การบรรพชาของอนุรุทธะและภัททิยราชา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 2 หน้า 75
หน้าที่ 75 / 118

สรุปเนื้อหา

กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ สหายจงบรรพชาตามสบายเถิด” อนุรุทธะฟังคำนั้นแล้วจึงกล่าวชวนว่า “เรามาไปบรรพชาด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย” ภัททิยราชาตรัสปฏิเสธว่า “เรายังไม่อาจบรรพชา ได้ แต่สิ่งใดที่เราอาจกระทำแก่สหายได้ เราก็จะช่วยกระ ทำสิ่งนั้นให้ ขอสหายจงบรรพชาก่อนเถิด “ อนุรุทธะกล่าวอ้างถึงพระมารดาและทวงพระวาจา ของภัททิยราชาขึ้นว่า “พระมารดาได้บอกแก่เราว่า ถ้าหากภัททิยราชา เสด็จออกทรงผนวช ลูกจงบรรพชาเถิด และสหายก็ ได้กล่าวกับเราแล้วว่า ถ้าบรรพชาของท่านเนื่องกับ ของเราหรือไม่ก็ตามทีเถอะ การบรรพชานั้นก็จะมีขึ้น เราก็จะบรรพชากับสหาย ขอสหายจงบรรพชาตามสบาย เถิด เพราะฉะนั้นเราทั้งสองจะต้องบรรพชาด้วยกัน” อนึ่ง ในสมัยนั้น บุคคลทั้งหลายเป็นผู้กล่าว คำสัตย์ เป็นผู้รักสัจวาจา เมื่ออนุรุทธะกล่าวทวงพระวาจาของภัททิยราชา ขึ้นเช่

หัวข้อประเด็น

- การบรรพชาของอนุรุทธะและภัททิยราชา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ สหายจงบรรพชาตามสบายเถิด” อนุรุทธะฟังคำนั้นแล้วจึงกล่าวชวนว่า “เรามาไปบรรพชาด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย” ภัททิยราชาตรัสปฏิเสธว่า “เรายังไม่อาจบรรพชา ได้ แต่สิ่งใดที่เราอาจกระทำแก่สหายได้ เราก็จะช่วยกระ ทำสิ่งนั้นให้ ขอสหายจงบรรพชาก่อนเถิด “ อนุรุทธะกล่าวอ้างถึงพระมารดาและทวงพระวาจา ของภัททิยราชาขึ้นว่า “พระมารดาได้บอกแก่เราว่า ถ้าหากภัททิยราชา เสด็จออกทรงผนวช ลูกจงบรรพชาเถิด และสหายก็ ได้กล่าวกับเราแล้วว่า ถ้าบรรพชาของท่านเนื่องกับ ของเราหรือไม่ก็ตามทีเถอะ การบรรพชานั้นก็จะมีขึ้น เราก็จะบรรพชากับสหาย ขอสหายจงบรรพชาตามสบาย เถิด เพราะฉะนั้นเราทั้งสองจะต้องบรรพชาด้วยกัน” อนึ่ง ในสมัยนั้น บุคคลทั้งหลายเป็นผู้กล่าว คำสัตย์ เป็นผู้รักสัจวาจา เมื่ออนุรุทธะกล่าวทวงพระวาจาของภัททิยราชา ขึ้นเช่นนั้น ภัททิยราชาจึงตรัสบอกกับอนุรุทธะว่า “สหายเราจะกระทำตามที่พูดแล้วนั้น แต่ ให้สหายรอสัก ๗ ปีเถิด ต่อเมื่อล่วง ๗ ปีไปแล้วเราจึง จะบรรพชาพร้อมกัน” อนุรุทธะกล่าวแย้งว่า “เวลา ๓ ปีนั้นนานเกินไป เรารอไม่ได้” ภัททิยราชาจึงตรัสขอให้รอลดลงเป็น 5 ปี ๕ ปี ๔ ปีลดเรื่อยลงมาจนเหลือเพียง ๑ ปี อนุรุทธะก็ตอบว่า “เวลา ๑ ปี ก็รอไม่ได้” ภัททิยราชาจึงตรัสขอลดลงมาว่า “ขอให้รอสัก ๓ เดือนได้ไหม” อนุรุทธะก็ตอบปฏิเสธทันทีว่า “เวลา ๓ เดือนก็รอไม่ได้” ภัททยิราชาจึงตรัสขอลดลงมาเป็น 5 เดือน ๕ เดือนและลดลงมาจนเหลือเพียงครึ่งเดือน แต่ก็ได้ทรง สดับฟังค่าปฏิเสธจากอนุรุทธะว่า ได้ “แม้เวลาครึ่งเดือนหรือ ๑๕ วัน ก็ยังนานนักรอไม่ ในที่สุดภัททิยราชาจึงตรัสขอลดหย่อนลงมาว่า “ถ้าอย่างนั้นขอให้รอสัก ๗ วัน พอให้เรา ได้มอบราชสมบัติให้บุตรและพี่ชายน้องชายเสียก่อนจะ ได้หรือไม่ประการใด” อนุรุทธะพิจารณาเห็นว่า เป็นระยะเวลาพอสม ควรจึงกล่าวตอบว่า “ได้ เพราะเพียง 5 วันเท่านั้น ไม่นานเกินการณ์ ไป” ฝ่ายอนุรุทธะเมื่อตกลงกับภัททิยราชาจนเป็นที่เข้าใจ กันทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนั้นจึงได้ไปเที่ยว ชักชวนศากยะอื่น ๆ ได้ ๓ ท่าน คือ อานนท์ ภัคคุ กิมพิละ กับโกลิยวงศ์ ๑ ท่าน คือ เทวทัต และอุบาลี ผู้เป็นนายภูษามาลาอีก ๑ คน รวมทั้งหมดเป็น ๗ ท่าน ด้วยกัน ๗ บุคคลทั้ง ๗ ท่าน ได้หาโอกาสเสวยสุขสมบัติ ใหญ่อยู่ตลอด ๗ วัน เปรียบปานเทพเจ้าเสวยทิพยสมบัติ ฉะนั้น แล้วเสด็จออกพร้อมด้วยจตุรงคเสนาเหมือนกับจะ เสด็จประพาสพระราชอุทยาน พอไปถึงเขตแดนของ กษัตริย์อื่นแล้ว ก็ให้จตุรงคเสนา หรือจตุรงคพลกลับแล้ว เสด็จเข้าสู่ราชธานีของกษัตริย์อื่นต่อไป กษัตริย์ทั้ง 5 พระองค์ ทรงเปลื้องเครื่องทรงออก แล้วห่อส่งให้แก่อุบาลีและกล่าวว่า “นี่แน่ะอุบาลี เจ้าจงกลับไป ของจำนวนเท่านี้ จักพอเลี้ยงชีพของเจ้าแล้ว” อุบาลีร้องไห้กลิ้งเกลือกอยู่ใกล้ ๆ พระบาทของ กษัตริย์เหล่านั้น ไม่ต้องการจะรับเลย แต่ก็จำเป็นจำใจรับ เพราะไม่อาจฝ่าฝืนอำนาจได้ ครั้นรับมาแล้วก็กลัว ความเข้าใจผิดของพวกศากยะจะคิดว่าเราฆ่าพวกราช กุมารเพื่อชิงเอาเครื่องประดับ พวกศากยะเป็นพวกดุร้าย อาจลงพระราชอาชญารับสั่งฆ่าเราเสียก็ได้ จึงฉุกคิดขึ้น ว่า เหตุไรศากยะเหล่านี้ได้สละของมีค่าเหล่านี้เหมือนกับ ถ่มเขฬะ แล้วออกบรรพชาได้ คิดแล้วจึงเอาห่อเครื่อง ประดับแขวนไว้ที่กิ่งไม้และบอกว่าผู้ต้องการจงถือเอาไป เถิด แล้วรีบกลับไปหากษัตริย์เหล่านั้น เมื่อพวกกษัตริย์ ตรัสถามถึงการกลับมา ก็ทูลแจ้งความประสงค์ของตน ให้ทรงทราบ และได้รับความเห็นชอบ Kalyanamitra.org ๗๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More