เฉลิมพระเกียรติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 8 หน้า 20
หน้าที่ 20 / 124

สรุปเนื้อหา

บทความพิเศษเพื่อเฉลิมพระเกียรต ข้อเขียนเฉลิมพระเกียรติโดย คุณไข่มุกด์ ชูโต พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงมีสายพระเนตร แหลมคมสำคัญนัก ในการทรงเลือกผู้ที่จะมาเป็น สมเด็จพระบรมราชินี..” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุติมาเพื่อเป็นนางแก้วคู่บารมีและคู่พระราชหฤทัย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริง จาก ข้อเขียนของคุณไข่มุกด์ ชูโต ได้พรรณนาถึงความ สง่างามเพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะของกุลสตรีผู้ สูงศักดิ์ของพระองค์ท่านครั้งยังทรงพระเยาว์ไว้ว่า "...พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "สิริกิติ์ แปลว่า ผู้ที่มีผู้คนสรรเสริญเล่าลืออันเป็น สิริมงคล” หรือ “เป็นศรีแก่ราชสกุลกิติยากร" จะ เห็นได้ว่านอกจากจะเป็นพระนามที่ไพเราะเป็นมงคล ยิ่งแล้ว ยังมีสระอิอยู่บน

หัวข้อประเด็น

- เฉลิมพระเกียรติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บทความพิเศษเพื่อเฉลิมพระเกียรต ข้อเขียนเฉลิมพระเกียรติโดย คุณไข่มุกด์ ชูโต พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงมีสายพระเนตร แหลมคมสำคัญนัก ในการทรงเลือกผู้ที่จะมาเป็น สมเด็จพระบรมราชินี..” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุติมาเพื่อเป็นนางแก้วคู่บารมีและคู่พระราชหฤทัย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริง จาก ข้อเขียนของคุณไข่มุกด์ ชูโต ได้พรรณนาถึงความ สง่างามเพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะของกุลสตรีผู้ สูงศักดิ์ของพระองค์ท่านครั้งยังทรงพระเยาว์ไว้ว่า "...พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "สิริกิติ์ แปลว่า ผู้ที่มีผู้คนสรรเสริญเล่าลืออันเป็น สิริมงคล” หรือ “เป็นศรีแก่ราชสกุลกิติยากร" จะ เห็นได้ว่านอกจากจะเป็นพระนามที่ไพเราะเป็นมงคล ยิ่งแล้ว ยังมีสระอิอยู่บนพยัญชนะทั้งหมด ประดุจ ราวกับฉัตรกั้น ราวกับพระองค์ผู้พระราชทาน พระนามจะหยั่งทราบได้ด้วยญาณวิถีว่า หม่อม ราชวงศ์หญิงน้อย ๆ นี้ จะต้องได้ประทับภายใต้ พระมหาเศวตฉัตร ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้มีพระราชกิตติ คุณระบือไกล แผ่ไพศาลไปทั่วโลกฉะนั้น ...เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ ทรงพาพระคู่หมั้น (หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร) เสด็จนิวัติกลับประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ เพื่อ ทรงจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เด็จพระบรมเชษฐาธิราชให้เสร็จนั้น แล้วจึงมีพระ สม พ.ศ. ๒๔๙๓... ทางราชการได้จัดเต็นท์ขึ้นที่หน้า กระทรวงการต่างประเทศ ไว้สำหรับหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แม่ได้พาข้าพเจ้าไปเฝ้ารับเสด็จอยู่บริเวณนั้น ด้วย ผู้เขียนเห็นพระคู่หมั้นเป็นครั้งแรก พระพักตร์ นั้นงามสง่าสว่างใสโดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชนมหึมา พระฉวีผ่องผุดผิดสามัญชน ผู้คนบริเวณนั้นชื่นชม ในความงามและพระราชจริยาวัตร น่ารัก ละมุน ละไมยิ่งนัก ต่างก็พึมพำว่า "สวยกว่าในรูปเยอะ” หรือ "ถ่ายรูปไม่ขึ้น” อะไรทำนองนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ พระราชดำเนินโดยพระบาท ตามพระบรมโกศ สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ผ่านมาทางเต็นท์ที่ พระคู่หมั้นรอรับเสด็จฯ พร้อมด้วยผู้ติดตามนั้น ได้หัน พระพักตร์มาทางขวาทอดพระเนตรมายังพระคู่หมั้น ขณะที่เสด็จพระราชดำเนินไปจนลับพระเนตร เท่า ที่ทรงเหลียวมาได้ ใครที่มีบุญวาสนาได้เห็นพระ ราชอิริยาบถทั้งสองพระองค์ขณะนั้น คงจะบันทึก ไว้ในความทรงจำอันไม่มีวันลบเลือน แม้แต่พระ จะเสด็จพระราชดำเนินมาถึงสักเล็กน้อย หม่อม- เจ้านักขัตรมงคล (พลเอก พระวรวงศ์เธอกรมหมื่น จันทบุรีสุรนาถ) และหม่อมหลวงบัว กิติยากร ได้ ทรงพาพระราชธิดาทั้ง ๒ พระองค์คือ หม่อม- ราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร และหม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร ผ่านทางขึ้นพระที่นั่งเพื่อจะรอเฝ้าสมเด็จฯ ผ่านเจ้านายฝ่ายในและข้าราชบริพารซึ่งมาคอยเฝ้า ชมพระบารมีกันอย่างเนืองแน่น เป็นการบังเอิญที่ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลได้เสด็จมาหยุดอยู่ตรงหน้าของ ผู้เขียนพอดี และรับสั่งถามว่า “เห็นท่านหญิงซึ่งไหมจ๊ะ” ผู้คนตรงนั้นรวมทั้งแม่และผู้เขียน จึงมี โอกาสได้เพ่งพิศพระสิริโฉมของพระคู่หมั้นซึ่งหยุดอยู่ เบื้องหลังพระราชบิดาอย่างเต็มตา แม่ของผู้เขียนนั้นเป็นคนเก่าคนแก่ได้รู้ได้ เห็นอะไร ๆ มามาก ทั้งได้เห็นพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินี พระบรมราชเทวี และเจ้านายชั้นสูง ย่อมชินตาในพระรูป พระโฉม พระราชจริยาวัตร ของผู้ที่เป็นสมมติเทพนักหนา เมื่อมาได้เห็นพระคู่หมั้นคือ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ซึ่งจะได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมด้วยพระลักษณะเด่นอันสมควรแก่ลักษณะ ของนางพญาอันสูงสุด แม่ก็กราบพระบาทได้อย่าง สนิทใจ ผู้คนบริเวณนั้นก็พากันพร้อมใจกราบลง ถึงแม้พระคู่หมั้นยังไม่รับการสถาปนาพระอิสริยยศ พระอิสริยศักดิ์ก็ตาม ส่วนผู้เขียนนั้นเป็นเด็กอ่อน อาวุโสกว่าหมอบกราบแต่อยู่แล้วโดยไม่มีใครเตือน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นพระคู่หมั้นอยู่ ทรงงามสง่าน่า รักน่าเอ็นดูมาก ทรงย่อพระวรกายบังคมเจ้านาย และผู้คนที่ทรงรู้จัก เมื่อเห็นผู้ใดกราบ ก็ทรงเบี่ยง พระบาทหลบด้วยความขัดเขิน แล้วย่อพระวรกาย ไหว้ตอบอย่างอ่อนน้อมละมุนละไม พระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกับ ประชาชนทั่วไป คือรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นธรรมดาที่ องค์ท่านเองทั้งสองพระองค์ก็คงทรงจำวันนั้นได้ ต้องสนพระทัยตรวจตราลักษณะผู้ที่จะมาเป็นพระ ประชาชนที่ได้เห็นภาพนั้นต่างก็ลืมความเศร้าโศก ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมโกศไป ชั่วขณะหนึ่ง ต่างเปล่งเสียงแซ่ซ้องชื่นชมยินดีอัน ราชพิธีราชาภิเษกสมรสต่อไปนั้น ผู้เขียนยังไม่โต ได้ยินชัดอยู่ ณ บริเวณนั้น เต็มที่นัก แต่ก็โตพอที่จะเห็นและจดจำสิ่งที่ได้พบ ...อีกครั้งหนึ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้า ราชาภิเษกสมรสที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๘ มาเป็นอย่างดี ได้เห็นพระคู่หมั้นอย่างใกล้ชิดเป็น อยู่หัวและพระคู่หมั้นจะเสด็จฯ มาซ้อมพระราชพิธี ครั้งแรกและอีกหลายครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระเมรุมาศท้องสนามหลวงในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๑๘ กัลยา ณ มิตร ณ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ แม่ก็พา ผู้เขียนไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จด้วย... ก่อนหน้าที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บรมราชินีต่อไป ต่างก็ทรงมีความเห็นตรงกันว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี สายพระเนตรแหลมคมสำคัญนัก ในการทรงเลือก ผู้ที่จะมาเป็นสมเด็จพระบรมราชินี...” Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More