ข้อความต้นฉบับในหน้า
การค้ากาแฟสมัย ค.ศ. ๑๘๒๗ เมืองริโอ เดอ
จาเนโร
เจ้าของรถยืนโบกมือขอความช่วยเหลือต่อรถ
ที่กำลังผ่านมา กัสสปะใจดีแวะจอดโทรศัพท์
ที่ตู้โทรศัพท์ฉุกเฉินข้างทาง แต่พบความจริง
ว่า กล่องโทรศัพท์สีส้มที่มีอักษร SOS เขียน
ติดไว้นั้น มีแต่กล่องเปล่า ภายในหาได้มี
อุปกรณ์การสื่อสารที่ใช้การได้แต่ประการใด
ไม่
สภาพภูมิประเทศตามเส้นทางที่ผ่านมา
คล้าย ๆ กับขับรถผ่านทางตอนเหนือของ
ประเทศเรา มีภูเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ เป็นระยะ ๆ
แต่พืชพรรณไม้นั้นดูแปลกตาไปมาก ต้นหญ้า
บางชนิดใบใหญ่หนา ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่
ใบกว้าง ผิดจากที่เคยเห็นในบ้านเรา สิ่ง
ที่คล้ายกันคือ หมู่บ้านของชาวไร่ เป็นบ้านชั้น
เดียวหลังคาแบน ๆ รูปทรงแบบประเทศ
ในกลุ่มยุโรปตอนใต้ บ้านเหล่านี้ดูทรุดโทรม
กระจายอยู่ตามเส้นทางที่ผ่านมา ดูแตกต่าง
ราวฟ้ากับดินเมื่อเทียบกับความเจริญในเมือง
ใหญ่ เช่น เซา เปาโล ที่เพิ่งพบเห็นมาเมื่อไม่
กี่อึดใจ
นั่งรถมาประมาณชั่วโมงกว่า ก็ถึง
เมืองคัมปีนัส (Campinas) อันเป็นจุดหมาย
ปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ คัมปีนัสเป็น
เมืองใหญ่ติดอันดับของบราซิล มีประชากร
ประมาณ 6,000,000 คน มีตึกทันสมัย
ใหญ่โตขึ้นอยู่หนาแน่น ความจ้อกแจ้กจอแจ
ตามท้องถนน พอ ๆ กับย่านศูนย์การค้าต่าง ๆ
ในกรุงเทพฯ แต่สิ่งที่เห็นผิดตา คือ ความ
หลากหลายของเชื้อชาติ ผู้คนผิวขาว ผิวดำ
ผิวเหลืองปะปนระคนกันทั่วไปตามท้องถนน
ตามป้ายรถเมล์ ในรถประจำทาง และ
ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ
๓๔
บ้านของกัสสปะ เป็นตึกสีขาวสองชั้น
มีสนามหญ้าล้อมรอบ รั้วเป็นคอนกรีตสีขาว
เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๒๐๐ ตารางวา ใน
บริเวณบ้านมีต้นไม้ยืนต้นปลูกอยู่หลายชนิด
บางต้นกำลังออกผล เช่น มะม่วงยักษ์ ผิวสี
แดงสด ขนาดไล่เลี่ยกับมะพร้าวบ้านเรา และ
มะนาว กลางสนามหญ้ามีสระว่ายน้ำเล็ก ๆ
อยู่สระหนึ่ง บ้านนี้อยู่ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัย
เท่าใดนัก
กัสสปะ ได้เตรียมห้องพักไว้ให้อาตมา
อยู่ชั้นล่างติดกับห้องนั่งสมาธิของตน พอจัด
ข้าวของเข้าที่เสร็จก็ถึงเวลาฉันเพลพอดี ภรรยา
ชาวชิลีเชื้อสายเยอรมัน พร้อมลูกชาย ๒ คน
และลูกสาวคนเล็กก็กลับมาทานข้าวกลางวัน
ที่บ้านด้วย แม่ครัวซึ่งเป็นหญิงผิวดำ ได้
เตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว อาหารที่ยกออก
มาประเคนนั้น หน้าตาคล้าย ๆ อาหารไทย
อาหารอย่างหนึ่งดูเหมือนแกงเนื้อของเรา แต่
แทนที่จะใส่กะทิ กลับเป็นครีมจากนมสด
และแทนที่จะเป็นมะเขือพวง ก็เป็นถั่วเขียว
รูปร่างกลมชนิดหนึ่ง ขนมหวานหลายชนิดดู
เหมือนกับของไทย สำเนียงที่ออกเสียงเรียก
“ชา” “กาแฟ” หรือ “ปอง” (pao ขนมปัง) นั้น
ใกล้เคียงกับในภาษาไทยมาก อาหารและขนม
เหล่านี้ ชาวโปรตุเกสได้นำเข้ามาเผยแพร่
ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จน
สืบทอดตกมาถึงลูกหลาน จนดูเป็นส่วนหนึ่ง
ของวัฒนธรรมไทยในปัจจุบัน
รับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว
ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน กัสสปะมี
รายการสอนในมหาวิทยาลัยในตอนบ่าย
และได้บอกอาตมาไว้ว่า ค่ำวันนี้ ได้เตรียม
รายการไว้ให้อาตมาแล้ว ตอนเย็นจะนิมนต์
อาตมาเข้าไปร่วมประชุมกับกลุ่มคณาจารย์
จากมหาวิทยาลัย
หลังจากที่พักผ่อนในช่วงบ่าย จนหาย
เพลียจากการเดินทางที่ผ่านมาแล้ว กัสสปะก็
ขับรถพาอาตมาไปยังบ้านของนักจิตวิทยา
ท่านหนึ่ง ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุมชั่วคราว
ของอาจารย์กลุ่มนี้ อันมีศาสตราจารย์สอน
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org