ข้อความต้นฉบับในหน้า
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
ขึ้นและใช้สติตรึกตรองดูอารมณ์นั้นกลายเป็นขั้นที่ ๑
วิเศษติดต่อกันตลอดคืน ไม่มีความฝันหรือการสะดุ้ง
หลังจากนั้นก็เปิดทวารรับอารมณ์ของโลก โดยเปิดหูให้ ตื่นรบกวนเลย ตั้งแต่นั้นมาอาตมาจึงชอบเข้าสมาธิ
ได้ยินเสียงก่อน แล้วก็ลืมตาขึ้นเห็นรูปที่อยู่เบื้องหน้า ขั้นที่ ๔ แทนการหลับนอนแบบธรรมดา
เป็นอันว่าออกจากสมาธิอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของคน
ธรรมดา รู้สึกสดชื่นเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากความหลับสนิท
จิตใจยังรู้สึกสงบสุขเยือกเย็นอยู่ไม่หาย จิตใจปลอดโปร่ง
สบาย ความคิดอ่านหลักแหลมและรวดเร็วความจำดีขึ้น
จิตใจมีกำลังขึ้น กิเลสต่าง ๆ บรรเทาเบาบางลงอย่างมาก
วันคืนผ่านไป อาตมายังคงบำเพ็ญเพียรอยู่บน
พระธาตุดอยสุเทพโดยมิได้รามือ แต่ก็มีสิ่งที่น่า
ประหลาดใจบ้างคืออาตมาสามารถเข้าสมาธิได้แค่ขั้นที่
๔ ดังกล่าวแล้วนั้นเท่านั้น แม้จะพยายามอย่างไรก็ไม่
สามารถจะทำจิตไปให้สูงกว่านั้นได้ อาตมาพยายาม
อยู่เป็นเวลานานหลายวัน แต่ไม่สำเร็จ จะเป็นเพราะเหตุ
ใดก็ไม่ทราบ เมื่อความพยายามที่จะก้าวขึ้นขั้นสูงต่อไป
ไม่สำเร็จ อาตมาก็ทำความพอใจอยู่ในสมาธิทั้ง ๔
ขั้นดังกล่าวแล้ว แต่พยายามฝึกฝนอบรมการเข้าการออก
ให้ชำนิชำนาญยิ่งขึ้น จนสามารถจะเข้าสู่สมาธิขั้นใด
ขั้นหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ทั้งโดยลำดับขั้นและข้ามขั้น
ทั้งในอิริยาบถนั่งและอิริยาบถนอน ทั้งในเวลากลางคืน
และกลางวัน เมื่อเกิดมีความชำนาญมากขึ้น อำนาจ
พิเศษต่าง ๆ ก็เกิดตามมาเช่น บางคราวอาตมาได้ทดลอง
เข้าพักอยู่ในสมาธิขั้นที่ ๔ ตั้งแต่ย่ำค่ำจนถึงสว่างติดกัน
เวลาถึง ๔ วัน โดยมิได้หลับนอนแบบธรรมดาเลย ถึง
กระนั้นร่างกายและจิตใจก็ยังอยู่ในภาวะปกติ มิได้มี
อาการง่วงนอนอ่อนเพลียแม้แต่น้อย ยิ่งกว่านั้นยังรู้สึก
สดชื่นกระปรี้กระเปร่ายิ่งกว่าปกติเสียอีก เพราะในสมาธิ
ขั้นที่ ๔ นั้น จิตใจและร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่าง
คืนวันหนึ่ง ขณะที่อาตมาเข้าสู่สมาธิขั้นที่ ๔ แล้ว
ถอยออกมาพักอยู่ในสมาธิขั้นที่ ๑ นั้น ได้เกิดเหตุการณ์
ประหลาดผิดวิสัยสามัญมนุษย์ขึ้น เป็นเหตุการณ์ครั้ง
แรกที่ทำให้อาตมาเกิดความเชื่อสนิทว่า โลกของโอป
ปาติกสัตว์ เช่น เทวดา และภูติผีปีศาจเป็นสิ่งมีจริง
อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว มีรายละเอียดดังจะเล่าต่อ
ไปนี้
ขณะที่อาตมากำลังตรึกตรองอารมณ์อยู่ในสมาธิ
ขั้น ๑ ในคืนดังกล่าว ได้มีแสงสว่างดุจกลางวันเกิด
ขึ้น ทำให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวได้ประดุจกลาง
วันธรรมดา ต่างกันแต่เพียงว่า กลางวันขณะนั้น
เป็นกลางวันอันสงบเงียบ ต้นไม้ ใบหญ้ายืนสงบนิ่งอยู่
กับที่ บรรยากาศเงียบสงัดไม่มีเสียงใด ๆ รบกวนแม้แต่
น้อย แสงสว่างที่ปรากฏก็แตกต่างจากแสงแดด
ในตอนกลางวันธรรมดา เพราะเป็นความสว่างสี
ขาวนวลเย็นตาสว่างสม่ำเสมอกันในที่ทุกแห่ง ไม่มี
เงาสลัวในที่ควรจะมี เหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นนั้นมี
ใช่ความฝันอย่างแน่นอน เพราะอาตมามิได้หลับ แม้จะ
อยู่ในสมาธิก็ยังมีสติควบคุมจิตอยู่อย่างเต็มที่ ภาพที่
เห็นเฉพาะหน้าก็ไม่ใช่ภาพมายาที่เกิดขึ้นอย่างเลือนราง
เหมือนในความฝัน แต่เป็นสิ่งต่าง ๆ ที่อาตมาเห็นอยู่
เป็นประจำวันนั่นเอง เช่น บริขารต่าง ๆ ภายในกุฏิก็ตั้ง
อยู่ในที่ของมันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตามเดิม
ต้นลั่นทมที่หน้ากุฏิเป็นต้นเดิม นับดูกิ่งของมันก็มีเท่าเดิม
ไม่มีอะไรผิดปกติเลย จะมองดูสักกี่เที่ยว ทุกสิ่งก็ยัง
๘๙
Kalyanamitra.org