ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๒
และคนที่นั่งเก้าอี้เท้าแขนเอนหลังพิงต้นแอ๊ปเปิ้ลคือลุง
แอนดี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย
วันนั้นเป็นวันแห่งความสุขของคนทั้งสาม ยอร์ช
ไม่ยอมให้ป้ามาเรียห์หยุดมือมาให้บริการแก่เขา แทนที่
จะทำดังนั้นเขากลับช่วยเธอซักให้เสร็จงาน เขาได้นำอา
หารมาในรถและเวลานี้กำลังเตรียมที่จะเลี้ยงดูกัน ขณะ
ที่อาหารกำลังจะสุกอยู่ในกระทะ ยอร์ชก็ช่วยซักผ้า
ให้หมดถัง และคลี่ผ้าปูที่นอนออกแผ่ตามยาวอย่างง่าย
ดาย เพื่อแสดงออกให้เห็นว่าเขาสูงเพียงใด ป้ามาเรียห์
คัดค้านห้ามปรามไม่ให้เขาทำงานโดยอ้างว่าเขาเป็น
แขก ทั้งกำลังอยู่ในเครื่องแต่งกายอย่างเต็มยศด้วย ยอร์ช
ก็ได้แต่หัวเราะไปเท่านั้น
ป้ามาเรียห์และลุงแอนดี้ได้ร้องอุทานออกมาแสดง
ว่ารสอาหารที่เขาปรุงอร่อยอย่างประหลาด ต่อมาก็นั่ง
คุยกันที่ลานบ้าน ยอร์ชได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่เขาได้ทำและ
ได้ไปที่ไหนบ้างให้ทั้งสองคนฟัง ลุงแอนดี้ได้เอา
พระคัมภีร์มาขอให้ยอร์ชอ่านด้วยกิริยากระดาก ๆ ยอร์ช
ยังไม่ทันจะเหลือบดูหน้าหนังสือก็อ่านเพลงสวดที่ ๒๓
แล้วก็ใช้เสียงอย่างเดียวกันสาธยาย “ธานาทอปส
(Thanatopsis)” ของไบรย์อันต์ (Bryant) ให้ฟังป้ามาเรียห์
สะอื้นไห้ วันนั้นยอร์ชกลับถึงไดอามอนด์โกรฟเอาจน
เย็นมาก เขาติดตามดูดวงดาวในเวลากลางคืน และ
ได้พบความรุ่งโรจน์แจ่มใสของท้องฟ้า
เมื่อถึงปลายฤดูร้อน คาร์เว่อร์ทั้งสามีภรรยาขอ
ร้องให้ยอร์ชอยู่กับเขาต่อไป แต่ยอร์ชสั่นศีรษะปฏิเสธ
“ฉันอยู่ไม่ได้ ฉันมีงานที่จะต้องทำ ที่นี่น่ารัก
มาก แต่ฉัน” เขามองดูมือของเขา เหยียดนิ้วอันยาวออก
ดู “ฉันมีเรื่องอีกมากที่จะต้องเรียน”
“เจ้าต้องการจะรู้อะไรอีก” นายคาร์เวอร์ถาม
“เจ้าอ่านเขียนและสะกดตัวได้แล้ว ทั้งการคิดเลขเจ้าก็ทำ
ได้เก่งและยังได้เห็นโลกมากมายอีกด้วย”
“สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ แต่ก็เป็นขั้นเพิ่งเริ่ม
ต้น ฉันต้องไปเรียนในวิทยาลัย” ยอร์ชบอกเขา
“แต่ ยอร์ช” นางคาร์เวอร์กล่าวอย่างกระดาก ๆ
“คนนิโกรไม่ต้องไปวิทยาลัย เรียนมากนักแล้วจะมาทำ
อะไร จะไม่มีตำแหน่งให้เจ้าทำงานเลย”
“อย่าเป็นกังวลเลย ฉันกำลังจะไปวิทยาลัย และ
ความลับของพระองค์แก่ฉัน จะมีงานให้ฉันทำ
บนมหาพิภพของพระองค์ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของ
พระองค์”
นางคาร์เว่อร์หันไปพูดกับสามีว่า
“ตามใจเขาเถอะที่รัก เด็กพูดถูกแล้ว พระเจ้าไม่
ทำอะไรผิดพลาดหรอก”
ยอร์ชกำลังเตรียมตัวจะจากไป ที่มุมห้อง
ของกระท่อมมี “ใน” เครื่องปั่นด้ายของมารดาวาง
อยู่ เขาขอเอาไปด้วย สองสามีภรรยาก็อนุญาตให้
ด้วยความยินดี เขาได้เก็บรักษาไว้ในห้องของ
เขาจนตลอดชีวิต
ดังนั้นในเวลาเช้าวันหนึ่ง ชาวไร่ตัวแดงร่าง
ใหญ่ ผู้ซึ่งบัดนี้ดูไม่ใหญ่โตและสูงโย่งดังเช่นแต่ก่อนกับ
ภรรยาของเขาผู้มีศีรษะขาวและหน้าชื่น ทั้งสองได้มายืน
โบกมืออำลาอยู่ที่ซุ้มทางเข้าประตูเรือน นางคาร์เวอร์
น้ำตาไหล แต่เธอรู้สึกภูมิใจในเด็กผิวดำเล็ก ๆ ของเธอ
เด็กขี้โรคที่โตช้ามีโรคไอเป็นเจ้าเรือน ผู้ซึ่งเธอได้กระซิบ
ยืนยันว่า “ลูกของแมรี่จะต้องมีชีวิตอยู่”
- ตั้งแต่นั้นมายอร์ชก็ไม่ได้พบกับคาร์เวอร์สองสามี
ภรรยาอีกเลย
ต่อมาอีกหลายปี เด็กคนนั้น เดี๋ยวนี้เป็นผู้ใหญ่
แล้ว กำลังขี่รถไปตามถนนในกรุงวอชิงตัน เขาหวัง
ว่าสองสามีภรรยาคงจะรู้
“ใช่แล้ว” ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์ คิดขณะที่รถ
แท็กซี่พาเขาไปยังตึกรัฐสภา “ข้าพเจ้าแน่ใจว่า เวลานี้
ทั้งสองท่านคงจะมองเห็นข้าพเจ้า”
(ข้อความตอนท้ายนี้อ้างตอนที่คาร์เวอร์ ไปกรุง
วอชิงตัน เพื่อชี้แจงให้อนุกรรมการเข้าใจความสำคัญเกี่ยว
เมื่อฉันได้อ่านหนังสือหมดทุกเล่มและเรียนรู้จน กับการที่จะออกกฎหมายเก็บภาษีขาเข้าซึ่งจะกล่าวต่อไป
หมดเท่าที่ครูจะสอนให้ได้แล้ว พระเจ้าก็จะเปิด
ในบทที่ ๑๒)
Kalyanamitra.org
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑