ข้อความต้นฉบับในหน้า
มาคือ เซา เปาโล อาตมาจึงกล่าวขอบใจเขา
แล้วเดินทยอยออกมากับกลุ่มผู้โดยสารขาเข้า
สนามบินเซา เปาโล นั้น เป็นสนามบิน
นานาชาติ ขนาดพอ ๆ กับสนามบินดอนเมือง
ของเรา อาตมาส่งหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้า
ที่ตรวจที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขาพลิกแล้ว
พลิกอีกแล้วก็มองหน้าอาตมา บ่นพึมพำอะไร
สองสามคำในลำคอ ประทับตราชื่อแล้วส่ง
กลับมาให้อาตมา เกือบเป็นการโยนมาให้
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย อาตมาก็เดิน
ไปรอรับกระเป๋าจากรางเลื่อน คอยอยู่ไม่นาน
ก็รับกระเป๋าออกมา ผู้คนในสนามบินขณะนั้น
หันมามองอาตมาเป็นตาเดียว เนื่องจากไม่
เคยเห็นพระภิกษุผู้ห่มเหลืองศีรษะโล้นมาก่อน
แต่สีหน้าและแววตาของคนที่มองนั้นไม่
เหมือนชาวอังกฤษ ซึ่งมีความหยิ่งทรนง
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
ในตนแฝงอยู่ หากแต่เป็นความฉงนที่อยาก
รู้ว่าอาตมาเป็นใครกัน นับถือศาสนาไหน
กัสสปะกำลังยืนโบกมือ ชะเง้อชะแง้อยู่
ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังรอญาติมิตรของตนอยู่
ภายนอกห้องผู้โดยสารขาเข้า พอคว้ากระเป๋า
เดินทางได้ อาตมาก็ยกใส่รถเข็นออกมาเป็น
คนแรก กัสสปะนั้นคอยอยู่แล้ว ยกมือขึ้น
ไหว้แล้วรีบกุลีกุจอเข้ามาเข็นรถเข็นของอาตมา
พาไปยังที่จอดรถที่อยู่ภายนอก
อากาศภายนอกขณะนั้นคล้ายกับเมือง
ชายทะเลในประเทศของเราในฤดูร้อน กัสสปะ
นิมนต์อาตมาขึ้นรถเก่าของเขาขับออกมา
จากสนามบิน ออกมาตามถนนวงแหวนรอบ
เมือง เซา เปาโล
ระบบจราจรของบราซิล ให้รถขับชิด
ขวาเหมือนของฝรั่งเศสและอเมริกาแต่สภาพ
ถนนนั้นพอ ๆ กับในประเทศไทยบางแห่งยัง
เป็นหลุมเป็นบ่ออยู่ เพื่อทดสอบความระมัด
ระวังของนักขับรถทั้งหลาย ภาพที่น่าทึ่ง
คือเมืองเซา เปาโล มหานครที่ทันสมัยเต็ม
ไปด้วยตึกสูงใหญ่ขึ้นเบียดเสียดกันเป็นป่า
คอนกรีตขนาดยักษ์ ปรากฏอยู่ทางซ้ายมือ
ตลอดทางดูไม่สิ้นสุด คะเนว่าใหญ่กว่ากรุง
เทพฯหลายเท่านักแทบไม่น่าเชื่อว่าเมืองที่
ใหญ่โตทันสมัยเช่นนี้จะประสบกับสภาวะ
ตกต่ำทางเศรษฐกิจถึงขนาดนั้นได้
กัสสปะนั้นดีใจมาก เล่าเรื่องความยาก
ลำบากต่าง ๆ ของการติดต่อขออนุญาตให้
อาตมาเข้าประเทศอยู่ไม่ขาดปาก และได้เล่า
ถึงความสนใจของคนทั้งหลาย เมื่อได้ทราบ
ข่าวการมาเยือนบราซิลของอาตมา อันที่จริง
แล้วเกิดเหตุบังเอิญขึ้น ๒ อย่างประกอบกัน
พอดี คือ กัสสปะมาสายเพราะนาฬิกา
ปลุกที่ตั้งไว้เกิดไม่ทำงาน แต่เครื่องบินนั้นช้า
ไปชั่วโมงกว่า จึงทำให้ไม่มีใครต้องคอยใคร
ระหว่างทาง กัสสปะแวะจอดรถซื้อน้ำ
ส้มถวายอาตมาแก้วหนึ่ง ในขณะที่นั่งคอยอยู่
ในรถ อาตมาถือโอกาสสังเกตดูชีวิตชาวบราซิล
ในย่านนั้น ส่วนใหญ่เป็นกรรมกรผิวดำ แวะ
เข้ามาดื่มน้ำหรือซื้อของ สิ่งหนึ่งที่เห็นเด่นชัด
ว่าแตกต่างจากคนไทยคือ คนเหล่านั้นหน้า
ตาอมทุกข์ คล้ายกับมีเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจ
อัดแน่นอยู่ในอกนับเป็นปี ๆ ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส
เหมือนคนไทย
กัสสปะ เลี้ยวขวาออกจากถนนวงแหวน
รอบเมือง เซา เปาโล ขึ้นทางด่วน ซึ่งเชื่อม
ระหว่างเมืองต่าง ๆ ป่าคอนกรีตมหึมาของ
เมือง เซา เปาโล ค่อย ๆ ถูกกลืนหายไป
ท่ามกลางเนินเขาที่อยู่เบื้องหลัง ระบบทาง
ด่วนของบราซิลนั้นเหมือนกับของไทย คือมี
ตู้เจ้าหน้าที่คอยเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์ทุก
คันที่ขึ้นมาใช้บริการบนถนนสายนี้ แต่ระบบ
ความปลอดภัยที่ให้แก่นักขับรถทั้งหลายนั้น
น้อยกว่าเมืองเรา ระหว่างทางอาตมาเห็น
รถยนต์ที่เครื่องขัดข้อง ต้องจอดอยู่ข้างทาง
๓๓
Kalyanamitra.org