ข้อความต้นฉบับในหน้า
ลานสี่เหลี่ยมภายในวิทยาลัยเบลเลียล
(Balliol Coll.)
จากเงื่อนไขข้อตกลงที่ว่า อาตมาจะสอนทุก
อย่างไปอย่างช้า ๆ (เหมือนเต่าคลาน) กัสสปะนั้น
ยังเป็นมงคลนามเพราะเป็นพระนามของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตพระองค์หนึ่ง และ
พระมหาเถระที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งใน
พุทธศาสนา ผู้เป็นประธานสงฆ์ในการทำสั่ง
คายนาพระไตรปิฎกครั้งที่หนึ่ง ที่กรุงราชคฤห์
แคว้นมคธ
ความรู้เรื่องกายมนุษย์ละเอียดนั้นมิได้
มีอยู่เฉพาะในการปฏิบัติสมาธิแบบวิชชา
ธรรมกายเท่านั้น แต่ได้กระจายอยู่ในศาสนา
และการปฏิบัติสมาธิวิธีต่าง ๆ ทั่วโลก หลัก
ฐานมีปรากฏตั้งแต่วัฒนธรรมของกรีกโบราณ
ยุคของเพลโต ผู้ได้เขียนทฤษฎีการปกครอง
ในยุคนั้นซึ่งได้รับความรู้จากการฝันของตน
ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมและนำมาเขียนเป็น
ตำราขึ้น คัมภีร์ในศาสนาฮินดู เช่น อุปนิษัท
ก็ปรากฏหลักฐานของ“ตน”ที่อยู่ภายใน แต่
รายละเอียดนั้นกระท่อนกระแท่นกว่าที่ได้
จากการปฏิบัติตามแบบวิชชาธรรมกายมาก
การทำสมาธิของบางนิกายในศาสนาอิสลาม
เช่น ซุนนี (Sunni) มีกล่าวถึงรายละเอียดไว้
อย่างชัดเจน ปรากฏการณ์ของพวกตายแล้ว
ฟื้น (Near-Death Experience) ตามที่นักจิต-
วิทยาสมัยใหม่ในตะวันตกค้นคว้าไว้ เต็ม
ไปด้วยเรื่องของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ
กายภายในและจิตสำนึกของผู้ตาย เทคนิค
ในการทำสมาธิแบบใหม่ ๆ ในตะวันตกเช่น
การถอดวิญญาณ (Astron Projection) เป็น
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกายละเอียดโดยตรง
ศัพท์ในภาษาอังกฤษเรียกกายนี้ว่า Astro -
Body และมีฝรั่งนักฝึกสมาธิจำนวนมาก
ที่อ้างว่าตนสามารถถอดวิญญาณไปโน่น
มานี้ได้ แต่จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์
มกราคม ๒๕๓๑
ของนักจิตวิทยา ไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่นอน
ว่า ผู้ที่ทำสมาธิวิธีนี้ทำได้จริงสมคำอ้าง
ของตนเองแต่อย่างใด ในศาสนาคริสต์เอง
ก็เชื่อกันว่ามนุษย์มีวิญญาณ (Soul) ซึ่ง
ภายหลังจากตายแล้ว ถ้าไม่ขึ้นสวรรค์ไป
อยู่กับพระผู้เป็นเจ้าไปตลอดนิรันดร์ก็ตกนรก
ตลอดกาล แม้กระนั้นก็ยังไม่มีศาสนาหรือ
วิธีการฝึกสมาธิวิธีใดที่สามารถเห็นธรรมชาติ
ของกายมนุษย์ละเอียดให้ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้
เท่ากับวิชชาธรรมกาย ความรู้ของแต่ละแนว
ไปหยุดอยู่แค่เพียงเปลือกนอกของกายละเอียด
นี้ จึงไม่มีโอกาสเข้าไปรู้ถึงความรู้สึกนึกคิด
จิตสำนึก ภูมิปัญญา และกลไกที่บังคับความ
เป็นไปของกายนี้ ความรู้ในเรื่องการเวียนว่าย
ตายเกิด กฎแห่งกรรม และวัฏสงสาร จึง
ยังคงเป็นความลับที่มืดมนสำหรับผู้ปฏิบัติ
และเชื่อถือในแนวนั้น ๆ อยู่ไม่เสื่อมคลาย
แม้กระทั่งในพุทธศาสนาเอง ผู้ที่จับ
หลักไม่ถูก ถือเอาหลักอนิจจังและคัมภีร์
อภิธรรมโดยไม่มีการปฏิบัติที่ถูกต้องเป็นเครื่อง
สนับสนุน ความรู้ในเรื่องเหล่านี้จึงไม่มีวัน
กระจ่าง บางรายถึงขนาดทึกทักเอาเป็นจริง
เป็นจังว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องตายแล้ว
สูญ โมเมเอาว่าการสอนเรื่องกฎแห่งกรรม
นรกสวรรค์ เป็นเรื่องที่สาวกรุ่นหลังต่อเติมกัน
Kalyanamitra.org
เองเพื่อหาประโยชน์ทางลาภสักการะก็มี
กัสสปะนับถืออาตมาเหมือนบิดาบังเกิด
เกล้า ผู้ให้กำเนิดเขาในพุทธศาสนา และไม่เคยมี
ทิฐิมานะว่าตนอายุมากกว่า มีคุณวุฒิมากกว่า
แต่ประการใด และปวารณาตนรับใช้อาตมา
อย่างเต็มที่ ทำให้ความเป็นอยู่ของอาตมา
สะดวกสบายขึ้นกว่าเดิมมาก ขณะเดียวกัน
อาตมาก็เริ่มสอนประเพณีทางพุทธศาสนา
เช่น การกราบเบญจางคประดิษฐ์ที่ถูกวิธี การ
พนมมือขณะพูดกับพระภิกษุ การนั่งพับเพียบ
การประเคนของพระ ค่อย ๆ สอดแทรกปน
เข้ามากับความรู้ทางธรรม ในขณะที่จิต
ละเอียดอ่อน วัฒนธรรมเหล่านี้สามารถซึมซาบ
เข้าสู่จิตสำนึกอย่างรวดเร็ว และคงอยู่อย่าง
มั่นคงไม่สั่นคลอน และในไม่ช้าอาตมาก็
เขยิบสอนวิธีการเข้าสู่กายที่ละเอียดอ่อนกว่า
นั้นคือ กายทิพย์หยาบ
การสอนแต่ละครั้งมีการทบทวนบทเรียน
ที่ผ่านมาให้มั่นคงยิ่งขึ้น แยกแยะให้ละเอียด
ลออมากขึ้น โดยขยายวิธีการทำสมาธิแบบ
วิชชาธรรมกายให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับ
กรรมฐาน ๔๐ วิธีตั้งแต่ อานาปานสติ
อนุสติทั้งหลาย กสิณทั้ง ๑๐ กอง อสุภะทั้ง
หลาย เรื่อยไปจนถึงอาหาเรปฏิกูลสัญญา -
จนกัสสปะมีความชำนาญ ไม่ว่าจะใช้กรรมฐาน
C ตต