พุทธศาสนาและอารยธรรมโบราณ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 8 หน้า 84
หน้าที่ 84 / 124

สรุปเนื้อหา

พุทธศาสนา เป็นศาสนาของโลกด้วยซ้ำไป พวกที่เรียกว่า ชนเผ่าอารยัน ในยุค เราได้รับเอกสารและหลักฐานเหล่านี้ พุทธกาลนั้น เข้ามาด้วยการรุกรานนั้นส่วน ได้อย่างไร นักโบราณคดีสามารถให้คำตอบ หนึ่ง อีกส่วนหนึ่งมาจากการอพยพตั้งรกราก ที่ชัดเจนเนื่องจากได้พบกษาปณ์ในยุคสมัยนั้น พระเจ้าทวารยาวุธ หรือที่ฝรั่งเรียก คาริอุส บริเวณที่ถือว่าเป็นดินแดนที่อิทธิพล นั้น ก็ทรงพระนามตามศัพท์เปอร์เซียจริงว่า ของพวกศากยะอยู่นี้ ได้มีการติดต่อกับทาง อาณาจักรกรีกและโรมันช่วงต้น ๆ ชุดแต่ง เป็นผู้ปกครองแผ่นดิน หรือผู้พิทักษ์แผ่นดิน ซึ่งศัพท์โบราณ เรียกว่า "กษัตริยภาวัณ” กายที่นักโบราณคดีวาดเทียบเคียงและปรากฏ หลักฐานเรื่องนี้ นักประวัติศาสตร์เฮโรโดตุส ในหินสลักหรือลายปูนปั้นก็เหมือนกันกับที่ ทำการบันทึกไว้ในบรรพที่ ของบันทึก

หัวข้อประเด็น

- พุทธศาสนาและอารยธรรมโบราณ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พุทธศาสนา เป็นศาสนาของโลกด้วยซ้ำไป พวกที่เรียกว่า ชนเผ่าอารยัน ในยุค เราได้รับเอกสารและหลักฐานเหล่านี้ พุทธกาลนั้น เข้ามาด้วยการรุกรานนั้นส่วน ได้อย่างไร นักโบราณคดีสามารถให้คำตอบ หนึ่ง อีกส่วนหนึ่งมาจากการอพยพตั้งรกราก ที่ชัดเจนเนื่องจากได้พบกษาปณ์ในยุคสมัยนั้น พระเจ้าทวารยาวุธ หรือที่ฝรั่งเรียก คาริอุส บริเวณที่ถือว่าเป็นดินแดนที่อิทธิพล นั้น ก็ทรงพระนามตามศัพท์เปอร์เซียจริงว่า ของพวกศากยะอยู่นี้ ได้มีการติดต่อกับทาง อาณาจักรกรีกและโรมันช่วงต้น ๆ ชุดแต่ง เป็นผู้ปกครองแผ่นดิน หรือผู้พิทักษ์แผ่นดิน ซึ่งศัพท์โบราณ เรียกว่า "กษัตริยภาวัณ” กายที่นักโบราณคดีวาดเทียบเคียงและปรากฏ หลักฐานเรื่องนี้ นักประวัติศาสตร์เฮโรโดตุส ในหินสลักหรือลายปูนปั้นก็เหมือนกันกับที่ ทำการบันทึกไว้ในบรรพที่ ของบันทึก พุทธศาสนิกชนได้พบเห็น นั่นคือเป็นภาพ ของบุคคลที่มีเครา ใบหน้ามีสันจมูกและ เป็นพวกอารยัน ซึ่งเราได้พบภาพที่คล้าย กันที่พุทธสถานบริเวณจีนใต้ ที่เรียกว่า ยุคน่านเจ้า โดยรูปพรรณสัณฐานคล้ายกัน เมื่อเรากลับมาถึงการเทียบเคียงศัก ราชกันอีกที่จะพบว่า ต้นรากของศักราชนั้น มีความเป็นมาจากชนชาติศากยะ ("สักกะ” ก็เรียก แต่เรียกตามรากศัพท์เปอร์เซียนเก่า คือ ศากยะ) ในตำนานมูลศาสตร์และในชินกาล จะ มาลีปกรณ์ที่เราสามารถหาได้ในไทย พบยุคสมัยของพวกยุคกรีกปกครองอินเดีย อยู่เสมอ คำว่า "สักกะเทวราช” ก็คือ พระเจ้าแผ่นดินแห่งอินเดียตอนตะวันตกเฉียง เหนือนั้นเอง “ประวัติศาสตร์” ๓ คราวนี้ก็มาถึงเรื่องวงศ์ โอกากราช คำว่า "กากะ"นั้นรากศัพท์เดิมโดยพระเจ้า ทวารยาวุธได้ตั้งชื่อเมืองตามพระนามว่า กากะ อยู่แล้ว คำว่า "โอกากะ"นั้น มีรากมาจาก เปอร์เซียนที่แน่นอน แต่เป็นอิหร่านด้าน ตะวันออก ซึ่งเป็นอาณาจักรพุทธนั่นเอง อาณาจักรนี้คือ บาคเตรีย ซอกเดียนา อรัญโคส (เซีย) ซึ่งเป็นอาณาจักรที่เรียกว่า กรีก-บาคเตรียน และ กรีก-อินเดียน ประ สานกลมกลืนกันอยู่ ข้อถกเถียงกันทุกวันนี้ก็คือ อาณา จักรกรีก-บาคเตรียนนั้นดำรงอยู่แค่ปี ๑๓๙ ก่อนคริสตกาลจริงหรือ? หรือว่ามีความ เป็นมาต่อเนื่องทางวัฒนธรรมและอารยธรรม หลักฐานฝ่ายไทยเราที่ศึกษากันมานั้น ในแง่ของหลักการแล้ว การทำลายชนชั้น มักจับความกันไม่ได้ว่า ต้นรากของพวก ปกครองลงไปก็ใช่ว่าจะสามารถทำลายราก ศากยวงศ์และโกลิยวงศ์มีความเป็นมาอย่างไร ฐานทางอารยธรรมลงไปสิ้นซากได้ เพราะ แต่เป็นที่ทราบกันว่า พระพุทธเจ้านั้นทรงมี ศาสนา โดยซึ่งเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาพุทธ เชื้อสายของชนชาติอารยันนั้นไม่น่าผิดพลาด ไม่ใช่เป็นศาสนาที่มีอคติ ไม่ได้เพาะศัตรู เป็นแน่ เนื่องจากหลักฐานทั้งทางฝ่ายเหนือ มีแต่เน้นสันติภาพ ภราดรภาพ ฯลฯ ดัง นั้นศาสนาพุทธจึงยืนยาวต่อมาอีกนับร้อย ๆ สิ่งที่ไทยไม่ได้เข้าไปศึกษาก็คือ เรื่อง ปี โดยปราศจากมลทิน ดังหลักฐานของ ที่มาของรากศัพท์โบราณ เฉพาะอย่างยิ่ง อพอลโลนิอุสแห่งเมือง "ไทย" (คนละ โดยอาศัยหลักฐานที่จารึกไว้แน่ชัด เช่น และฝ่ายใต้ล้วนยืนยันได้ตรงกัน ไทยกับประเทศไทยที่ว่านี้) เมืองทัยยะนี้คือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพวกอิหร่าน เมืองของปราชญ์ชาวกรีกที่มาสำเร็จมรรคผล หรือเปอร์เซียนั้น ก็มีความเป็นมาแน่ชัด ทางศาสนา จนพวกกรีกที่ทำบันทึกไว้ใน เพราะดินแดนที่เรียกว่า ดินแดนของพุทธ ยุคต่อมาระบุว่า ท่านอพอลโลนิอุสนี้เป็น กาลเจริญรุ่งเรืองนั้น มากไปด้วยกรีกและ ผู้วิเศษกว่าศาสดาปาฏิหาริย์องค์ใด เพราะ ต่อมาก็พวกโรมัน ซึ่งเป็นต่างชาติ ส่วนคน พื้นเมืองที่เป็นทาสก็พวกพื้นเมืองจริง ๆ ได้เข้ามาฝึกสมาธิและเรียนศาสตร์ทางพุทธ ในยุคเดียวกันกับที่พระไครสต์ของทางพวก การค้นพบอารยธรรมบาลเตรีย ณ เนิน ทิลล์ยา ทีพี (Tillya Tepe) หรือ เนินทองคำนี้ มีอาณาบริเวณดังแสดงใน ภาพล่าง จะเห็นว่าที่นี่มีซากอารยธรรม โบราณของบาคเตรียที่มีอายุแตกต่าง ทับถมกันเป็นชั้น ๒ ระยะเวลาคือ ๑. สิ่งที่ปรากฏอยู่บนผิวดินชั้นบน คือ ซากหมู่บ้านเก่า มีอายุประมาณ ๓๕๐ ก่อนคริสตกาล จากซากนี้ นักโบราณคดีได้ขุดลึกลงไปอีก ผ่านชั้น ดินที่ทับถมกันหนามาก ในระหว่างชั้น ดินนี้ เป็นที่ที่ค้นพบหลุมศพทั้ง ๔ แห่ง ซึ่งสันนิษฐานว่า ถูกสร้างขึ้นราว ค.ศ. ๑๐๐ (ยุคที่อาณาจักรคูชานเจริญรุ่งเรือง) เมื่อเริ่มสร้างหลุมศพ พวกทิลล์ยา ที่พี่ ไม่ได้สร้างหมู่บ้านที่นี่ แต่ยังอยู่ที่เนินเขา เล็ก ๆ อีกแห่งหนึ่ง หลุมศพ ถูกสร้างอย่างง่าย ๆ ใช้เพียงไม้กระดาน บาง ๆ ประกอบเข้าเป็นโลงบรรจุศพ หากแต่ร่างของผู้ตายกลับได้รับการตก แต่งอย่างสวยงาม สุสานทั้ง ๔ นี้ จึงน่า จะเป็นของชนชั้นปกครองของอาณาจักร คูชาน การสร้างโลงอย่างง่าย ๆ ก็คงจะ เพื่ออำพรางไว้ด้วยสาเหตุใดก็ไม่อาจคาด ได้ สุสานนี้ถูกสร้างอย่างลับ ๆ และได้ รับการดูแลจากชนเผ่า Yemshi Tepe ใบหน้าของสตรีเหล่านี้ 4 ใน 5 หลุม จิตรกรใช้เวลาในการจินตนาการ การแต่งกายของคนในยุคนั้นประกอบกับ เครื่องประดับที่ขุดพบ และต้องศึกษา การแต่งกายของชาวเอเชียกลางโบราณ เครื่องประดับเหล่านี้เป็นของที่ใช้ตก แต่งอยู่ในชีวิตประจำวัน ฝีมือทำ อย่างประณีต แม้ว่ามันจะต้องสงบนิ่งอยู่ กับเจ้าของนับเป็นพันปี ก็ยังคงสภาพ เดิมไม่เปลี่ยนแปลง ๔ ๒. ภายใต้ชั้นดินที่หนาทึบ มี ซากป้อมโบราณขนาดไม่ใหญ่นัก ภายนอกของกำแพงป้อมมีอายุประมาณ ๑,๒๐๐ ปีก่อนคริสตกาล ภายใน กำแพงเป็นห้องโถงใหญ่ ๒ ห้อง มีแท่นบูชา มีซากอิฐหรือเถ้า สันนิษฐานว่าเป็นที่ทำพิธีบูชาไฟ ๔๒ กัลยา ณ มิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More