เศรษฐศาสตร์ทางโลก VS ทางธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 8 หน้า 68
หน้าที่ 68 / 124

สรุปเนื้อหา

เศรษฐศาสตร์ทางโลก VS ทางธรรม เศรษฐศาสตร์ทั่ว ๆ ไปที่ชาวโลก เขาคำนึงกัน หรือมีความเข้าใจกันก็คือว่า เรื่องเศรษฐศาสตร์นั้นเป็นเรื่องของการจัดสรร เขาก็ไม่ได้ผิดอะไร “ก็ฉันได้โควต้าค้าเหล้า นิทานในพระพุทธศาสนาสักเรื่องหนึ่งก่อน แล้วนะ ใครจะมาว่าอะไรฉันได้ ก็ชาวบ้าน มีเรื่องปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกว่า ในเช้า อยากกินเองนี่ ฉันก็ขายสิ กำไรมันดี” นี่ก็ มืดวันหนึ่ง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเศรษฐศาสตร์ของชาวโลก ทรงนั่งเข้าที่ทำสมาธิตรวจดูในข่ายพระญาณ แต่ว่าพอก้าวถึงเศรษฐศาสตร์ในเชิง หาคนที่สมควรเสด็จไปเทศน์โปรดตามปกติ ทรัพยากรให้กับชีวิตของคนทั้งโลกนั่นแหละ พุทธละก็ไม่ใช่นะ อ้าว... นั้นมีความ ของพระองค์อยู่นั่นเอง ก็ทรงพบว่า มีคน เพื่อก่อให้เกิดความพอใจสูงสุด ไม่ได้พูด แตกต่างกันอย่างไรล่ะก็มีความแต

หัวข้อประเด็น

- เศรษฐศาสตร์ทางโลก VS ทางธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เศรษฐศาสตร์ทางโลก VS ทางธรรม เศรษฐศาสตร์ทั่ว ๆ ไปที่ชาวโลก เขาคำนึงกัน หรือมีความเข้าใจกันก็คือว่า เรื่องเศรษฐศาสตร์นั้นเป็นเรื่องของการจัดสรร เขาก็ไม่ได้ผิดอะไร “ก็ฉันได้โควต้าค้าเหล้า นิทานในพระพุทธศาสนาสักเรื่องหนึ่งก่อน แล้วนะ ใครจะมาว่าอะไรฉันได้ ก็ชาวบ้าน มีเรื่องปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกว่า ในเช้า อยากกินเองนี่ ฉันก็ขายสิ กำไรมันดี” นี่ก็ มืดวันหนึ่ง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเศรษฐศาสตร์ของชาวโลก ทรงนั่งเข้าที่ทำสมาธิตรวจดูในข่ายพระญาณ แต่ว่าพอก้าวถึงเศรษฐศาสตร์ในเชิง หาคนที่สมควรเสด็จไปเทศน์โปรดตามปกติ ทรัพยากรให้กับชีวิตของคนทั้งโลกนั่นแหละ พุทธละก็ไม่ใช่นะ อ้าว... นั้นมีความ ของพระองค์อยู่นั่นเอง ก็ทรงพบว่า มีคน เพื่อก่อให้เกิดความพอใจสูงสุด ไม่ได้พูด แตกต่างกันอย่างไรล่ะก็มีความแตกต่าง เข็ญใจที่ต้องบอกว่าแทบจะเป็นขอทานกัน ถึงว่าจะก่อให้เกิดความดีมากน้อยเท่าไร เอา ตรงที่ว่า พอมาถึงเศรษฐศาสตร์ในเชิงพุทธ เชียว แต่ไม่ถึงกับเป็นขอทานหรอก คือแก ว่าความพอใจสูงสุดละเป็นใช้ได้ เหมือน แล้ว การที่ใครจะพอใจอะไรสูงสุดนั้นน่ะ จนซะเต็มประดา แต่ว่าโดยสติปัญญา อย่างที่ชาวโลกทั่ว ๆ ไปเขาเป็นกันก็คือ ยังไม่ใช่ประเด็น ประเด็นสำคัญที่แตกต่าง ทางธรรมของแกแล้ว วันนี้ถ้าพูดภาษาพระ เวลาจะซื้อข้าวซื้อของอะไรก็ตาม กันกลับมามุ่งที่ว่าเศรษฐศาสตร์ที่พระสัมมา ก็บอกว่า อินทรีย์นั้นแก่กล้าพอจะบรรลุธรรมได้ สัมพุทธเจ้าทรงสอนนั้นเน้นเรื่องขอให้อยู่ได้ พระองค์เห็นนะ เห็นในข่ายพระญาณว่า เราเอา ความถูกใจก่อน ส่วนความถูกต้องหรือไม่นั้น ไปว่ากันทีหลัง นี่ก็เป็นเรื่องของชาวโลก แล้วก็มีโอกาสทำความดีสูงสุดด้วยต่างหาก บุคคลนี้อยู่ห่างจากที่พระองค์ประทับประมาณ ซึ่งส่วนมากจะเอาแต่ความพอใจกันเป็นที่ตั้ง ส่วนข้อที่เหมือนก็เหมือนกันว่า เห็นความ พูดง่าย ๆ ก็คือเศรษฐศาสตร์ของชาวโลก สำคัญในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากร เป็นเรื่องของการกินดี อยู่ดี ส่วนเศรษฐศาสตร์ ถ้าจะว่าอีกอย่างหนึ่งก็บอกว่า เศรษฐ ในเชิงพุทธหรือเศรษฐศาสตร์ทางธรรมนั้น ศาสตร์ทางโลกนั้นไม่ค่อยได้คำนึงนัก ทางด้าน พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามุ่งอยู่ในอีกลักษณะหนึ่ง ของคุณธรรม เอาความถูกใจเป็นใหญ่ คือเป็นเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรเหมือนกัน แต่ว่าในทางธรรมหรือในทางพุทธนั้น เอา เพื่อให้ชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้แค่ "อยู่ได้” นะ ความถูกต้อง เอาความดีเป็นใหญ่ นี่ก็เป็น ไม่ใช่อยู่ดีด้วย แต่ว่าเปิดโอกาสให้เราได้ ความเหมือนและความแตกต่าง สั่งสมความดี หาความรู้เพื่อที่จะได้พ้นทุกข์” ในที่สุดด้วย จากคำจำกัดความที่ให้นี่เอง เราก็ เลยพบความเหมือน และความแตกต่างใน เศรษฐศาสตร์ทั้ง ๒ เชิงนี้ ความเหมือนก็คือ ทั้งในพระพุทธศาสนาและในทางโลกมี ความเห็นเหมือน ๆ กันว่า ทรัพยากรนั้น มีจำกัด และจำเป็นจะต้องจัดสรรอย่าง เหมาะสม ถ้าไม่อย่างนั้นจะเดือดร้อนกัน ไม่จัดสรรไม่ได้ นี่ในแง่ของรัฐบาล ถ้าใน แง่ของส่วนตัว ก็ต้องรู้จักใช้ รู้จักจ่าย ไม่งั้นเดือดร้อน ทีนี้ในข้อที่แตกต่างกันก็ชัดเจนลงไป เลยว่า ในแนวความคิดของเศรษฐศาสตร์ ทางโลกนั้น มุ่งไปที่ความพอใจสูงสุด แต่ว่า ไม่ค่อยได้คำนึงถึงคุณธรรม ยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ถ้าในทางโลก ฝ่ายผู้ชายเขาอาจจะ ขายเหล้า ขายอาวุธเครื่องประหัตประหาร กัน เขาอาจจะขายยาพิษ ขายยาเสพติด ในขอบเขตที่กฎหมายไม่ห้าม เพราะฉะนั้น ๖๖ กัลยาณมิตร ความหิวเป็นโรคที่ร้ายแรง คราวนี้ก่อนที่จะก้าวลึกต่อไป ลองฟัง ๓ โยชน์คือ ประมาณ ๔๘ กิโลเมตร (๑ โยชน์ เท่ากับ ๑๖ กิโลเมตร) พอพระองค์เห็นอย่างนั้น เช้าขึ้น พระองค์ก็เสด็จไป เสด็จด้วยพระบาท เปล่านี่ละ ไปยังหมู่บ้านนี้ เมื่อไปถึงแล้ว ชาวบ้านก็มาตักบาตร ตาโยมคนนี้ แกได้ ทราบข่าว แกก็ไป เป็นคนสนใจธรรมะ ชอบฟังธรรมแต่ว่าจนเหลือเกิน เมื่อแกไป ถึงก็พอดีได้เวลาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะ ทรงเทศนาสั่งสอน ปรากฏว่าเช้านั้นแกยัง
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More