ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภพทั้งสามนี้เปรียบเหมือน
ห้องมืด ๓ ห้อง
ที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย
คนที่หลงเวียนว่ายตายเกิดอยู่
ในภพทั้ง ๓ เปรียบเสมือน
คนที่เดินวนเวียนอยู่
ในห้องมืดทั้ง
ต
มาให้เราแก้ไขด้วย”
"จริงทีเดียวครับ กระผมเห็นด้วย
กับท่านแล้ว ยศ สรรเสริญ และสุขกาย
ละครับ มันทำให้เกิดทุกข์ได้อย่างไร?”
“ก็เหมือนกับลาภนั่นแหละโยม
ถ้าโยมไม่มียศ โยมก็ไม่ต้องเอาใจใส่
รักษาหรือเป็นกังวลกับยศ ยศเป็นของที่
ผู้อื่นแต่งตั้งให้ เมื่อเขาให้ได้เขาก็อาจจะ
เอาคืนได้ ถ้าเราไม่รู้จักรักษายศ ฉะนั้น
เราจะต้องรู้จักรักษายศ ต้องเอาใจใส่
ก็ดีไป แต่ถ้าเข้ากันไม่ได้ ก็เกิดขัดกันขึ้น
เกิดทะเลาะวิวาทกันขึ้น ทำให้เกิด
ความทุกข์ความเดือดร้อนใจ”
"คนที่ไม่ทะเลาะกันเลยมีไหม
ครับท่าน?” อาตมาถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ไม่มีหรอกโยม ต่อให้รักกัน
แทบจะกลืนกินได้ก็มีวันขัดกันได้ อย่า
ว่าแต่คนอื่นเลย ตัวเราเองยังทะเลาะกับ
ตัวเองวันละหลาย ๆ ครั้งใช่ไหมล่ะโยม?”
“ถูกต้องทีเดียวครับ นอกจากนี้
ระวังรักษายศตัวแจทีเดียว อยากทำ มีทุกข์อะไรอีกบ้างครับ?”
อยากพูด อยากไป อยากเอาแทบตาย
"ทุกข์ประการสุดท้าย เรียกว่า
แต่ก็ทำไม่ได้เพราะยศไม่ยอมให้ทำ คน ทุกข์กขันธ์หมายความว่าชีวิตจิตใจ และ
มียศจึงเป็นเหมือนนกในกรงทอง แม้จะ ร่างกายของคนที่ประกอบด้วยร่างกาย
สะดวกสบายกายแต่ก็ไม่สบายใจ สรร ความรู้สึก ความจำ ความคิด และ
เสริญก็เหมือนกัน คนที่ถูกเขาสรรเสริญ ความรู้ที่คนยึดถือว่าเป็นตนหรือเป็นของ
แล้วต้องระวังตัวแจ ต้องพยายามทำตน ตนนี้เป็นทุกข์ และเวียนว่ายตายเกิดอยู่
ให้เขาสรรเสริญ คนที่มีสุขภาพดีก็ต้อง ในภพทั้ง ๓ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ
ระวังสุขภาพ มันเป็นเรื่องของความวิตก นี้จัดเป็นทุกข์ ภพทั้งสามนี้เปรียบเหมือน
กังวลทั้งนั้นท่านจึงเรียกว่าสหคตทุกข์” ห้องมืด ๓ ห้อง ที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย
"ถ้าอย่างนั้น เราไม่มีอะไรเลย คนที่หลงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้ง
จะไม่สุขสบายดีหรือครับ?”
"ถ้าโยมไม่มีอะไร และโยม "ไม่
อยากมี ก็สุขสบายดีแต่ถ้าโยมยัง อยากมี"
แต่ไม่มี โยมก็จะเป็นทุกข์
๓
ต
เปรียบเสมือนคนที่เดินวนเวียนอยู่ใน
ห้องมืดทั้ง ๓ ได้รับทุกข์เวทนาแสนสาหัส
จากสัตว์ร้าย ส่งเสียงร้องไห้ดังระงมอยู่
ตลอดเวลา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็น
อาตมานึกชมเชยคำพูดอันหลัก โทษและภัยในห้องมืดทั้ง ๓ นี้จึงได้เสด็จ
แหลมของพระภิกษุประหลาดอยู่ในใจ ออกบรรพชาแสวงหาทางออก ในที่สุดก็
แล้วถามว่า "แล้วมีทุกข์อะไรอีกล่ะครับ?” ทรงพบทางออก และเสด็จออกไปพ้นภัย
"มีวิวาทมูลกทุกข์ (วิวาทะมูละ- หลังจากนั้นด้วยความสงสารสัตว์ในห้องมืด
กะทุกข์) คือ ความเดือดร้อนวุ่นวาย พระองค์ได้เสด็จกลับเข้าไปในห้องมืด
เพราะการทะเลาะวิวาทแก่งแย่งแข่งขันชิงดี ช่วยนำสัตว์ที่น่าสงสารไปสู่ประตูสัตว์บาง
ชิงเด่นกับคนอื่น คนเราอยู่ท่ามกลางคน เหล่า แต่เป็นส่วนน้อยเห็นภัยในห้องมืด
หมู่มาก แต่ละคนต่างก็มีอุปนิสัยจิตใจ ได้ออกจากห้องมืดไปสู่แดนเกษมได้สำเร็จ
และอารมณ์เป็นของตนเอง ถ้าอุปนิสัย แต่ส่วนใหญ่ยังหลงระงมในห้องมืดต่อไป”
จิตใจอารมณ์ของเขาเข้ากันได้กับของเรา
ความสังเวชสลดใจ
ต่อความ
๑๑๔ กัลยา ณ มิตร
Kalyanamitra.org