ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต่อเมื่อใด ได้พบคนที่เข้าถึงความ
สุขชนิดนี้ได้ เห็นคนที่รักษาศีลมาแล้วอย่างดี
เยี่ยม หน้าตาท่านก็ผ่องใส ไม่ทิ้งไม่ตึง พูด
จาก็ไพเราะ ถึงได้เชื่อว่า เออจริง คนที่รักษา
ศีลมาแล้วอย่างดี เขาร่าเริง แต่ร่าเริงอีกอย่าง
ไม่เหมือนที่เราเคยเห็นไม่เหมือนอย่างที่เราเคย
รู้จัก ถึงแม้ยังไม่เชื่ออย่างน้อยก็คิดที่จะ
ทดลองทำตาม แม้ไม่ได้ทำตามก็ฉุกคิดถึง
การทำความดีบางอย่างขึ้นมา
คนที่เข้าถึงความสุขชนิดนี้ได้ คือ สมณะ
ซึ่งถ้าใครได้เห็นแล้วจะเกิดแรงบันดาลใจให้
คิดถึงธรรม เหมือนระเบิดที่ถูกจุดชนวนย่อม
แสดงอานุภาพออกมาเต็มที่ สติปัญญา
ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ จะถูกสมณะ
กระตุ้นให้เอาออกมาใช้สร้างความดีให้เต็ม
ที่
สมณะคือใคร
สมณะ แปลว่า คนสงบ หมายถึง
พระภิกษุที่ได้บำเพ็ญสมณธรรม ฝึกฝน
ตนเองด้วยศีล สมาธิ ปัญญามาแล้วอย่าง
เต็มที่จนกระทั่งมีกาย วาจา ใจสงบแล้ว
จากบาป
สมณะทุกรูปจึงต้องเป็นพระภิกษุ
แต่พระภิกษุบางรูปอาจไม่ได้เป็นสมณะก็
ได้
“คนเราไม่ใช่จะเป็นสมณะเพราะหัว
โล้น คนที่ไม่ทำกิจวัตร มีแต่พูดพล่อย ๆ
มีความริษยากัน เป็นคนละโมบ จะจัดเป็น
สมณะได้อย่างไร
คนที่เราตถาคตเรียกว่า
“สมณะ”
นั้น จะต้องเป็นผู้ระงับจากการทำบาปน้อย
ใหญ่เสีย” minutes
ลักษณะของสมณะ
๑. สมณะต้องสงบกาย คือ มีความ
สำรวม ไม่คะนอง ไม่มีกิริยาร้าย เช่น ทุบตี
ชกต่อย ฆ่าฟัน สะพายดาบ พกมีดพกปืน เดิน
ขบวน หรือเฮโลยกพวกเข้าชิงดีชิงเด่น แย่งที่
กุมภาพันธ์ ๒๔๓๑
อยู่ที่ทำกินกัน อันเป็นกิริยาของคนไม่สงบ
คนที่เป็นสมณะไม่ว่าจะเข้าที่ไหนจะอยู่ที่
ไหน ย่อมจะไม่ทำความชอกช้ำแก่ใคร
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชมพระโมค
คัลลานะในเรื่องนี้ว่า ท่านแม้จะมีฤทธิ์เดช
มาก แต่ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ไม่เคยทำความช้ำ
ชอกแก่ตระกูลนั้นเลย จะบิณฑบาตรับของ
ถวายอะไรก็ตาม ก็คอยดูว่า เขาจะเดือดร้อน
ไหม รับแต่พอประมาณ เปรียบเหมือนแมลงภู่
บินเข้าสวนดูดเกสรดอกไม้จนอิ่มหนำสำราญ
แต่ไม่เคยทำความช้ำชอกให้แก่ดอกไม้เลย
นอกจากนี้แล้วสมณะยังต้องคำนึงถึง
“สมณสารูป” คือ จะทำอะไรต้องให้ควร
แก่สมณวิสัย
๒. สมณะต้องสงบวาจา คือ ไม่เป็น
คนปากร้าย ไม่นินทาว่าร้ายใคร ไม่ยุยงใส่
ร้ายป้ายสีกัน จะเป็นระหว่างพระกับพระหรือ
พระกับฆราวาสก็ตาม จะทำไปโดยอ้างคณะ
จิตใจของสมณะที่แท้ย่อมเต็มไปด้วยความ
เมตตากรุณา ไม่เป็นภัยต่อผู้ใด
๓
การที่มีความสงบกาย วาจา ใจ ทั้ง
ประการนี้ ส่งผลให้สมณะมีความสง่างาม
อยู่ในตัว มีคำอยู่ ๒ คำที่ใช้ชมความงาม
คน คือ ถ้าชมชายหนุ่มหญิงสาวทั่วไปเราใช้
คำว่า สวยงาม แต่ถ้าจะชมสมณะ เราใช้คำ
ว่า สง่างาม เป็นความงามที่สง่า และยัง
มีความสงบเสงี่ยมอยู่ในตัว ทั้งสง่างาม
และสงบเสงี่ยม แต่ไม่จ๋อง ไม่กระจอกงอก
ง่อย เพราะมีความเชื่อมั่นในคุณธรรมที่ตน
เองปฏิบัติอยู่ มีความอิ่มเอิบอยู่ในธรรม เป็น
ตัวอย่างให้เห็นถึงอานิสงส์ของการประพฤติ
ดีปฏิบัติชอบ
“สมณะเป็นมาตรฐานความประ
พฤติของชาวโลกทั้งหลาย”
ลักษณะของสมณะใน
อ้างนิกาย อ้างวัด อ้างพวก ไม่ได้ทั้ง เชิงปฏิบัติ
นั้น มีแต่วาจาที่เป็นอรรถเป็นธรรม ไม่ใช่วาจา
เหมือนคมหอกคมดาบ แม้การพูดให้คนอื่น
กระดากขวยเขิน เช่น พูดจาเกาะแกะผู้หญิง
เล่นสนุก ๆ ก็ผิดสมณสารูป
๓. สมณะต้องสงบใจ คือ ทำใจให้
หยุดนิ่งเป็นสุขอยู่ภายใน สงบจากบาป
กรรม ตรึกนึกถึงธรรมเป็นอารมณ์ ไม่ใช่ทำ
เป็นสงบแต่เปลือกนอก เหมือนเสือเฒ่าจำศีล
๑. สมณะต้องไม่ทำอันตรายใคร ไม่
ว่าทางกายหรือทางวาจา ก็ไม่ทำความเดือดร้อน
ให้ใคร แม้ในความคิดก็ไม่คิดให้ร้ายใคร
๒. สมณะต้องไม่เห็นแก่ลาภ ดำรงชีพ
อยู่เพียงเพื่อทำความเพียร มีความสันโดษ ไม่
เป็นคนเห็นแก่กิน เห็นแก่ปากแก่ท้อง
๓. สมณะต้องบำเพ็ญสมณธรรม พยา
๖๗
Kalyanamitra.org