การสนทนากับสุเทวฤาษี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 2 หน้า 92
หน้าที่ 92 / 118

สรุปเนื้อหา

ปรากฏอยู่อย่างเดิม ฉะนั้นจึงไม่ใช่ความฝันอย่าง แน่นอน ขณะที่อาตมานั่งสำรวจดูสิ่งต่าง ๆ อยู่นั่นเอง ก็ปรากฏว่ามีชายแก่คนหนึ่งเดินถือไม้เท้าตรงเข้ามา รูปร่างของแกผอม ผิวหนังเหี่ยวย่น มีผมยาวสีขาวม้วน เป็นขมวดไว้ข้างบน สังเกตดูเสื้อผ้าของแกไม่ใช่เสื้อผ้า ธรรมดา แต่เป็นหนังเสือดาวที่มีดอกดวงเห็นได้ชัดเจน คะเนดูอายุของแกประมาณ ๗๐ ปี เป็นอย่างต่ำ แก นั่งลงข้างหน้าอาตมายกมือไหว้แล้วพูดขึ้นว่า “ข้าเจ้าคือสุเทวฤาษี ผู้รักษาพระธาตุดอยสุเทพ ข้าเจ้ายินดีที่ได้เห็นท่านปฏิบัติจนสามารถยกระดับ จิตขึ้นได้เท่าเทียมกับระดับของเรา จึงใคร่มาสนทนา ด้วย อาตมาจ้องดูอากัปกิริยาของฤาษีชราด้วยความ สนใจแล้วก็ตอบว่า “อาตมายินดีที่จะสนทนากับท่านผู้ทรงพรต หาก ท่านมีปัญหาใด ๆ ที่จะไต่ถามก็เชิญถามได้ตามอัธยา ย มีข้อที่น่าสั

หัวข้อประเด็น

- การสนทนากับสุเทวฤาษี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

do ปรากฏอยู่อย่างเดิม ฉะนั้นจึงไม่ใช่ความฝันอย่าง แน่นอน ขณะที่อาตมานั่งสำรวจดูสิ่งต่าง ๆ อยู่นั่นเอง ก็ปรากฏว่ามีชายแก่คนหนึ่งเดินถือไม้เท้าตรงเข้ามา รูปร่างของแกผอม ผิวหนังเหี่ยวย่น มีผมยาวสีขาวม้วน เป็นขมวดไว้ข้างบน สังเกตดูเสื้อผ้าของแกไม่ใช่เสื้อผ้า ธรรมดา แต่เป็นหนังเสือดาวที่มีดอกดวงเห็นได้ชัดเจน คะเนดูอายุของแกประมาณ ๗๐ ปี เป็นอย่างต่ำ แก นั่งลงข้างหน้าอาตมายกมือไหว้แล้วพูดขึ้นว่า “ข้าเจ้าคือสุเทวฤาษี ผู้รักษาพระธาตุดอยสุเทพ ข้าเจ้ายินดีที่ได้เห็นท่านปฏิบัติจนสามารถยกระดับ จิตขึ้นได้เท่าเทียมกับระดับของเรา จึงใคร่มาสนทนา ด้วย อาตมาจ้องดูอากัปกิริยาของฤาษีชราด้วยความ สนใจแล้วก็ตอบว่า “อาตมายินดีที่จะสนทนากับท่านผู้ทรงพรต หาก ท่านมีปัญหาใด ๆ ที่จะไต่ถามก็เชิญถามได้ตามอัธยา ย มีข้อที่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ การพูดของอาตมา มิใช่การพูดด้วยปากแบบธรรมดา แต่เป็นการพูดด้วยใจ เพียงแต่นึกพูดด้วยใจเท่านั้น ก็เกิดเป็นกระแสเสียงที่ได้ ยินชัดเจนทั้งอาตมาเองและคู่สนทนา “ข้าเจ้าอยู่ที่คอยนี้มาเป็นเวลา ๖๐๐ ปีเศษแล้ว” สุเทวฤาษีพูดขึ้น “เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ข้าเจ้าบำเพ็ญจน ได้ฌาน ๔ แต่ข้าพเจ้ามิได้เข้าฌานดับขันธ์ จึงมิได้ไปเกิด ในพรหมโลกเป็นเพียงอารักษเทวดาอยู่บนดอยนี้ ต่อมา ในปีพ.ศ. ๑๙๒๗ พระเจ้ากือนาธรรมิกราชแห่ง นครเชียงใหม่ ได้สร้างเจดีย์สถานแห่งนี้ขึ้น เพื่อบรร จุพระบรมธาตุซึ่งท้าวเธอได้มาจากกรุงสุโขทัย และได้ ทำพิธีบวงสรวงให้ข้าเจ้าเป็นผู้รักษา ข้าเจ้าจึงตกลงรับ สนองพระบัญชาเรื่อยมา (อาตมารู้สึกประหลาดใจ ที่ได้ฟังประวัติความ เป็นมาของพระธาตุจากฤาษี ซึ่งไม่เคยได้ยินได้ฟังจากที่ ไหนมาก่อน เพื่อพิสูจน์ว่าคำบอกเล่าของฤาษีจะเป็น ความจริงหรือไม่ วันต่อมาอาตมาได้ไปหาหนังสือประ วัติพระธาตุดอยสุเทพอ่านดู ปรากฏว่าคำบอกเล่าของแก เป็นความจริงทุกประการ) “การเสียสละเวลาเป็นร้อย ๆ ปี รักษาปูชนียสถาน เพื่อหิตานุหิตประโยชน์แก่มวลชน นับว่าเป็นมหากุศล อาตมาขออนุโมทนา” อาตมากล่าวตอบ สุเทวฤๅษียิ้ม ด้วยความพอใจ แต่แล้วก็มีสีหน้าเศร้าลง “แต่ข้าเจ้าก็ตั้งใจไว้เสมอว่า สักวันหนึ่ง เมื่อพระ บรมธาตุได้ผู้ดูแลที่เหมาะสมแทนแล้ว จะจุติไปเกิดเป็น มนุษย์เพื่อบำเพ็ญบารมีต่อเสียที “ตลอดเวลา 500 ปีอันยาวนานนี้ ท่านไม่เคยจุติ ไปเกิดเลยหรือ? “เคย” พระฤาษีตอบ “แต่แรงอธิษฐานของพระ ราชาพระองค์นั้น ไม่ยอมให้ข้าเจ้าไปเกิดในกำเนิด สูงกว่าดิรัจฉานได้ ข้าเจ้าจึงถือกำเนิดเป็นสัตว์วนเวียน อยู่แถวพระธาตุนี้ ๓-๔ ครั้ง ครั้งสุดท้ายข้าเจ้าเกิดเป็นไก่ เฝ้าดูแลพระธาตุจวบจนสิ้นอายุขัย หลังจากนั้นก็มิได้เกิด อีก" (เพื่อพิสูจน์คำพูดของฤาษี วันรุ่งขึ้นอาตมาได้ถาม เพื่อนสหธรรมิกรูปหนึ่งดูว่า เคยมีไก่อาศัยอยู่บริเวณพระ ธาตุหรือไม่ ท่านตอบว่าเคยมี และไก่ตัวนั้นจะไล่จิกทุก คนที่ขึ้นไปบนลานพระธาตุโดยไม่ถอดรองเท้า) “บัดนี้ ข้าเจ้าเห็นว่า ถึงเวลาที่จะจุติไปเกิดใน กำเนิดมนุษย์แล้ว” ฤาษีกล่าวต่อไป “เพราะบัดนี้ พระ อารามนี้ได้รับเลื่อนฐานะเป็นพระอารามหลวงอยู่ในพระ อุปถัมภ์ของพระมหากษัตริย์แห่งสยาม ได้รับพระราช ทานทุนทรัพย์อุปถัมภ์บำรุงทุกปี มีคณะกรรมการบริหาร อย่างเข้มแข็ง ข้าเจ้าได้รับบัญชามาจากพระมหากษัตริย์ ทรงรับเอาองค์พระธาตุไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ข้าเจ้า จึงหมดหน้าที่ แต่ก่อนที่จะจุติ ข้าเจ้ายังเป็นห่วง สมบัติเดิมบางอย่างที่ข้าเจ้าได้ฝังไว้ตั้งแต่ครั้งยัง เป็นมนุษย์ ข้าเจ้าจะจุติยังไม่ได้จนกว่าจะได้ยก สมบัตินี้ให้แก่บุคคลที่เหมาะสม และบัดนี้ข้าเจ้าได้พบ บุคคลดังว่านั้นแล้ว คือตัวท่านนี้เอง” (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More