ข้อความต้นฉบับในหน้า
คนที่ยึดถือธรรมะเป็นใหญ่
เห็นแก่ธรรมจึงว่าง่าย ต้องการ
ปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น
เมื่อมีผู้ว่ากล่าวตักเตือนข้อ
บกพร่องให้จึงพร้อมยอมรับฟัง
ด้วยดี ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็น
ผู้ใหญ่กว่าหรือเด็กกว่าก็ตาม
จัดเป็นพวกคนว่าง่ายที่แท้จริง
มาใช้กับคนทั่วไปได้ เช่น ในหน่วยงานต่าง ๆ
ในครอบครัว ทำบ่อย ๆ แล้วจะเกิดความ
เคยชินเป็นนิสัย เป็นการฝึกให้เป็นคนว่าง่าย
สอนง่าย
๕. ต้องฝึกสมาธิให้มาก เพื่อให้ใจ
ผ่องใส หนักแน่น สามารถครองตามคำแนะนำ
สั่งสอนของผู้อื่น มีใจสงบเยือกเย็นพอที่จะ
พิจารณาข้อบกพร่องของตนเอง และปรับปรุง
แก้ไขให้ดีขึ้นได้
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับคนหัวดื้อ
คนหัวดื้อในโลกนี้ อาจแบ่งใหญ่ ๆ ได้
เป็น ๓ ประเภท คือ
๑. คือเพราะความโง่หรือความขี้เกียจ
จัดเป็นพวก ดื้อด้าน
๒. ดื้อเพราะทิฐิมานะหลงตัวเองว่า
รู้แล้ว จัดเป็นพวก คือดึง
๓. ซื้อเพราะโทสะโกรธง่าย จัดเป็น
พวก บ้า
๒. พวกดื้อดึง พวกนี้มีแววฉลาด
อยู่เหมือนกัน แต่ว่ายังไม่เฉลียว รู้แค่จุดใด
จุดหนึ่ง ก็คิดว่าตัวเองรู้หมดแล้ว คือ ไม่รู้ว่า
ตัวยังไม่รู้ เวลาใช้งานคนพวกนี้ อย่าไปบังคับ
อย่าไปสั่งอย่างเดียว เขาจะไม่ค่อยยอมรับ
ต้องค่อย ๆ สอน
ค่อย ๆ อธิบายให้เข้าใจ
พูดให้เข้าใจถึงประโยชน์ของงานที่ทำ ถ้าไม่ใช่
คนที่มีทิฐิมากจนเกินไป ก็จะเข้าใจและรีบ
ไปทําได้ แต่ถ้าใครหลงตัวเองจัดมาก พูด
อย่างไรก็ไม่ฟังก็ต้องปล่อยไป
๓. พวกบ้า คือ พูดอะไรผิดหน่อย
ก็โกรธ ฉุนเฉียวปังปัง พวกนี้ยากจะเอามาใช้
ประโยชน์ได้ รังแต่จะทำให้หมู่คณะแตกแยก
รวนเร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจิตแพทย์จัดการ
ดีกว่า
นอกจากนี้ยังมีข้อน่าสนใจอยู่อีกหน่อย
ว่า ในการปกครองพวกคนดื้อดึงนั้น ถ้าหาก
ว่ากล่าวสั่งสอนในขั้นแรกแล้วเขายังไม่ฟังจะ
ทำอย่างไร คำตอบก็คือ ในขั้นที่สอง ก็ให้
ลงโทษ อาจพักราชการ ตัดเงินเดือน หรือ
อะไรก็แล้วแต่ความเหมาะสม ถ้าหากว่ายังไม่
เชื่อฟังในทางศาสนามีวิธีแก้อยู่อีกอย่างหนึ่งคือ
ท่านใช้คำว่า ลงพรหมทัณฑ์ บางแห่งเขาเรียก
คว่ำบาตร ดังมีตัวอย่างเรื่องในสมัยพุทธกาล
ดังนี้
นายฉันนะซึ่งเป็นคนตามเสด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งทรงม้ากัณฐกะ
ออกบรรพชา ภายหลังนายฉันนะได้อุปสมบท
เป็นพระภิกษุ และเป็นคนหัวดื้อมากถือว่าเป็น
คนใกล้ชิด ใครจะสอนจะเดือนอย่างไรก็ไม่ฟัง
พระอานนท์จึงกราบทูลถามพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าว่าจะทำอย่างไรดี พระบรมศาสดา
ประหลาดในท่ามกลางกลุ่มสงฆ์ พระฉันนะก็
รู้สึกสำนึกตัว สารภาพผิดต่อหมู่สงฆ์ และเลิก
ออีกต่อไป
นี่การที่ทุกคนเลิกเกี่ยวข้องด้วย ไม่ให้
ความช่วยเหลือไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เรียกว่า
ลงพรหมทัณฑ์
เพราะฉะนั้น ถ้าในที่ทำงานไหน หรือ
ตามโรงเรียน ตามบ้าน ถ้าเกิดมีลูกดื้อขึ้นมา
ว่ายากสอนยากนัก พ่อแม่อาจจะลองลงพรหม
ทัณฑ์ลูกบ้างก็ได้ แก้โรคดื้อได้ชะงัดนัก แต่ว่า
ถ้าเกิดพ่อดื้อ หรือว่าแม่ดื้อขึ้นมา ลูกขึ้นไปลง
พรหมทัณฑ์ ก็มีหวังโดนตะพด ต้องดูให้พอ
เหมาะพอควรเป็นกรณีๆ ไป
อานิสงส์การเป็นคนว่าง่าย
๑. ทำให้เป็นที่เมตตา อยากแนะนำ
พร่ำสอนของคนทั้งหลาย
โดยง่าย
๒. ทำให้ได้รับโอวาท อนุสาสนี
๓. ทำให้ได้ธรรมะอันเป็นที่พึ่งแก่ตน
๔. ทำให้ละโทษทั้งปวงได้
๕. ทำให้บรรลุคุณธรรมเบื้องสูงได้
“บุคคลควรเห็นผู้มีปัญญาที่คอย
กล่าวคำขนาน ชี้โทษของเราให้เห็นว่า
เป็นดุจผู้ชี้บอกขุมทรัพย์ให้ ควรคบกับ
บัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อคบแล้ว
ย่อมมีแต่ดีฝ่ายเดียว ไม่มีเลวเลย”
(พุทธพจน์)
จึงทรงแนะนำว่าเมื่อเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ในการปกครองคนหัวดื้อ ก็มีข้อพึงสังวร
แล้วให้ลงพรหมทัณฑ์พระฉันนะ คือ ให้พระ
อยู่คอ
ภิกษุทุกรูปเลิกยุ่งเกี่ยวกับพระฉันนะ ให้ทำ
๑. พวกดื้อด้าน คือ ซื้อเพราะฤทธิ์โง่
เหมือนกับว่าไม่มีพระฉันนะอยู่ในโลก พระ
หรือขี้เกียจนั้น พวกนี้ชอบรับคำสั่ง คือมีอะไร
ฉันนะอยากจะทำอะไรก็ปล่อยให้ทำ ไม่มีใคร
ก็ส่งให้ไปทำได้แต่ไม่ชอบฟังคำสอน เพราะ ยุ่งเกี่ยว ไม่มีใครพูดคุยด้วย ต่อจากนั้นไม่กี่วัน
ฟังไม่รู้เรื่องบ้าง ขี้เกียจฟังบ้าง
มกราคม ๒๕๐๑
หลังจากไม่มีใครสนใจใยดีด้วย กลายเป็นตัว
๗๗
Kalyanamitra.org