ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระร เชินเนตอบ...
พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖
"....เมื่อเสด็จสวรรคตไปกะทันหัน เป็นหลักพึ่งพาของพระมหากษัตริย์ตลอด พระองค์ต่อไปของพวกเขา ซึ่งประชาชน
ข้าพเจ้าตอนนั้นอายุ ๑๓ ปี ก็ได้ร่วมทุกข์ เวลา ประชาชนเป็นมิตรของพระมหา
๔๐
ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยตลอดเวลาเกือบ
กับประชาชนด้วย เพราะตอนนั้นเป็นเพียง กษัตริย์ มิตรนี้ในความหมายที่แท้จริง ปี เราซึ่งหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ
หม่อมราชวงศ์หญิงธรรมดา ๆ การมี ผู้ที่เอื้อเฟื้ออย่างกว้างขวางคอยเอื้อเฟื้อ กล่าวว่า เป็นครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ร่วมทุกข์
ส่วนร่วมความทุกข์กับประชาชนอย่างนั้น เผื่อแผ่ช่วยเหลืออย่างลึกซึ้งกว้างขวาง และ ร่วมสุขด้วยกัน ท่านทั้งหลายจงดูภาพนั้น
ทำให้รู้สึกว่าชีวิตของคนไทยในขณะนั้น พระมหากษัตริย์ก็ไม่เป็นภัยต่อประชาชน จะเห็นเองว่า แม้ใครจ้วงทำร้ายพระองค์
แทบจะเรียกว่าหัวใจแทบจะขาดไปทีเดียว ภาพนี้ให้เห็นถึงตอนที่สวรรคต แล้ว ก็อาจจะทำได้ แต่เขาคงจะไม่หนีรอด
ในการสูญเสียประมุข และบัดนี้ข้าพเจ้า ประชาชนนับไม่ถ้วนได้แสดงความร่วม พ้นจากเอื้อมมือของประชาชนได้...”
จึงได้เชื่อว่าที่ประชาชนแสดงความจงรัก ทุกข์ด้วยกัน ทุกคนมีใบหน้านองน้ำตา - ความประทับใจในความจงรักภักดี
ภักดีให้เห็นนั้น เป็นความจริงใจทั้งสิ้น พุ่งสายตามาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อย่างสูงของประชาชนนั่นเอง คือพลังที่
อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ซึ่งขณะนั้นพระชนม์เพียง ๑๘
อยู่หัวรัชกาลปัจจุบันรับสั่งว่า เราต้อง
พรรษา แล้วก็พุ่งความรัก ความหวัง
ตอบแทนความรักของประชาชนด้วยการ ความเห็นใจเวทนา มิใยจะมีเสียงขาน
กระทำมากกว่าพูด ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ เล่าลืออะไร ประชาชนจงใจว่าจะไม่เชื่อ
จะบำบัดความทุกข์ของเขาเพราะประชาชน จะมีความแน่วแน่มั่นคงในพระมหากษัตริย์ ของประชาชน
เสริมสร้างให้ราชนิกูลผู้เยาว์วัยเพียง ๑๘
พรรษา ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระ
ราชินีด้วยความมั่นพระทัยว่า พระองค์
ได้ทรงมาอยู่ในแวดวงของความรักการดูแล
กัลยาณมิตร ๗
Kalyanamitra.org