบดีกรมชลประทานสมัยนั้น หม่อมหลวงชูชาติ กำภู ให้ไปสร้างอ่างเก็บ น้ำขึ้นเป็นแห่งแรก เรียกว่า อ่างเก็บน้ำเขา เต่า ในจังหวัดเพชรบุรี ด้วยการพระราช ทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ประมาณ หกหมื่นบาทสมทบทุนกับเงินงบประมาณ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเริ่มเสาศิลา ฤกษ์ด้วยพระองค์เอง ทรงริเริ่มการก่อตั้ง เช่นนี้หลายครั้งหลายครา นับจากนั้นเป็นต้นมา เมื่อพระองค์ เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรมตำ หนักต่าง ๆ เช่นที่พระตำหนักภูพิงค์ราช นิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ เสด็จฯ ทรงเยี่ยม ราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทรงพบว่ามีแต่ภูเขา หัวโล้นตลอด ทรงห่วงใยเรื่องนี้มาก พระ องค์ได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมชาวไทยภูเขาทุก เผ่าทุกแห่งตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทรงพระราช ดำริว่าถ้าขืนปล่อยให้ปัญหามันเป็นเช่นนี้ อีกหน่อยบ้านเมืองอาจจะขาดแคลนแหล่ง

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาแหล่งน้ำและโครงการหลวง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

รับสั่งกับอธิบดีกรมชลประทานสมัยนั้น หม่อมหลวงชูชาติ กำภู ให้ไปสร้างอ่างเก็บ น้ำขึ้นเป็นแห่งแรก เรียกว่า อ่างเก็บน้ำเขา เต่า ในจังหวัดเพชรบุรี ด้วยการพระราช ทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ประมาณ หกหมื่นบาทสมทบทุนกับเงินงบประมาณ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเริ่มเสาศิลา ฤกษ์ด้วยพระองค์เอง ทรงริเริ่มการก่อตั้ง เช่นนี้หลายครั้งหลายครา นับจากนั้นเป็นต้นมา เมื่อพระองค์ เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรมตำ หนักต่าง ๆ เช่นที่พระตำหนักภูพิงค์ราช นิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ เสด็จฯ ทรงเยี่ยม ราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทรงพบว่ามีแต่ภูเขา หัวโล้นตลอด ทรงห่วงใยเรื่องนี้มาก พระ องค์ได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมชาวไทยภูเขาทุก เผ่าทุกแห่งตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทรงพระราช ดำริว่าถ้าขืนปล่อยให้ปัญหามันเป็นเช่นนี้ อีกหน่อยบ้านเมืองอาจจะขาดแคลนแหล่ง น้ามาก จึงได้พระราชทานพระราชดำริเป็น ส่วนรวมเลยว่า ควรจะหาทางหยุดยั้งชาว ไทยภูเขาให้เขาอยู่เป็นหลักแหล่งเลิกปลูก ฝันหันมาปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาว ทรง พระราชดำริว่าควรปลูกอะไรที่จะเกิดผล ทางด้านเศรษฐกิจ จากพระราชดำริเหล่านี้ ทำให้เกิดโครงการหลวงขึ้นมาในทางภาค เหนือเมื่อราวปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เพราะฉะนั้น การพัฒนาแหล่งน้ำตามที่ต่างๆ ก็ตามมา ในระยะต่อมา เพื่อจะหาน้ำให้พื้นที่เพาะ ปลูกบนเชิงเขา พระองค์ได้เสด็จฯ ไปทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในพื้นที่ที่มีปัญหา มีผู้ก่อการร้าย แต่พระองค์ไม่ทรงกังวล กับปัญหาเหล่านั้น กลับทรงงานช่วยเหลือ ประชาชนผู้ยากไร้ไปเรื่อย ๆ เพราะทรง ทราบดีว่า ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นจากความ ยากจน ความไม่เข้าใจ เพราะราษฎรเหล่า นั้นอยู่ห่างไกลความเจริญมาก แล้วไม่มีใคร เข้าไปช่วยเหลือเขาได้ทั่วถึง ทรงพบว่าประ ชาชนของพระองค์ยากจนมาก จึงทรงเข้า ราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนไต่ถามทุกข์สุข เรื่องทำมาหากิน ภาพที่ชินตาประทับใจ ปวงชนทั้งหลายคือไม่ว่าจะเสด็จพระราช ดำเนินไปที่แห่งใดก็ตามพระองค์จะประทับ นั่งทรงคุกพระชานุ (เข่า) ตรัสถามทุกข์สุข ปัญหาการทำมาหากินกับราษฎรครั้งละ นานนับชั่วโมงโดยไม่ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถ เลย ทรงทราบว่าเกือบทุกแห่งที่ราษฎรทำ มาหากินไม่ได้ผลนั้น ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ขาดแหล่งน้ำ บางพื้นที่รัฐบาลเองก็เข้าไป ไม่ถึง เพราะเป็นพื้นที่มีปัญหาแต่พระองค์ เสด็จฯ เข้าไปด้วยทรงห่วงใยประชาชน มากกว่าจะทรงคิดคำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนพระองค์ ทรงเข้าไปช่วยเหลือ เสริม สร้างงานพัฒนา ทรงเป็นศูนย์รวมใจคอย ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ บาล พระราชทานแนวพระราชดำริให้ส่วน ราชการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในแนว ทางสันติวิธี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอัน เนื่องด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริง ทำ ให้ปัญหาต่าง ๆ ในหลายท้องที่คลี่คลายลง ในทางด้านเศรษฐกิจก็ดีขึ้น จนกระทั่งบัดนี้ ไม่มีใครพูดถึงความขัดแย้งอีกต่อไป ส่วนในภาคใต้ทรงพบว่า ปัญหาเรื่อง การขาดแคลนน้ำใช้เพาะปลูกน้อยกว่าภาค อื่น แต่ก็มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังพื้นที่มาก เกินไป ทำให้ทรงตระหนักในพระราชหฤทัย ว่า เรื่องน้ำเป็นปัญหาพื้นฐานที่จะต้อง ปรับปรุงแก้ไขให้ได้เป็นอันดับแรก จึงทรง พระราชดำริเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาแหล่ง น้ำขึ้นมาและกรมชลประทานได้รับสนอง พระราชดำริในเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรง มีความมุ่งมั่นในพระราชหฤทัยมาก ที่จะ ทรงเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ช่วยขจัด ความทุกข์ยากให้หมดไป โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในเรื่องทำมาหากินของชาวชนบทห่างไกล นับตั้งแต่วันแรกที่เสด็จขึ้นครองราชย์ ซึ่ง คุณปราโมทย์ นายช่างใหญ่แห่งกรมชล ช่วยเหลือในแง่ของการพัฒนา เสด็จพระ ประทาน ได้กรุณาเล่าให้ฟังถึงน้ำพระทัย อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ “พวกเราอีกมากอาจจะไม่ทราบว่า พระองค์เสด็จฯต่างจังหวัดเพื่ออะไร ก็เพื่อ ทรงเข้าไปขจัดปัญหาเรื่องความทุกข์ยาก ของประชาชน อันนั้นแหละ เป็นความ ประทับใจในประเด็นแรก แต่สิ่งสำคัญคือ การทรงงานของพระองค์ ทรงมีความอดทน เป็นเลิศ เป็นสิ่งที่ยอมรับกันในหมู่ผู้ตาม เสด็จเป็นอย่างยิ่ง เราบุกป่าฝ่าดงมาด้วยกัน เราจะพบว่าพระองค์ทรงมีความอดทนเป็น ไม่เคยมีคำว่าเหนื่อยหรือเบื่อจาก พระโอษฐ์เลย ทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนิน จะทรงงานตั้งแต่เริ่มออกจากประตูพระ ตำหนักแล้ว และทรงขับรถพระที่นั่งโดย พระองค์เอง ไม่ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้อง พระองค์ก็ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งในขบวน เลิศ เสด็จโดยพระองค์เอง อย่างพวกเรามีคน ขับรถให้นั่งสบาย แต่นี่ทรงขับด้วยพระองค์ เองไปทุกแห่ง ช่วงไหนขบวนรถเสด็จไม่ สามารถเข้าไปได้ ก็ต้องเดิน ต้องยอมรับ กันละครับว่า พระชนมพรรษา ๖๐ อย่าง พระองค์ท่าน ทรงแข็งแรงมาก เรื่องเดินนี้ ไม่มีปัญหา ทรงพระราชดำเนินเร็วมาก ครั้งละหลายกิโลเมตร เมื่อถึงหมู่บ้านเป้า หมายที่ทรงกำหนด ประชาชนเขารู้ เขามา เฝ้าฯรอรับเสด็จ พระองค์ก็ตรัสถามทุกข์สุข ปัญหาการทำมาหากินจากราษฎรโดยไม่ได้ ทรงพักผ่อนพระอิริยาบถเลย พอถึงปุ๊บ ทรงสอบถามข้อมูลทันที จะประทับนั่งคุกเข่า เท่าที่ผมสังเกตในแต่ละแห่งจะประทับ พระอิริยาบถเช่นนี้ครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ที่ทรงสอบถามข้อมูลด้วย พระองค์เอง เพราะอยากได้ข้อมูลที่ละเอียด ลึกซึ้งเป็นความจริง ส่วนแผนที่ที่ทรงมีนั้น คล้ายเป็นใบเบิกทางบอกข้อมูลภูมิประเทศ แหล่งน้ำ ทรงนำมาตรวจสอบกับข้อมูลที่ ได้รับจากราษฎร เพื่อเช็คหาความถูกต้อง ตามความเป็นจริง ทรงจดข้อมูลทุกอย่าง ทรงละเอียดมาก พระองค์ท่านวิเศษมาก ทรงรู้ไปหมดทุกแง่ทุกมุม แผนที่ของพระองค์ wn we don Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More