การพัฒนาจิตใจผ่านสมาธิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 1 หน้า 111
หน้าที่ 111 / 128

สรุปเนื้อหา

ของอาตมาก็เริ่มตั้งมั่นเป็นสมาธิ พร้อม ๆ กับจิตเป็น สมาธินั่นเองก็รู้สึกว่า ดวงปัญญาได้รับการขัดเกลาให้ แหลมคมขึ้นละเอียดประณีตขึ้น สามารถมองเห็นสิ่งที่ไม่ เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ยกตัวอย่างเช่น การยกเท้าก้าว เดินที่ทุกคนทำอยู่เป็นประจำนั้น ถ้าเราดูด้วยปัญญาอัน หยาบก็จะเห็นเพียงระยะเดียว คือก้าวหนึ่ง ๆ จากการ ยกเท้าขึ้นถึงการวางเท้าลง แต่ถ้าดูด้วยปัญญาละเอียดที่ สมาธิอบรมแล้วจะเห็นว่า การยกเท้าก้าวเดินนั้นเป็นกระ บวนการอันซับซ้อนประกอบด้วยระยะต่าง ๆ มาก มาย คือ มีการออกแรงเมื่อยกเท้าขึ้นเมื่อเท้าพ้นจากพื้น รู้สึกมีสัมผัสเย็นที่พื้นเท้า มีการออกแรงอีกเพื่อกันเท้า ไปข้างหน้า ขณะที่เท้าแหวกอากาศไปข้างหน้า มีสัมผัส เย็นทั่วเท้า มีการออกแรงเพื่อจะวางเท้าลง รู้สึกมีการกด ดันของอากาศที่พื้นเท้า เมื่อเ

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาจิตใจผ่านสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของอาตมาก็เริ่มตั้งมั่นเป็นสมาธิ พร้อม ๆ กับจิตเป็น สมาธินั่นเองก็รู้สึกว่า ดวงปัญญาได้รับการขัดเกลาให้ แหลมคมขึ้นละเอียดประณีตขึ้น สามารถมองเห็นสิ่งที่ไม่ เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ยกตัวอย่างเช่น การยกเท้าก้าว เดินที่ทุกคนทำอยู่เป็นประจำนั้น ถ้าเราดูด้วยปัญญาอัน หยาบก็จะเห็นเพียงระยะเดียว คือก้าวหนึ่ง ๆ จากการ ยกเท้าขึ้นถึงการวางเท้าลง แต่ถ้าดูด้วยปัญญาละเอียดที่ สมาธิอบรมแล้วจะเห็นว่า การยกเท้าก้าวเดินนั้นเป็นกระ บวนการอันซับซ้อนประกอบด้วยระยะต่าง ๆ มาก มาย คือ มีการออกแรงเมื่อยกเท้าขึ้นเมื่อเท้าพ้นจากพื้น รู้สึกมีสัมผัสเย็นที่พื้นเท้า มีการออกแรงอีกเพื่อกันเท้า ไปข้างหน้า ขณะที่เท้าแหวกอากาศไปข้างหน้า มีสัมผัส เย็นทั่วเท้า มีการออกแรงเพื่อจะวางเท้าลง รู้สึกมีการกด ดันของอากาศที่พื้นเท้า เมื่อเท้าถึงพื้นรู้สึกมีการกดบีบ และความเจ็บเล็กน้อยที่พื้นเท้า จิตใจที่เป็นสมาธิมีปัญญา อันแหลมคมเกิดขึ้นแล้วสามารถจะติดตามดูรายละเอียด ของระยะทาง ๆ เหล่านี้ได้อย่างชัดเจน เพราะเหตุนี้ ดวงปัญญาอันเกิดจากสมาธิ จึงสามารถทำให้รู้ความ จริงได้อย่างละเอียดลออกว่าจิตใจคนธรรมดาได้หลาย ร้อยเท่า เปรียบเหมือนการดูสิ่งของ ด้วยกล้องจุล ทรรศน์กับการดูด้วยตาเปล่า เมื่อแรกอุปสมบท พระอาจารย์เคยสอนอาตมาว่า น้ำที่นิ่งสงบ ตะกอนต่าง ๆ ที่แทรกอยู่ในน้ำย่อม ตกไปนอนอยู่ที่ก้นภาชนะทำให้น้ำใส เมื่อน้ำใสก็มี ลักษณะคล้ายกระจก เราอาจจะส่องดูเงาหน้าของเราแทน ตะกอน ทำให้ใจใสสะอาด สามารถนำไปส่องดูสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน คนที่กำลังเดินหรือวิ่ง หรือกำลังนั่งบนรถที่วิ่งย่อม ดูอะไรไม่เห็นถนัด ถ้าอยากดูให้เห็นชัด ต้องหยุดวิ่ง ใจคนเราก็เช่นเดียวกัน พอเราตื่นจากหลับมันก็เริ่มวิ่ง วิ่งจากอารมณ์นั้นสู่อารมณ์นี้มิได้หยุดหย่อน เลยเห็นอะไร ต่าง ๆ อย่างเลือนลาง ถ้าอยากเห็นชัดต้องทำจิตให้หยุด เป็นสมาธิ เวลาคนจะยิงปืน เขาหลับตาเสียข้างหนึ่งเล็งด้วย ตาข้างเดียว เวลาเราจะพิจารณาสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เห็นชัด เราต้องปิดประตูอารมณ์ต่าง ๆ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เสีย เหลือไว้แต่ประตูเดียวคือ มโนทวารที่มีสมาธิควบคุม ไว้อย่างมั่นคงแล้ว ร่างกายต้องเคลื่อนไหวอยู่เสมอ จึงจะมีกำลัง แต่จิตใจต้องหยุดนิ่งจึงจะมีกำลัง ลำแสงถ้าจะกระจายไปทั่วจะมีกำลังน้อย ถ้าเรา เอากระจกรวมแสงไปกั้น ให้แสงไปรวมอยู่จุดเดียว จะมี กำลังมากสว่างมาก ร้อนมาก สามารถเผาผลาญสิ่งต่าง ๆ ได้ จิตใจของเราถ้ารวมเป็นจุดเดียวด้วยสมาธิ จะมี แสงสว่างคือปัญญามาก สามารถเผาผลาญอวิชชาตัณหา ให้หมดสิ้นไปได้ คำสอน ด้วยข้อเปรียบเทียบอันน่าฟังดังกล่าวมานี้ อาตมาเห็นด้วยกับพระอาจารย์ว่า เป็นความจริงร้อย เปอร์เซ็นต์ เพราะอาศัยประสบการณ์ทางจิตของตนเอง เป็นประจักษ์พยาน ส่วนผลในด้านจิตใจนั้น อาตมารู้สึกมีจิตใจ สงบสุขเยือกเย็น อิ่มเอิบอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต อันความสุขทางโลกียวิสัย เมื่อยังเป็นคฤหัสถ์ก็เคยได้รับ มาทุกอย่างเช่น ความสุขอันเกิดจากการมีทรัพย์ สุขอัน เกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ สุขอันเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ ซื้อหารูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสมาบำรุงบำเรอชีวิต สุข เกิดจากความรัก สุขเกิดจากผลสำเร็จทางวิชาการเป็น ต้น ความสุขทั้งหมดนั้นรวมกันเข้าแล้ว ก็ยังไม่เท่าเสี้ยว หนึ่งแห่งสุขทางธรรมที่ได้รับอยู่ เมื่อพิจารณาดูละเอียด แล้วเห็นว่า คนวิ่งเต้นตัวเป็นเกลียวหาทรัพย์ ก็เพื่อจะให้ เกิดความเบาใจว่าตนมีทรัพย์แล้ว เท่าเทียมคนอื่นแล้ว กระจกได้ ใจที่สงบนิ่งเป็นสมาธิ กิเลสต่าง ๆ ย่อมตก ไม่อดอยากแล้ว การที่คนแสวงหาคนรัก ก็เพื่อให้เกิด Kalyanamitra.org ๑๐๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More