ข้อความต้นฉบับในหน้า
สัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวบ้าน โดยการบิณฑบาตนี้เอง”
อาจกล่าวได้ว่าบัดนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีอะไรเลย นอกจาก
คำตอบของอาตมาคงจะได้ไปเขี่ยถูกจุดสำคัญใน ตัวความสงบสุขและความอิ่มเอิบใจอันบริสุทธิ์เท่านั้น
จิตใจของสหธรรมิกรูปนั้นเข้าโดยบังเอิญ เพราะปรากฏ ถ้าจะเปรียบจิตใจของอาตมากับบุรุษผู้หิวกระหาย
๘๘
เมื่อมีความชำนิชำนาญในสมาธิขั้นนั้นดีแล้ว
ว่าเช้าวันรุ่งขึ้น ท่านได้ออกบิณฑบาตเช่นเดียวกับอาตมา
อีกทีก็เหมือนเมื่อเขารับประทานรสขม และรสเปรี้ยวหมด
ต่อมาภายหลังท่านได้เข้ามาหาอาตมา และพรรณนา
อานิสงส์ของการบิณฑบาตให้ฟังว่า มันทำให้หายจาก
โรคปวดแข็ง ปวดขาซึ่งทรมานท่านมาแรมปี ทำให้ท่าน
รู้จักคุ้นเคยกับชาวบ้าน จนชาวบ้านเกิดความนับถือ เมื่อ
มีปัญหาชีวิตก็ไปปรึกษาหารือขอคำแนะนำ เป็นเหตุให้
แล้ว ยังคงเหลือเพียงรสเผ็ดรสหวานรสมันเท่านั้น
อาตมาเพลินอยู่ในสุขอันบริสุทธิ์นี้เป็นเวลาหลายวัน
ทีเดียว
อาตมาก็พยายามลองก้าวต่อไปอีก โดยใช้สติระงับ
ครั้งคราวนั้นเสีย พยายามอยู่ชั่วขณะหนึ่งก็ประสบผล
สำเร็จ บัดนี้ใจของอาตมาแน่วแน่ยิ่งกว่าเดิม ดุจน้ำใน
วันที่สงบนิ่งปราศจากการกระเพื่อมแม้แต่น้อย เมื่อ
จิตใจปราศจากความอิ่มเอิบรบกวนตัวความสงบสุข
และความแน่วแน่ก็เด่นชัดยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนบุรุษ
ท่านได้เผยแผ่ธรรมะบำบัดทุกข์บำรุงสันติสุขแก่ชาวบ้าน ความอิ่มเอิบซาบซ่านใจ ซึ่งทำให้ใจกระเพื่อมเป็น
ทำให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าของพระสงฆ์และของพระศาสนา
ส่วนการปฏิบัติด้านจิตใจก็ดำเนินไปอย่างมีผลดี
เหตุที่อาตมาสามารถยืนยันได้ว่ามีผลดี ก็เพราะทุกพื้นที่
อาตมานั่งเข้าที่ทำสมาธิ ไม่ว่าจะเป็นการบริกรรม
คำว่า “พุทโธ” หรือกำหนดลมหายใจ หรือเพ่งกสิณ
จิตจะดิ่งลงสู่ความแน่วแน่เป็นอัปปนาสมาธิภายใน ผู้รับประทานรสเผ็ดหมดสิ้นแล้ว เหลืออยู่แต่เพียง
รสหวานและรสมันอันแสนจะเอร็ดอร่อยโดยส่วนเดียว
วันต่อมาอาตมาได้ลองยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น
ไม่ช้า เมื่อจิตเป็นสมาธิอย่างแน่วแน่มั่นคงแล้ว นิวรณ์
ทั้ง ๔ ซึ่งเป็นตะกอนทำให้จิตขุ่นมัวไร้คุณภาพก็ระงับไป
เหลือแต่ดวงจิตอันสว่างไสวบริสุทธิ์ดุจดวงจันทร์วันเพ็ญ อีก โดยการใช้สติระงับความรู้สึกเป็นสุขใจนั้นเสีย
ลอยเด่นอยู่เฉพาะหน้า สิ่งที่ยังเหลืออยู่ภายในวงกลม เพราะรู้สึกว่ามันยังทำให้ใจกระเพื่อมอยู่นิด ๆ แม้จะกระ
แห่งจิตอันสุกใสนั้นก็คือ อารมณ์บางอย่างซึ่งจิตนั้นสร้าง เพื่อมเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้ มันก็ยังทำให้ใจ
ขึ้นมาหรือนึกขึ้นมา การตรึกตรองพิจารณาอารมณ์นั้น ไม่สงบแน่นิ่งแท้อยู่นั่นเอง เมื่อพยายามอยู่ครู่หนึ่งความ
ความอิ่มเอิบซาบซ่านใจ ความสุขสงบใจอย่างวิเศษ สุขก็ระงับไปเหลืออยู่แต่แน่วแน่อย่างมั่นคง ปราศจาก
และความตื่นตัวที่คอยควบคุมลักษณะจิตต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งรบกวนใด ๆ แม้แต่น้อย เกือบจะกล่าวได้ว่าไม่มีสิ่งใด
อยู่เท่านั้น บางวันอาตมาเพลินอยู่ในความสุขสงบอัน
แน่วแน่นั้น จนรุ่งสว่างโดยไม่รู้สึกตัว รู้สึกว่าเวลาหนึ่ง
คืนสำหรับความสุขอันบริสุทธิ์สะอาดเช่นนั้นช่างสั้นเสีย
เหลือเกิน ถ้าจะเปรียบจิตใจของอาตมาในขณะที่กำลัง
อยู่ในสมาธินั้น ก็เหมือนบุรุษผู้หิวกระหายมาหลายวัน
ได้พบอาหาร ๕ ชนิด มีรสเลิศแปลก ๆ กัน คือ ชม
1
เปรี้ยว เผ็ด หวาน มัน แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินด้วยความ
กระหาย
หลายวันผ่านไป เมื่อเชื่อว่าคนมีความชำนาญ
ในสมาธิขั้นนี้ดีแล้ว อาตมาก็ควบคุมสติถอนจิตจาก
อารมณ์และการคิดไตร่ตรองอารมณ์ลองดู ในไม่ช้า
ก็ปรากฏว่าอารมณ์ของจิตระงับไป การตรึกตรองตาม
อารมณ์ก็หยุดชะงักไป ทำให้ดวงจิตแน่วแน่และใสสะอาด
บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น สิ่งที่ยังเหลืออยู่ในดวงจิตก็คือความอิ่ม
เอิบใจ ความสงบสุข และความแน่วแน่เท่านั้น อาตมา
เหลืออยู่ในดวงจิตเลย นอกจากความสงบแน่วแน่มั่นคง
อย่างเยี่ยมยอด ความเป็นกลางไม่เกาะเกี่ยวยึดเหนี่ยว
หรือเอนเอียงไปด้านใด แสงสว่างอันบริสุทธิ์ขาวนวล
และตัวสติที่คอยควบคุมอยู่เท่านั้น ถ้าจะเปรียบกับบุรุษ
ผู้หิวกระหาย ขณะนี้ก็เปรียบเหมือนตอนที่เขารับประทาน
อาหารครบทุกรสแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยนอกจาก
ความอิ่มเท่านั้น อาตมาสังเกตดูลักษณะจิตในสมาธิ
ขั้นนี้ เหมือนจิตใจของคนที่กำลังหลับสนิท ประสาท
ทั้ง ๕ ไม่มีการติดต่อกับโลกภายนอก แต่ยังมีสติดูแล
ใจที่กำลังหลับสนิทนั้นอยู่ เปรียบเหมือนมารดาซึ่งจ้องดู
บุตรของตนซึ่งกำลังหลับสนิทอยู่ข้างหน้า
เมื่อจิตขึ้นถึงสมาธิขั้นนี้แล้ว อาตมาก็ถอยกลับคืน
มายังชั้นที่ ๓ โดยใช้สติเรียกเอาความสุขกลับคืน ต่อ
จากนั้นก็ถอยกลับมายังขั้นที่ ๒ โดยเรียกเอาความอิ่มเอิบ
ใจกลับคืนอยู่ในชั้นที่ ๒ ชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็สร้างอารมณ์
Kalyanamitra.org
๒
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
!