ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตรงไหน เมฆลอยไปทางทิศไหน จะโปรยผง
เกล็ดเกลือเคมีเท่าไร รายละเอียดมากมาย
ขนาดสิงคโปร์มาดูเสร็จแล้วบอกว่าเขาทำไม่ได้
ตอนนี้เรื่องโครงการอีสานเขียว เราให้
การสนับสนุนอยู่ เราส่งเครื่องบินไปสี่เครื่อง
แล้วเพราะเห็นว่าพระราชภารกิจที่ทรงทำนั้น
นอกจากจะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องคนไทย
แล้ว เราอยากช่วยพระองค์ท่าน เพราะทรง
เหนื่อยเหลือเกิน อะไรก็ตามที่เป็นพระราช
ประสงค์แล้ว ถ้าทำได้เราต้องทำเต็มที่...”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง
พระเมตตากรุณาต่อข้าราชบริพารอย่างมาก
มีพระอารมณ์ขัน ไม่กริ้วใครเลย ซึ่งท่าน
เลขานุการกองทัพอากาศได้เล่าเหตุการณ์ที่ยัง
ประทับอยู่ในความทรงจำว่า
“เวลาตามเสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่ง
ก็รู้ระเบียบอยู่ว่า จะทำอย่างไร ถ้าเสด็จฯ
พระองค์เดียว ราชองครักษ์ก็ต้องนั่งคู่ด้านซ้าย
ถ้าเผื่อว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จฯด้วย
ราชองครักษ์ต้องนั่งข้างหลัง วันนั้นพระองค์
เสด็จฯพระองค์เดียว เพื่อไปที่ตึกทรงงาน
ในบริเวณพระตำหนัก ราชองครักษ์ก็ต้องนั่งคู่
ซึ่งปกติตามหน้าที่นะครับพอรถพระที่นั่งจอด
ราชองครักษ์ก็ต้องรีบลงไปถวายความเคารพ
แล้วคอยเปิดประตูให้ แต่วันนั้นเพื่อนผมซึ่งรับ
เวรเป็นองครักษ์กลับเปิดประตูไม่ออก จึงลง
จากรถไม่ได้ พระองค์ท่านเสด็จลงแล้วเสด็จ
พระราชดำเนินอ้อมไปทรงเปิดประตูรถให้แล้ว
รับสั่งเย้าว่า
“วันนี้เราทำหน้าที่กลับกันนะ” แหม.....
เล่นเอาเพื่อนผมอายแทบแย่เลย เล่ากันไม่
รู้จบ หัวเราะกันใหญ่ในหมู่ราชองครักษ์
ด้วยกัน...”
พลอากาสตรีสมมต เล่าต่อไปว่า ใน
การตามเสด็จแปรราชฐานไปประทับต่าง
จังหวัด ราชองครักษ์เวรไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ
ชุดใหญ่ แต่งชุดทำงานแทนเพราะอยู่ต่างจังหวัด
“ตามปกตินะครับ ก็จะทรงวิ่งออกกำลัง
ที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ หรือทรง
พระราชดำเนินอย่างเร็ว แต่เราก็ต้องวิ่ง
bo
ตาม เพราะเดินตามพระองค์ท่านไม่ทัน จาก
พระตำหนักมาถึงปากประตูพระตำหนัก
ประมาณ ๒ กิโลเมตร ทรงพักสักครู่ แล้วทรง
วิ่งขึ้นเนินเขาขึ้นพระตำหนัก โดยไม่ทรงหยุด
เลย พวกเราวิ่งตามไม่ถึงกิโลก็หอบแฮก ๆ
แล้วตามเสด็จไม่ทันพระองค์ด้วย แต่ สมเด็จ
พระเทพฯ พระองค์ท่านมีพระพลานามัย
สมบูรณ์อย่างนั้นนะครับ โอ้โฮ.... ทรงวิ่งเก๋ง
นะครับตามในหลวงได้ทัน พอทรงพระราช
ดำเนินขึ้นพระตำหนัก พวกเราสิครับต้องค่อย ๆ
คลานขึ้นไป ก็อายุมาก ๆ กันแล้ว ประกอบกับ
ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย นาน ๆ วิ่ง วิ่งตาม
ลิ้นห้อยเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่ยงยุทธ (พลตำรวจ
เรียงยุทธ อินทบุหรี่น) ซึ่งเป็นราชองครักษ์
เวรด้วยกัน มาชวนบอกว่าไปหาซื้อรองเท้ากัน
หน่อย เอาไว้วิ่งตามเสด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผมบอกว่าหากรองเท้าที่ซื้อสวมแล้ววิ่งตาม
เสด็จพระเจ้าอยู่หัวทันคู่ละห้าพันผมก็จะซื้อ
ใส่ สมัยนั้นรองเท้าอาดิดาสขึ้นชื่อ ก็ไปซื้อ
กันถึงโกตาบารูมาเลย์โน้นแน่ะ ผมบอกว่า
ปัดโธ่เอ๊ย! สวมรองเท้าอะไรก็วิ่งตามเสด็จพระองค์
ไม่ทัน (หัวเราะ) ดูเหมือนว่าทรงพระราชดำเนิน
อย่างช้า ๆ แต่จริง ๆ แล้วทรงเดินเร็วมาก...”
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ผู้ทรง
ไว้ซึ่งความยุติธรรม ความอดทนเป็นเลิศ ทรง
เป็นหลักชัยและหลักใจของทุกฝ่าย ทุกคนจริง ๆ
"ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะ
ครับ พระเจ้าอยู่หัวของเราท่านเหมือนพระ
จริง ๆ สังเกตดูครับว่า ไม่ว่าเสด็จฯไปงาน
ที่ไหนก็ตาม ประทับนั่งนิ่งเฉยแทบไม่ทรงขยับ
เขยื้อนพระวรกายเลย ทรงอดทนมาก ผมเคย
เห็นท่านเสด็จฯไปเป็นองค์ประธานทอด
พระเนตรการแข่งขันฟุตบอล สีพระพักตร์ม
ได้ทรงแสดงความตื่นเต้นหรือเปลี่ยนแปลงไป
เลย ชาติไทยจะแข่งกับชาติไหนก็ตาม พระ
องค์ประทับนั่งดุษฎีเหมือนพระพุทธรูปเลย
สมเป็นองค์ประธาน ถ้าเป็นเรา ยิ่งคนไทย
เล่นนะ อดไม่ได้แน่ ใจมันต้องเอนเอียงเข้าข้าง
ต้องเผลอแสดงความตื่นเต้นเชียร์ชาติไทยออก
มาแน่
เป็นความโชคดีของชาวไทย ที่มีพระ
มหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นยิ่งกว่ากษัตริย์ ทรง
เป็นหลักรวมใจของชาวไทยทุกเชื้อชาติศาสนา
ให้สมานฉันท์ สามัคคีปรองดองกันเหมือนพี่
เหมือนน้อง ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก
ของทุกศาสนาอย่างแท้จริง ท่านเลขานุการ
กองทัพอากาศกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
“จากการติดตามข่าวจะสังเกตเห็นได้
ว่า เมื่อก่อนบางพื้นที่มีปัญหาเรื่องแบ่งแยก
ดินแดน คนบางกลุ่มขอความช่วยเหลือไปยัง
ต่างประเทศบอกว่าศาสนาอิสลามถูกกดขี่
ประเทศที่จะให้ความช่วยเหลือได้ส่งคนมาดูข้อ
เท็จจริง แล้วบอกว่าเขาไม่เชื่อหรอกว่า
ประเทศไทยจะกดขี่ศาสนาอื่น เพราะ
พระเจ้าแผ่นดินไทยทรงนั่งคุกเข่ากับพื้น
พูดกับชาวไทย ไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด
ประทับนั่งทรงพูดคุยซักถามสารทุกข์สุก
ดิบได้เป็นวัน ๆ และไม่ใช่เพียงวันเดียว
แห่งเดียว ที่ไหนก็เห็นอย่างนี้ และเป็น
มาหลายปีแล้ว...”
ก่อนที่จะจากกัน พลอากาศตรีสมมต
สุนทรเวช กล่าวประโยคสุดท้ายด้วยความ
ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณว่า
“ผมภูมิใจที่ทรงไว้วางพระราช
หฤทัย ให้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท พระ
พุทธรูปที่พระราชทานมา ผมนำติดตัว
ไว้ตลอดเวลา และผมไม่ต้องการสิ่งใด
มากไปกว่านี้...”
ในยามเกิดวิกฤตการณ์ในบ้านเมือง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นจอม
ทัพนำรัฐนาวาพาประเทศของพระองค์ฝ่าฟัน
ภัยอันตรายจากมหาวิปโยคมาได้เสมอ แผ่นดิน
ของเราจึงยังครองความเป็นไทย สงบร่มเย็น
อยู่ภายใต้พระบรมฉัตรแก้วของพระบรม
โพธิสมภารเจ้าได้ตลอดไป ตราบที่แผ่นดินไทย
ยังมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม
และ “ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อ
ประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"...
Kalyanamitra.org
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔