ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระราชาคณะฤกษ์นี้เป็นไปตามขัตติยา สงฆ์ผู้เฉลิมพระเกียรติ
ราชประเพณีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
พระราชทานโดยถือเป็นพระฤกษ์พระชัยใน
การขึ้นเสวยครองราชสมบัติมาทุกแผ่นดิน
รู้กันโดยภาษาสามัญว่า “พระฤกษ์”
พระเฉลิมพระเกียรติ
ปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ นี้ถือเป็นกงล้อ
แห่งประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญอีกวาระหนึ่ง
เมื่อสมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้าธรรมิก
มหาราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเจริญ
พระชนมพรรษา ๕ รอบ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม
๒๕๓๐ ปวงพสกนิกรชาวไทยทั้งปวงมีความ
ยินดีปรีดาปราโมทย์เป็นที่สุด พร้อมใจกัน
ถวายพระราชสมัญญานามให้เป็น “พระบาท
สมเด็จพระภูมิพลอดุลยเดชมหาราช”
นับเป็นพระมหาราชพระองค์ที่ ๙ ของชาติไทย
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
คณะสงฆ์โดยกรรมการมหาเถรสมาคม
อันมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ
พระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เป็นองค์
ประธานได้พิจารณาขอพระบรมราชานุญาต
พระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์พระราชาคณะ
เป็นกรณีพิเศษ ๓ รูป เป็น “พระเฉลิม
พระเกียรติ” และได้รับพระราชทานดังนี้
๑. พระครูสุวรรณประดิษฐการ
(จ้อย) เจ้าคณะอำเภอดอนสัก วัดเขา
สุวรรณประดิษฐ์ อำเภอดอนสัก จังหวัด
สุราษฎร์ธานี เป็น พระกิตติมงคลพิพัฒน์
พระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ
๒. พระครูมงคลศีลวงศ์ (กุศล)
เจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด วัดบุพพาราม
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็น พระ
อุดมกิตติมงคล พระราชาคณะชั้นสามัญ
๓.
• พระครูศรีปัญญาคุณ
(อมร
ป.ธ.๖) รองเจ้าคณะอำเภอม่วงสามสิบ
วัดป่าวิเวก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัด
อุบลราชธานี เป็นพระมงคลกิตติธาดา
พระราชาคณะชั้นสามัญ
การตั้งพระราชาคณะเฉลิมพระเกียรติ
นี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มิเคย
มีมาก่อนเลยในแผ่นดิน เป็นสิริมงคลกาล
ในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษาในปี
พุทธศักราช ๒๕๓๐ ที่ผ่านมา เป็นปรากฏ
การณ์มหัศจรรย์ที่ตื่นตาตื่นใจ เป็นการเฉลิม
ฉลองอันยิ่งใหญ่ด้วยพระบรมเดชานุภาพ
อันกึกก้องเกรียงไกรไปทั่วโลกและทั่วสากล
พิภพ
๔๓
Kalyanamitra.org