ข้อความต้นฉบับในหน้า
เกิดมาไม่เคยทำให้พ่อแม่เดือดร้อนหรือมีปัญ
หายุ่งยาก ทุกคนมีแต่สงสารเขา เพราะเลี้ยง
ง่าย ไม่ขี้อ้อน ยิ่งสงสารหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าเขาเป็น
โรคหัวใจตีบรั่วตั้งแต่กำเนิด และได้รับการผ่า
ตัดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เขาอายุ 6 ขวบกว่า
ชายเองก็ว่านอนสอนง่าย ใครเห็นก็เอ็นดู เมื่อ
เข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ดิฉันก็ห่วงแต่สุขภาพของ
เขา ถึงหมอจะรับรองแล้วก็อดห่วงไม่ได้
ต้นปี ๒๕๒๘ ชายมาขออนุญาตไป
อบรมธรรมทายาท ภาคฤดูร้อน อบรม
เสร็จแล้วก็จะบวชต่อ ดิฉันขอรับว่าตอนนั้น
ไม่อยากอนุญาตเลย เพราะกลัวว่าลูกจะทนไม่
ได้ ร่างกายไม่แข็งแรง กลัวว่าจะเป็นลมแล้ง
จะเป็นภาระให้คนอื่น ที่แน่ ๆ ก็คือกลัวลูกจะ
หัวใจวาย ถึงแม้หมอจะบอกว่าโอกาสหัวใจ
วายมีน้อยหลังจากผ่าตัด แต่ดิฉันก็ไม่พูด
ตรง ๆ เพียงบอกเขาว่าถ้าชายคิดว่าชายทำ
ได้แม่ก็อนุญาตเพราะดิฉันพูดกับเขาต้องระมัด
คุณตา ที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ท่าน
ก็คงจะปลื้มใจมากเช่นกัน แต่ลูกชายก็บอกว่า
ชายได้ส่งบุญไปให้ท่านแล้ว ดิฉันก็ได้แต่อนุ
โมทนาบุญด้วย เมื่อบวชแล้วก็บอกกับแม่ว่า
“โยมแม่ไม่ต้องห่วงอาตมา ทำใจ
ให้สบายจะได้บุญมาก ๆ อาตมาสบายดี
กลับไปบ้านไปใส่บาตรทุกวัน นั่งสมาธิ
ทุกวันนะ โยมพ่อโยมแม่จะได้บุญมาก ๆ”
ระวังมาก กลัวจะกระทบกระเทือนหัวใจ ทดแทนบุญคุณด้วย
เขา เนื่องจากเขาเป็นคนช่างคิดอยู่แล้ว และ
รอบคอบพอสมควร
อนุญาตให้ลูกไปใจก็แสนห่วง ลูกไม่
เคยอดข้าวเย็น กลัวจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ลูกก็คงจะเข้าใจแม่ บอกให้แม่อธิษฐาน
ให้หลวงพ่อช่วย แม่ก็ไม่เข้าใจว่า หลวง
พ่อคือใคร ลูกอธิบายก็เข้าใจพอลาง ๆ ก็
เลยอธิษฐานให้ท่านช่วยให้ลูกไปตลอด
รอดฝั่ง
พอวันมาบวชลูกที่วัดเบญจมบพิตรฯ
ดิฉันประทับใจมาก ตื้นตันใจ กลั้นน้ำตาไม่
ไหว ยิ่งลูกเข้ามากราบดิฉันยิ่งปลื้มปีติ ตื้น
ตันใจยิ่งขึ้น ได้คิดว่าเป็นบุญของลูก เป็น
บุญของพ่อของแม่ที่ลูกได้มาบวชเพื่อเป็น
ส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย ไม่ใช่บวชเพื่อ
อาศัยพระรัตนตรัยเลี้ยงชีพ ดิฉันให้พี่สาว
ของเขา พิมพ์ผกา พงศ์นันทน์ ถ่ายภาพไว้ทุก
อิริยาบถ หมดฟิล์มไปทั้งหมด ๕ ม้วน มีความ
สุขมาก ๆ ที่ได้เห็นลูกเป็นพระ ได้กราบ
พระ ชื่นใจจริง ๆ ทำให้คิดถึงคุณปู่ คุณย่า
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
กุศโลบาย
เมื่อกลับมาบ้าน พระก็มีจดหมายมา
ถึงเตือนให้ใส่บาตร นั่งสมาธิแผ่เมตตาทุก
วัน ๆ และในที่สุดก็บอกวันสึก เมื่อกลับ
ไปถึงบ้านที่ชัยภูมิ ยิ่งมีความอ่อนน้อมกว่า
เดิมมากขึ้น ปกติชายเขาจะกราบเท้าพ่อ-แม่
เป็นประจำอยู่แล้วตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถมจน
จบมัธยม และลูกชายทั้ง ๓ คนก็ทำเหมือนกัน
หมด ลูกสาวชอบกราบบนตักทั้ง ๓ คน
เมื่อลูกไปถึงบ้านยังถือศีล ๘ อยู่เป็นเดือน ๆ
ช่วยงานทางบ้านหนักขึ้น รู้จักรับผิดชอบมาก
ขึ้น ตอนนั้น ดิฉันยังปฏิบัติธรรมสายอื่นอยู่
ลูกชายก็ไม่มีปฏิกิริยา เห็นอาจารย์มาก็ยังให้
ความเคารพนับถือตามปกติ แต่เขาก็ฉลาดใช้
อุบาย ตื่นเช้าขึ้นมาเขาจะเปิด เทปธรรมะ
มงคล ๓๘ ของหลวงพ่อทัตตชีโว ให้ฟัง
ทุก ๆ เช้า ในช่วงที่ดิฉันยังไม่ไปทำงาน
ตอนกลับมารับประทานอาหารกลางวันที่บ้าน
เขาก็จะเปิด ตอนเย็นก็เปิดอีก คุณยายอยู่ที่บ้าน
Kalyanamitra.org
ฟังจนติด เปิดสลับไปมาทั้ง ๓๙ มงคลจนครบ
เขาซื้อเทปมาทั้งหมด โดยยอมสละค่าเล่าเรียน
ซึ่งดิฉันให้เขาใช้เดือนละ ๒,๒๐๐ บาท สละ
เพื่อเอาเงินไปซื้อเทปมาให้แม่ฟัง ยิ่งฟังก็ยิ่ง
ติด ยิ่งฟังก็ยิ่งใส พอได้ที เขาก็ชวนนั่งสมาธิ
วันละเล็กวันละน้อย เมื่อนั่งเข้ามาก ๆ ชักมี
ข้อสงสัย เขาก็เปิดธรรมะหลวงพ่อให้ฟังอีก
แล้วบอกให้คุณแม่นั่งสมาธิเพิ่มเวลาขึ้นอีกนิด
แล้วคุณแม่จะรู้จะเข้าใจเอง ดิฉันชักเชื่อ ค่อยๆ
หันมานั่งสมาธิแผ่เมตตาแทน
อานิสงส์แห่งพลังจิต
อธิษฐาน
จนกระทั่งก่อนวันทอดกฐินปี ๒๕๒๘
ชายและน้องชายของเขา (ลูกชายคนเล็ก วัฒน
พงศ์ พงศนันทน์ ลูกคนที่ ๕ เรียกชื่อเล่น
“น้องน้อย”) มีบุญ ได้มีโอกาสขึ้นไปปฏิบัติ
ธรรมบนดอยสุเทพฯ เมื่อลงมาแล้ว ได้รับ
บุญกองกฐินมาชัยภูมิ ๒๐๐ กอง รับมาด้วย
ความเบิกบาน ชายเคยพูดกับดิฉันเสมอว่า
อยากจะทำชัยภูมิให้สว่างไสวด้วยแสง
ธรรม
อยากจำลองวัดพระธรรมกาย
ไว้บนผืนดินของชัยภูมิ อยากเห็นชาวชัย
ภูมินุ่งขาวห่มขาวเข้าวัด อยากให้ผู้ที่จะ
บวชได้บวชเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพระ
รัตนตรัย ไม่ใช่บวชแบบตามประเพณี
เหมือนที่เขาทำกันในขณะนี้ อยากจะให้
ชาวชัยภูมิได้รู้จักการทําบุญที่ถูกวิธี และ
ที่อยากจะได้มาก ๆ คืออยากได้วัดแบบ
วัดพระธรรมกายมาไว้ในชัยภูมิ โดย
มีหลวงพ่อหลวงพี่อย่างวัดพระธรรมกาย
ด้วย อยากจะเห็นชาวชัยภูมิประพฤติปฏิ
บัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ
ตอนแรกดิฉันยังคิดเลยว่า ลูกชายคิด
ในสิ่งที่เป็นไปได้ยาก เมื่อเขารับกองมา
แล้ว เขาก็บอกดิฉันว่า เขาจะไปบอกบุญเอง
ซึ่งตอนนั้นเขาก็ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าจะบอก
บุญกฐินด้วยวิธีการใด ดิฉันก็งงเหมือนกัน
ๆ
๔๓