ข้อความต้นฉบับในหน้า
อนุรุทธะแม้จะถูกพระมารดาตรัสห้ามก็พยายามเฝ้ารบเร้าอ้อนวอน
ทูลขออนุญาตเป็นครั้งที่ ๒ และ ๓ ตามลำดับ
แต่ก็ถูกพระมารดาตรัสห้ามอย่างนั้นอีก แต่ในที่สุด
พระมารดาทรงพิจารณาดูเห็นว่าอนุรุทธะมีใจแน่วแน่ที่จะออกบวช
จึงทรงคิดหาอุบายที่จะไม่ให้อนุรุทธะออกบวช...
ประวัติพระอัจฉริยสาวก
พระอนุรุทธเถระ
ผู้เลิศทางตาทิพย์
โดย จำเนียร ทรงฤกษ์
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
18
ม
ลเหตุที่ท่านอนุรุทธะจะเข้ามาบรรพชาในพระ
พุทธศาสนานั้น มีต้นเหตุมาจากครั้งหนึ่ง พระบรมศาสดา
เสด็จประทับอยู่ที่ “อนุปิยนิคม” ของมัลลกษัตริย์ ในเวลา
นั้น พวกศากยกุมารออกบรรพชาเป็นจำนวนมาก เนื่อง
มาจาก พระเจ้าสุทโธทนมหาราชผู้เป็นพุทธบิดาโปรด
ให้ประชุมตระกูลศากยะทั้งหมดแล้วตรัสว่า
“ถ้าบุตรของเราอยู่ครองเรือน ก็จะได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ ผู้ประกอบด้วยรัตนะ ๗ ประการ ฝ่ายราหุล
หลานของเราก็จะมีหมู่กษัตริย์ห้อมล้อม พวกท่านจง
รู้ความหมายนี้ และบัดนี้ บุตรของเราได้เป็นพระพุทธเจ้า
แล้ว จงมีกษัตริย์เป็นบริวาร ขอพวกท่านจงให้กุมาร
ตระกูลละหนึ่งคนออกบรรพชา” เมื่อพระเจ้าสุทโธทน
มหาราช ตรัสดังนี้แล้วก็มีขัตติยกุมารหนึ่งพันองค์ออก
บรรพชาพร้อมกัน
ในคราวนั้น มหานามะผู้เป็นพระเชษฐา มาปรารภ
ถึงเรื่องนี้แล้ว จึงปรึกษากับอนุรุทธะว่า
“อนุรุทธะ บัดนี้พวกศากยกุมารผู้มีชื่อเสียงพา
กันออกบรรพชาตามพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ในตระกูล
ของเรายังไม่มีใครออกบรรพชาเลย น้องจะบรรพชา
หรือว่าจะให้พี่บรรพชาเล่า
อนุรุทธะผู้ไม่ค่อยรู้จักเหตุการณ์อะไรต่อมิอะไร
พอฟังมหานามะพูดถึงการบรรพชา จึงถามพี่ชายว่า
“การบรรพชานั้น ได้แก่อะไร
“การบรรพชา ได้แก่ การโกนผม โกนหนวด นุ่งห่ม
ผ้าเหลือง นอนบนที่นอนที่ปูด้วยไม้หรือเตียงถักห่าง ๆ
และบิณฑบาตเลี้ยงชีพ” มหานามะอธิบาย
“พี่ น้องเป็นคนมีความสุขมาแต่เกิด ไม่สามารถ
จะออกบวชได้ พี่ออกบวชเองเถิดนะ” อนุรุทธะรีบพูด
บ่ายเบี่ยง
“อนุรุทธะ ถ้าน้องไม่บรรพชา ก็จงเรียนรู้หน้าที่
การงานของผู้อยู่ครองเรือนเสียก่อน พี่จะสอนให้ น้องจง
ตั้งใจฟัง
“พี่ การงานนั้นได้แก่อะไร” อนุรุทธะถามขึ้น
ด้วยความไม่รู้จักจริง ๆ
เหตุทั้งนี้เคยมีการสนทนากันระหว่างกษัตริย์
ทั้ง ๓ พระองค์ พอเป็นพยานยืนยันถึงการไม่รู้จักการงาน
นั้นดังนี้
วันหนึ่งกษัตริย์ทั้ง ๓ คือ กิมพละ ภัททิยะ อนุ
รุทธะ ได้ถามซึ่งกันและกันว่า
"ใครรู้บ้าง ข้าวสุกเกิดที่ไหน"
Kalyanamitra.org
de