อานิสงส์การเห็นสมณะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 2 หน้า 71
หน้าที่ 71 / 118

สรุปเนื้อหา

นมมือไหว้ ๔. ถ้าไหว้ไม่สะดวก ก็ยืนตรง หรือ แสดงความเคารพด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เลื่อมใส ๕. อย่างน้อยที่สุด ต้องแลดูด้วยจิต อานิสงส์การเห็นสมณะ ๑. ทำให้ได้สติ ฉุกคิดถึงบุญกุศล ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำ ความดีตามท่าน ยิ่ง ง่าย ๓. ทำให้ตาผ่องใสดุจแก้วมณี ๔. ทำให้เป็นผู้ไม่ประมาท ๕. ชื่อว่าได้บูชาพระรัตนตรัยอย่าง 5. ทำให้ได้สมบัติ โดยง่าย ๗. ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดย ตัวอย่างอานิสงส์การ เห็นสมณะ พระสารีบุตรสมัยที่ยังเป็นกุลบุตรชื่อ อุปติสสะ เกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง ได้ศึกษาศิลป วิทยาการทางโลกมาจนเจนจบวิชา ประการ เรียนจนสำเร็จหมด ก็ต้องการแสวง หาโมกขธรรม จึงออกบวชในสำนักของสัญชัย ปราบกิเลสในตัวได้ จึงออกท่องเที่ยวไป โดย หวังว่าอาจพบพระอรหันต์ในโลกนี้ อยู่มาวันหนึ่ง ไปพบ พระอัสสชิ ซึ่ง เป็นพระอรหันต

หัวข้อประเด็น

- อานิสงส์การเห็นสมณะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นมมือไหว้ ๔. ถ้าไหว้ไม่สะดวก ก็ยืนตรง หรือ แสดงความเคารพด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เลื่อมใส ๕. อย่างน้อยที่สุด ต้องแลดูด้วยจิต อานิสงส์การเห็นสมณะ ๑. ทำให้ได้สติ ฉุกคิดถึงบุญกุศล ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำ ๒. ความดีตามท่าน ยิ่ง ง่าย ๓. ทำให้ตาผ่องใสดุจแก้วมณี ๔. ทำให้เป็นผู้ไม่ประมาท ๕. ชื่อว่าได้บูชาพระรัตนตรัยอย่าง 5. ทำให้ได้สมบัติ โดยง่าย ๗. ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดย ตัวอย่างอานิสงส์การ เห็นสมณะ พระสารีบุตรสมัยที่ยังเป็นกุลบุตรชื่อ อุปติสสะ เกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง ได้ศึกษาศิลป วิทยาการทางโลกมาจนเจนจบวิชา ประการ เรียนจนสำเร็จหมด ก็ต้องการแสวง หาโมกขธรรม จึงออกบวชในสำนักของสัญชัย ปราบกิเลสในตัวได้ จึงออกท่องเที่ยวไป โดย หวังว่าอาจพบพระอรหันต์ในโลกนี้ อยู่มาวันหนึ่ง ไปพบ พระอัสสชิ ซึ่ง เป็นพระอรหันต์แล้ว กำลังเดินบิณฑบาตอยู่ เห็นท่านมีผิวพรรณผ่องใส กิริยามารยาท งดงาม ท่าทางสงบสำรวมเกิดความเลื่อมใส จึงติดตามไปและจัดที่นั่งให้ท่านฉันอาหาร รอจนท่านฉันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เข้าไป กราบ เรียนถามท่านว่า “ท่านขอรับ อินทรีย์ของท่านผ่องใสยิ่ง นัก ผิวพรรณก็บริสุทธิ์ ท่านตั้งใจบวช เฉพาะใคร ใครเป็นศาสดาของท่าน ท่านชอบ ใจธรรมของใคร?” พระอัสสชิตอบว่า “พระมหาสมณะผู้เป็นบุตรศากยราช ผู้ออกบวชจากศากยตระกูลนั้นมีอยู่ เราตั้ง ใจบวชเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นศาสดาของ เรา เราชอบใจธรรมของพระผู้มีพระภาค เจ้าพระองค์นั้น” พระสารีบุตรถามต่อว่า “ศาสดาของท่านมีปกติสอนอย่างไร ?” พระอัสสชิตอบว่า มีปกติตรัสสอนอย่างนี้” พระสารีบุตรท่านฟังแล้ว ตรองตามก็ ได้เข้าถึงธรรมสำเร็จเป็นพระโสดาบันอยู่ตรง นั้นเอง พวกเราฟังดูแล้วเป็นอย่างไร ธรรมที่ พระอัสสชิทรงแสดงฟังแล้วก็งั้น ๆ ไม่ค่อยเข้า ใจ ไม่ค่อยซาบซึ้งเท่าไร เพราะภพในอดีตพบ เห็นสมณะมาก็มาก แต่ยังไม่ค่อยได้ใส่ใจ แค่พบเห็นด้วยตาเนื้อ ยังไม่ได้คิดเห็นด้วย ใจ หรือ รู้เห็นด้วยญาณทัสนะถึงคุณธรรม ของท่าน แต่พระสารีบุตรท่านไม่ใช่อย่างเรา ท่านเห็นสมณะข้ามภพข้ามชาติมามาก เห็น แล้วก็ไม่ใช่เพียงพบเห็น แต่พยายามทั้งคิดเห็น รู้เห็น ถึงคุณธรรมของท่าน พยายามตรึก ตรองให้เข้าใจให้ได้ มาในภพนี้ พระอัสสชิ เทศน์เพียงสั้น ๆ ย่อ ๆ เท่านี้ท่านก็ได้สำเร็จ เป็นพระโสดาบัน นี่คืออานิสงส์ของการเห็น สมณะทั้งภพในอดีต และภพชาติปัจจุบัน นอกจากนี้เราลองสังเกตถึงคุณธรรม ของท่านทั้งสองต่อไปอีก พระสารีบุตรก็เป็น คนรู้จักกาลเทศะ รอปรนนิบัติจนพระอัสสชิ ฉันภัตตาหารเสร็จแล้วจึงได้ถามธรรมะ พระอัสสชิเองก็มีความอ่อนน้อมถ่อมตนเต็มที่ ตนเองเป็นถึงพระอรหันต์แล้ว แต่ก็ยังถ่อมตน ว่ายังเป็นผู้บวชใหม่อยู่ เพิ่งเข้าสู่ธรรมวินัยนี้ ไม่นาน ยังไม่อาจแสดงธรรมโดยพิสดารได้ ได้แต่แสดงแบบย่อ ๆ เพราะฉะนั้นพวกเราทุกคน ใครที่ นึกเอาว่าตนเองเก่งนักเก่งหนา วางก้าม วางโตน่ะ ลองถามตัวเองดูก่อนเถอะว่า คุณธรรมในตัวนั้นมีขนาดไหน เก่งกล้า สามารถจริงแล้วหรือ ถึงได้อวดเบ่ง อย่างนั้น อย่าเลย มาฝึกฝนตนเองให้มี คุณธรรมจริงแต่ไม่อวดตัวอวดเบ่งอย่าง “เราเป็นผู้บวชใหม่อยู่ เพิ่งเข้าสู่ธรรม พระอัสสชิ และให้มีความเคารพ รู้จัก วินัยนี้ไม่นาน เราไม่อาจแสดงธรรมให้พิสดาร ได้ แต่เราพอจะแสดงได้เฉพาะความย่อ ธรรมเหล่าใดเกิดขึ้นแต่เหตุ พระ ปริพาชก เพราะขณะนั้นพุทธศาสนายังไม่บัง- ตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมนั้น เกิดขึ้น ศึกษาจนหมดแล้วก็ยังไม่สามารถ และความดับแห่งธรรมนั้น พระมหาสมณะ เห็นสมณะอย่างพระสารีบุตรกันเถิด กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ Kalyanamitra.org ๔ ๖๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More