มารในพุทธประวัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 2 หน้า 78
หน้าที่ 78 / 118

สรุปเนื้อหา

เราเคยเรียนกันในพุทธประวัติว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนจะตรัสรู้ต้องผจญ มารมาอย่างหนักหนาสาหัส และตลอดเวลา ที่พระองค์ทรงออกประกาศพระศาสนา ก็ ถูกมารรบกวนโดยตรงบ้าง โดยทางอ้อมบ้าง รบกวนพระสาวกซึ่งหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ แล้วบ้าง รบกวนพระภิกษุ พระภิกษุณีบ้าง ยิ่งกว่านั้น อุบาสกอุบาสิกาที่กำลังปฏิบัติ ธรรมล้วนถูกมารรังควานมาแล้วทั้งนั้น แม้พระโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่มี ฤทธิ์มากที่สุด มารก็ลองดีตามไปรบกวนอยู่ เสมอ แม้ที่สุดวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะ เสด็จดับขันธปรินิพพาน มารก็ยังพยายาม ตามไปรังควานอย่างไม่ลดราวาศอก มารมีตัวตนจริง ๆ หรือ งๆ เป็นเพียงการอุปมา เมื่อถูกถามว่า มารที่ว่านี้มีตัวมีตน จริง ๆ หรือว่าเป็นเพียงการอุปมา ก็ต้องตอบ กันตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมไม่เกรงใจใคร และ แน่นอนย่อมไม่ตรงกั

หัวข้อประเด็น

- มารในพุทธประวัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เราเคยเรียนกันในพุทธประวัติว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนจะตรัสรู้ต้องผจญ มารมาอย่างหนักหนาสาหัส และตลอดเวลา ที่พระองค์ทรงออกประกาศพระศาสนา ก็ ถูกมารรบกวนโดยตรงบ้าง โดยทางอ้อมบ้าง รบกวนพระสาวกซึ่งหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ แล้วบ้าง รบกวนพระภิกษุ พระภิกษุณีบ้าง ยิ่งกว่านั้น อุบาสกอุบาสิกาที่กำลังปฏิบัติ ธรรมล้วนถูกมารรังควานมาแล้วทั้งนั้น แม้พระโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่มี ฤทธิ์มากที่สุด มารก็ลองดีตามไปรบกวนอยู่ เสมอ แม้ที่สุดวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะ เสด็จดับขันธปรินิพพาน มารก็ยังพยายาม ตามไปรังควานอย่างไม่ลดราวาศอก มารมีตัวตนจริง ๆ หรือ งๆ เป็นเพียงการอุปมา เมื่อถูกถามว่า มารที่ว่านี้มีตัวมีตน จริง ๆ หรือว่าเป็นเพียงการอุปมา ก็ต้องตอบ กันตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมไม่เกรงใจใคร และ แน่นอนย่อมไม่ตรงกับนักตีความหลาย ๆ ท่าน ซึ่งล้วนไม่เคยฝึกสมาธิมาก่อน หรือฝึกมาเพียง เล็กน้อย ยังไปได้ไม่ถึงไหน หรือไม่อย่าง โลภะ โทสะ นั้น ก็เป็นเพียงนักรวบรวมถ้อยคำในพระไตร ประเภทของมาร ปิฎกแล้วก็มานึกๆเดาๆตีความเอาตามใจชอบ บางท่านตีความไปตีความมาเลยตีเสียจนไม่ ได้ความเลอะเทอะ ไม่สมเหตุสมผล คำว่า มาร ถ้าโดยคำแปล แปลว่า ผู้ขัดขวางความดี หรือสิ่งล้างผลาญคุณ งามความดี คือถ้าใครจะทำความดีเมื่อไร พวกมารเป็นต้องเข้าไปขัดขวางไม่ยอมให้ทำ ความดีได้สะดวก ๆ ต้องเข้าไปขวางไม่ให้ ทำสำเร็จ ที่ร้ายกาจมาก ๆ ก็เข้าไปฆ่าบุคคล นั้นให้ตายไปจากคุณงามความดีเสียเลย กิเลล่ เมื่อมารมีอยู่หลายรูปแบบก็เลยต้อง จัดกลุ่มมารออกเป็นประเภท ๆ เพื่อความเข้า ใจง่าย และเนื่องจากแต่ละประเภทยังมีมาร หลายตัว แต่ละตัวแม้ทำลายล้างสิ่งเดียว กัน แต่ก็มีพิษสงต่างกันอีกด้วย จึงขอเรียกแต่ ละประเภทว่า “ฝูง” เสียเลย พระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงจำแนกมารออกเป็น ๕ ฝูง ดังนี้ โมชะ 2on 2526 ความคิดเลวร้ายต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ละเอียด มาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตามนุษย์ แต่เห็นได้ด้วยตาธรรมกาย ความขุ่นมัว หรือกิเลสนี้ เมื่อห่อหุ้ม บีบคั้น แทรกซึม เย็บ อาบ หมักดอง เกาะติดใจของใครแล้ว ย่อม ทำให้ผู้นั้นเกิดความคิดร้ายกาจต่าง ๆ นานา ทำนองเดียวกับเชื้อโรค ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ก็ทำให้ร่างกายผู้นั้นอ่อนแอ วิปริตแปรปรวน ไปต่าง ๆ นานา ฉะนั้นถ้าความคิดร้ายเกิด ขึ้นในใจครั้งใด ย่อมกลายเป็นมาร ขัดขวางการทำความดีทันที แม้กำลังทำ ความดีอยู่ก็หยุดชะงัก ล้มเลิกทำความดี เสียกลางคัน ถ้ายังไม่เคยทำความดีมา ก่อนก็เลยไม่คิดจะทำ นอกจากไม่คิดทำ เพราะฉะนั้นต้องตอบว่า มารมีตัวตนจริง ๆ มารฝูงที่ ๑ กิเลสมาร ความ ไม่ใช่เพียงการอุปมา แต่ว่ามีอยู่หลายรูป แบบ หลายประเภท ๗๖ “กิเลส” ได้แก่ความขุ่นมัวที่เข้ามา ห่อหุ้มจิตใจคนเรา แล้วทำให้เราเกิด กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More