ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖๘
จากยางไม้ก็แล้วกัน แต่ที่แน่ ๆ คือไม่ใช่แม่ ไม่ใช่สีเหลืองอ๋อย
เพียงสีเดียว หรือสีแดงแช้ดอย่างเดียว แต่เป็นสีผสม
เพราะฉะนั้น ถ้าเดี๋ยวนี้จะบวชพระสักรูป จะไปโค่น
ต้นขนุนเอาแก่นขนุนมาย้อมจีวรกัน ไม่มีขนุนจะให้โค่นแล้ว
ก็ต้องเอาสีที่มีอยู่ในท้องตลาดนี่แหละ ไม่ใช่แม่สีเหลืองอ๋อย
แต่ว่ามีสีใกล้เคียง คล้ายกับสีที่ย้อมจากแก่นไม้ก็ใช้กันไป
แต่ถ้าพวกเราจะไปกำหนดสีนั้นสีนี้ตายตัว ไม่ได้
ก็ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงก็แล้วกันว่า เราจะไม่
ฉันน่ะ ชื่อนั้น อุปัชฌาย์ของอุปัชฌาย์ชื่อนั้น ๆ ไล่ชื่อกันไปเลย
ถึงโน่นพระอานนท์ พระมหากัสสปะ หรือพระมหาโมคคัลลานะ
ของเราไล่ไม่ได้ ของเขาไม่ได้องค์นั้นถึงนั้น ๆ มีรูปวาดเก็บ
ไว้ด้วย
ขนาดเกาหลีทำสงครามกับจีน กับญี่ปุ่น ตั้งแต่เมื่อ ๕๐๐
ปีมาแล้วมาเกือบตลอด เวลาเขาอพยพหนี เขาก็เอาป้ายชื่อ
อุปัชฌาย์เป็นชิ้น ๆ หนีไปด้วย แล้วเขากลัวพระไตรปิฎก
ของเขาจะสูญหาย เขาจึงสร้างระบบพิมพ์ขึ้นมาคือ
ใช้แม่ เวลาย้อมสีจีวรก็เอาหลายสีผสมกันไม่ให้เป็นสีใด เอาไม้มาแกะสลักเป็นตัวอักษรภาษาจีนสันสฤกต ไม่ใช่
โดยเฉพาะ แต่ก็อย่าให้ออกดำหรือคล้ำจนเกินไป แล้วไม่ให้
เหลืองอ๋อยไป ก็ได้กันเท่านั้นเอง
สำหรับสีจีวรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ออกเป็น
สีเหลืองทองที่เรียกว่า “สิ่งดีวรรณ” คือสีเหมือนเปลวอ่าน
อยากจะเห็นว่าเป็นอย่างไง ลองไปก่อไฟดูถ่านมันเป็น
เปลวออกสีเหลืองทอง ๆ ส้ม ๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้
จีวรสีสิ่งควรรณ จะเหมือนสีอะไรก็ไปดูเอาก็แล้วกัน อย่าไปฟัง
อะไรง่าย ๆ นะ
ภิกษุ ภิกษุณี มหายาน
ถาม ขอความกรุณาให้ช่วยไขข้อข้องใจในเรื่องภิกษุณี
กับ ในปัจจุบันด้วยครับ (พระภิกษุถามมา)
ตอบ ภิกษุณีมีศีล ๓๑๑ ข้อ แต่มีศีล ๘ ข้อ ภิกษุณี
นั้นหมดไปนานแล้ว ก็ ภิกษุณีก็ภิกษุณี แม่ชีนั้นเทียบได้แค่
อุบาสิกาเท่านั้นเอง ยกขึ้นไปเทียบกับภิกษุณีไม่ได้เลย
เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๒๙ มีนักบวชหญิงมาจาก
ไต้หวัน เขาบอกว่าเขาเป็นภิกษุณี คือทางมหายานภิกษุณี
ของเขายังมีอยู่ ส่วนทางหินยานหรือเถรวาทของพวกเราหมดไป
ตั้งแต่เมื่อพระพุทธศาสนาแผ่จากอินเดียมาปักหลักที่ลังกาแล้ว
แต่ว่าภิกษุณีของทางมหายานจะมีความบริสุทธิ์ผุดผ่องเท่าไร
นั้นไม่ทราบ เราขาดการติดต่อกัน แต่เมื่อเขามาก็ต้อนรับเขา
พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ขอเล่าไว้เป็นเกร็ดความรู้ พระภิกษุ
ในฝ่ายมหายานโดยเฉพาะในเกาหลี ไต้หวัน เขามีสิ่งที่เขา
ภูมิใจอยู่ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราไม่มี แล้วน่าสรรเสริญเขาครับ
ที่เขาสามารถรักษาขนบธรรมเนียมเอาไว้ได้ คือเวลาจะบวช
กับอุปัชฌาย์ เขามีอุปัชฌาย์ไม่มาก ทั้งประเทศมีอุปัชฌาย์
เพียงองค์สององค์เท่านั้น แล้วส่วนมากเขาบวชแล้ว
ไม่มีการฝึกกัน
สมมุติเวลามีคนมาขอบวชพระกับอุปัชฌาย์องค์นี้
ท่านก็จะต้องบอกลูกศิษย์ก่อนว่า คุณจำไว้นะ อุปัชฌาย์ของ
จีนบาลี เอาไม้มาแกะสลักเป็นพระไตรปิฎก เพื่อป้องกัน
ไม่ให้การจดบันทึกคลาดเคลื่อน เขามีการพิมพ์ด้วยไม้
ตั้งแต่ยุคนั้นแล้ว แกะไม้เสร็จแล้วก็ปั้มไป อยากได้กี่เล่ม ๆ
ปั้มกันเข้าไป เพราะเขากลัวว่าภัยสงครามจะทำให้พระ
ไตรปิฎกของเขาสูญหาย เขาก็คิดทำกันออกมาอย่างนี้
แล้วชื่ออุปัชฌาย์ของเขาไล่ขึ้นไปได้ถึง ๑๐๐-๒๐๐ ชั่วคน
จนกระทั่งถึงพระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร ถึงพระพุทธเจ้า
เลยครับ นี่เป็นความสามารถของฝ่ายมหายาน เขาพูดข่มทาง
เราเหมือนกันว่า...เฮ้อ แค่ชื่ออุปัชฌาย์ยังไม่รู้ แล้วจะมีหน้ามา
ทำอะไรกัน....เขาว่าอย่างนั้นแล้วเราก็เถียงเขาไม่ได้ด้วยนะ
อย่างพวกเรา ลองถามดูเถอะพระอุปัชฌาย์ชื่ออะไร อุปัชฌาย์
ชื่อนี้ แล้วอุปัชฌาย์ของอุปัชฌาย์ชื่ออะไร เสร็จ อย่างดีก็ไล่ไป
ได้ไม่เกินสามองค์ละครับ แต่ของเขาไล่ได้ ใครจะมาบวชต้อง
ไล่ชื่ออุปัชฌาย์จนถึงพระพุทธเจ้าให้ได้
ก็เป็นสิ่งที่น่าเคารพเลื่อมใสของเขาอย่างหนึ่ง ตอนนี้
อยากจะทำมั่งก็ไม่รู้จะทำอย่างไรซะแล้ว เราเคยอ้างว่า ของ
เราขาดตอนตั้งแต่สมัยเสียกรุงศรีอยุธยาโน้น นั่นโมเมเอา
เขาบอกว่าของเขาเจอศึกมากกว่านั้นอีก เขาก็ยังรักษาไว้ได้
ของเรามันพวกไม่เอาถ่านต่างหาก...เขาด่าเลย ครับ ก็ยอมรับ
ความจริงก็แล้วกันนะ พวกเราไม่ค่อยสนใจก็เป็นอย่างงี้ ให้
เขาด่าบ้างก็ดีเหมือนกัน
มกลม bdge
Kalyanamitra.org