ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่มีอะไรที่ลูกชายหญิง สงฆ์ และเรียนเชิญสาธุชนมาร่วมอยู่ธุดงค์ด้วย
ของหลวงพ่อจะทำไม่ได้
นอกจากจะยังไม่ได้ทำ
ทอดกฐินปี ๒๕๒๘ เราได้พาสาธุชน
มากพอสมควร ซึ่งตอนนั้นดิฉันไม่มีความเข้าใจใน
เรื่องการอยู่ธุดงค์เลย ใช้เวลาในการไปนิมนต์พระ
เพียง ๒ วันเท่านั้น ได้พระภิกษุสามเณรมาร่วม
ธุดงค์ครั้งละประมาณ ๕๐ กว่ารูป
มาวัด ๕ คันรถบัส เพราะเราเพิ่งบุกเบิก มีกำ ปุพเพกตปุญญตา
คันลูก
ลังแค่ ๓ คน พ่อแม่ลูก (คุณวีรวัฒน์ มัณฑนา
เกื้อกูล) ๔ คันรถเราเบิกเงินวัด อีก ๑
ชายเหมาเอง โดยเก็บเงินเดือนที่ให้ใช้เดือน
ละ ๒,๒๐๐ บาทไว้ ๒ เดือน เพื่อบริการให้
กับสาธุชนที่ไม่ค่อยมีปัจจัย แต่อยากมาวัด
ยิ่งทำให้ดิฉันเห็นใจลูกมากขึ้น เมื่อมีโอกาส
มีบุญได้ขึ้นดอยไปปฏิบัติธรรมกับหลวง
พ่อ ดิฉันลงจากดอยด้วยความสุข จึงมีกำ
ลังใจที่จะบุกต่อไป ทุ่มมาทั้งชีวิตจิตใจ
ศรัทธาเลื่อมใสหลวงพ่ออย่างจริงใจ
หลวงพ่อให้ธรรมะมากมาย และฝาก
ความหวังที่จะให้แสงสว่างแห่งธรรมะ
จุดลงไปบนหัวใจของแก้วภูธร ซึ่ง
ไปขึ้นดอยครั้งนั้น ๕๖ จังหวัด จ.ชัยภูมิ มี
ดิฉันไปเพียงคนเดียวเท่านั้น ดิฉันได้มีโอกาสรู้
จักกับกัลยาณมิตรทั่วประเทศก็ครั้งนั้น นับว่า
เป็นโชคดีและมีบุญมากอย่างที่หลวงพ่อ
ท่านบอก ดิฉันได้ทราบว่า “บุญ” นี้มีจริง
และได้พบทะเลบุญที่ศูนย์กลางกายนี้เอง
เมื่อลงจากดอยหลวงพ่อท่านก็ย้ำให้พวกเรา
ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของกัลยาณมิตรให้
สมบูรณ์ที่สุด และย้ำด้วยว่า “ไม่มีอะไรที่ลูก
ชายหญิงของหลวงพ่อจะทำไม่ได้ นอก
จากจะยังไม่ได้ทำ”
ถึงแม้ไม่มีความเข้าใจ
เรื่องธุดงค์ แต่ธุดงค์ก็
เข้าไปอยู่ในใจ
ในคราวที่ธุดงค์ปีใหม่ ๒๕๒๙ และธุดงค์
วันมาฆบูชา ๒๕๒๙ เราก็ได้นิมนต์ทั้งพระภิกษุ
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
บุญต่อบุญ
เมื่อลงจากดอยต้นเดือนเมษายน
๒๕๒๙ ใจฟูมากแล้ว ดิฉันเริ่มใช้อาชีพของตน
ในเรื่องสื่อมวลชนสร้างสมบุญบารมีทันที จะพูด
ธรรมะสอดแทรกลงไปในรายการเสมอไม่ว่า
จะจัดรายการเพลง ข่าว หรือรายการต่าง ๆ
แม้แต่การตอบ จ.ม. แฟน ก็ต้องสอดแทรก
ธรรมะ ทำให้ดิฉันมีความสุขกับการได้ทำ
หน้าที่กัลยาณมิตร มีความสุขกับการนั่ง
หมายปลายทางหรือไม่ เข้าใจดีว่าลูกไม่กล้าสอน
แม่ ลูกจะพูดเสมอเมื่อจะเตือนแม่
“คุณแม่จำได้ไหมหลวงพ่อท่านพูด
๓...ว่า...” จะว่าแบบนี้อยู่
ในเทปมงคลที่ ๑-๒-๓.....
เสมอ และบางทีก็ว่าและเตือนบ่อย ๆ ด้วย “คุณ
แม่จำได้ไหมหลวงพ่อให้เราทำตัวเป็นผ้าขี้ริ้ว”
เมื่อถูกลูกเตือนยิ่งทำให้รู้ค่าของลูกชาย
มากขึ้น กับน้อง ๆ เขาจะสอนเป็นประจำ ทำให้
เรามีโอกาสได้ฟังธรรมะจากเขาด้วย ทำให้ดิฉัน
นึกสงสารและภูมิใจลูกชายมาก ถึงแม้เขาเกิด
มาพร้อมกับโรคหัวใจ แต่ดวงใจของเขาไม่ได้หวั่น
ไหวกับโรคนั้นเลย จนลืมไปด้วยว่า เขาเองเป็นโรค
อะไร
ดิฉันให้เขากลับมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ
ให้ตั้งใจเรียนให้จบเร็ว ๆ จะได้มาทำหน้าที่
ที่หลวงพ่อมอบให้ มาทำชัยภูมิให้สว่างไสว
ดิฉันจะไม่ขวางทางบุญของลูก มีแต่สนับสนุน
ขอให้ลูกได้เป็นทั้งบัณฑิตทางโลกและบัณฑิต
ทางธรรม เขาเคยพูดอยู่เสมอว่า เมื่อเขาช่วย
ฐานะทางบ้านให้เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว เขาจะ
ขอไปตามทางของเขา ดิฉันก็อนุโมทนาด้วย
และแอบชื่นใจอยู่ทุกวัน อธิษฐานให้ลูกมี
ร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง
ช่วงที่ครอบครัวของดิฉันทุ่มตัวเข้าวัด
- พระธรรมกายนี้ เป็นช่วงที่ชีวิตของครอบครัว
สมบูรณ์ที่สุดตามอัตภาพของเรา ลูกสาวคน
เล็ก (น้องอ่อน) ขออนุญาตมาเรียนที่กรุงเทพฯ
เหตุผลข้อแรกที่ขอมาคือ วันอาทิตย์จะได้มี
โอกาสมาวัดพระธรรมกาย ดิฉันตกลง
อนุญาตทันที และเขาก็ทำอย่างที่ขอมา ลูก
ชายหญิงของดิฉันจึงมาอยู่กรุงเทพฯ ๕ คน
(หญิง ๒ คน ชาย ๓ คน) อยู่กับดิฉันเพียง
คนเดียว คือ “ไก่” (วดาวรรค์ พงศนันทน์)
จบคณะรัฐศาสตร์สาขาบริหารรัฐกิจจาก
สมาธิมาก ๆ มีความสุขกับการได้บอกข่าว
บุญต่าง ๆ หลังจากหันมาปฏิบัติธรรมนั่ง
สมาธิตามหลักวิชชาธรรมกาย อย่างเต็มตัว
ก็นึกขอบคุณ ปุพเพกตปุญญตา บุญที่ได้จาก
การปฏิบัติธรรมสายอื่น ๆ มา จนบุญมากขึ้น จึง
ได้มาพบเส้นทางสีขาวสายตรง กลาง ๆ และถูก
ต้องนี้ ไม่ต้องไปเดินทางอ้อมให้เสียเวลามาก
มาย พร้อมบันทึกเสียดายเวลาที่ผ่านไปว่า เราน่า
จะได้มาเส้นทางสายนี้นานมาแล้ว โอ้เพราะลูก
แก้ว (ลูกชาย) คนนี้เอง ทำให้แม่ไม่ต้องหลงทาง
ต่อไปอีก ถ้าไม่มีลูกแก้วคนนี้ พ่อกับแม่ก็คงจะ
ต้องเดินทางอีกไกล ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะถึงจุด
2
มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำงานช่วยดิฉันเป็น
ผู้จัดทำรายการที่ จ.ส. ๕ ชัยภูมิ คนที่ 2 “กุ้ง”
(พิมพ์ผกา พงศนันทน์) จบศิลปจากวิทยาลัย
เพาะช่าง ทำงานอยู่กรุงเทพฯ (ศิลปวาโก้)
อยู่เป็นพี่ใหญ่ให้น้อง ๆ คนที่ ๓ คือ “ชาย”
๙๔
Kalyanamitra.org