การติดต่อทางศาสนาและโบราณคดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 8 หน้า 86
หน้าที่ 86 / 124

สรุปเนื้อหา

คริสเตียนกำลังรุ่งเรือง ในฐานะเป็นผู้ธุดงค์ สั่งสอนหลักการที่ไม่ต่างอะไรไปจากรากฐาน ของพุทธในยุคต้น ที่ต่างก็เป็นเพียงเรื่อง ของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเวลานี้ก็คลุมเครือมาก เพราะพระพุทธเจ้าและพระเจ้าของศาสนา คริสต์ว่ากันว่า คือปรากฏการณ์ เห็นได้ สัมผัสได้ ทุกหนทุกแห่ง โดยเข้าใจธรรมชาติ และลักษณะของธรรมชาติที่แท้จริง ชนชาติพวกศากยะสายกุษาณะนั้น ได้แผ่อิทธิพลตามลุ่มน้ำสินธุลงมาแล้ว แม้ แต่การติดต่อกับสุวรรณภูมินั้น ก็มีหลักฐาน ของประวัติศาสตร์ระบุไว้ชัดเจนที่สุด (โปรด ดูจากหลักฐาน Periplus of the Erythraean) ในหลักฐานและเอกสารที่ ได้เคยกล่าวมาแล้วนั้นได้เคยชี้ว่า "บริเวณ ที่ลุ่ม ซึ่งเรียกว่า สุโขทัย ปัจจุบันอยู่ใน แคว้นอุซบิสถาน ทางตอนใต้ของประเทศ โซเวียตนั้น คณะนักโบราณคดีจากสถาบัน ศิลปกรรมอุซเบก

หัวข้อประเด็น

- การติดต่อทางศาสนาและโบราณคดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คริสเตียนกำลังรุ่งเรือง ในฐานะเป็นผู้ธุดงค์ สั่งสอนหลักการที่ไม่ต่างอะไรไปจากรากฐาน ของพุทธในยุคต้น ที่ต่างก็เป็นเพียงเรื่อง ของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเวลานี้ก็คลุมเครือมาก เพราะพระพุทธเจ้าและพระเจ้าของศาสนา คริสต์ว่ากันว่า คือปรากฏการณ์ เห็นได้ สัมผัสได้ ทุกหนทุกแห่ง โดยเข้าใจธรรมชาติ และลักษณะของธรรมชาติที่แท้จริง ชนชาติพวกศากยะสายกุษาณะนั้น ได้แผ่อิทธิพลตามลุ่มน้ำสินธุลงมาแล้ว แม้ แต่การติดต่อกับสุวรรณภูมินั้น ก็มีหลักฐาน ของประวัติศาสตร์ระบุไว้ชัดเจนที่สุด (โปรด ดูจากหลักฐาน Periplus of the Erythraean) ในหลักฐานและเอกสารที่ ได้เคยกล่าวมาแล้วนั้นได้เคยชี้ว่า "บริเวณ ที่ลุ่ม ซึ่งเรียกว่า สุโขทัย ปัจจุบันอยู่ใน แคว้นอุซบิสถาน ทางตอนใต้ของประเทศ โซเวียตนั้น คณะนักโบราณคดีจากสถาบัน ศิลปกรรมอุซเบก สภาการวิทยาศาสตร์ แห่งสหภาพโซเวียตได้นำทีมโดย พุคเชนโกว่า ได้พบเมืองโบราณ ซึ่งมีที่ตั้งในยุค ๓๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล โดยเมืองนี้พุคเชนโกว่า และเหตุผล หลุมที่ ๔ วิคเตอร์ อีวาโนวิช ซาริอานิ เขียนบทความ ในฐานะที่เป็นผู้ร่วมทีมได้ บรรยายสภาพทางผังเมืองไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ ให้ข้อคิดว่าได้รุ่งเรืองต่อมาจนกระทั่งถึงคริสต สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ภาพถ่ายของมงกุฎ ศตวรรษที่ ๓ และ ๔ ด้วยซ้ำไป และลายเสื้อผ้า รวมทั้งเครื่องทองทั้งหลาย ที่เมืองนี้ได้ล่มสลายลง พุคเซนโกว่าเชื่อว่า ซึ่งมีลักษณะตอบคำถามที่นักโบราณคดีเคย ไม่ได้มาจากการทำลายล้างโดยฝีมือมนุษย์ ถามมาได้ทั้งหมดว่า เป็นศิลปะที่พัฒนา แต่ล่มสลายเพราะน้ำบ่าท่วม” (ก็คงจะเป็น อย่างเป็นอิสระ และอิทธิพลของศิลปะกรีก ไปตามที่เมืองกุมกามในเชียงใหม่ถูกน้ำท่วม และพื้นเมืองนั้นก็ปรากฏชัดเช่นกัน แต่มี พังไป เพราะสมัยก่อนคงจะเลือกอยู่กันใกล้น้ำ) ลักษณะเป็นศิลปะที่ผ่านการประยุกต์มาแล้ว อย่างไรก็ตาม ในยุคก่อนนี้ เราไม่ รายงานของพุคเชนโกว่า กับรายงาน เคยได้เห็นภาพจำหลักของพุทธศาสนาหรือ ของซาริอานิตี้นั้น เป็นรายงานที่ประกอบ เห็นตัวจริงของการค้นพบในครั้งนั้น ทำให้ ภาพถ่ายที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ภาพของกงล้อ วงวิชาการค่อนข้างปั่นป่วนพอสมควร และ ซึ่งต่อมามีความหมายมาก ปริศนาจากหลักฐานทางโบราณคดีนี้ ไม่ได้ ช่วยเรื่องการตรวจสอบอายุที่แน่ชัด เพื่อ กำหนดยุคสมัยลงไปอย่างแน่นอน กระทั่งในนิตยสาร National Geographic ฉบับเมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๓๓ นี้เอง เราจึงได้เห็นภาพที่เป็นสี ของการค้นพบแหล่งโบราณคดีในบริเวณที่ ใกล้เคียงกัน ๔๔ กัลยา ณ มิตร เพราะกลาย เป็นสัญลักษณ์ของธรรมจักรทางพุทธศาสนา ภาพของเครื่องประดับ เช่น ประคำก็ดี ลวดลายของเหรียญเป็นศิลปะเก่าแก่ของ พวกกรีกโบราณนี้ ได้เหมือนและเป็นชนิด เดียวกับเมืองท่าที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นเส้น ทางที่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดในท้องถิ่นของเรา ทำให้เส้นทางการค้าที่เรียกว่า เส้นทางสาย แพรไหมทางทะเล ซึ่งยูเนสโกจะจัดสัมมนา เป็นการใหญ่ในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป ลักษณะเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้ เราถกเถียงกันมากว่า หลักฐานทาง โบราณคดีที่ค้นพบในประเทศไทยนั้น มีที่ มาจากทางอินเดียทางฝั่งตะวันออก หรือ ผ่านมือพ่อค้าที่เป็นชาวอินเดียใต้ แต่จาก หลักฐานในระยะหลัง ๆ กลับทำให้เห็นชัด เจนได้ว่า การติดต่อทางทะเลนั้น สุวรรณ ภูมิหรือแหลมทอง ได้รับการติดต่อโดยตรง จากพวกเปอร์เซีย และพวกอาณาจักรพุทธ ที่บาดเตรีย ดังจะเห็นได้ว่า พวกพระธุดงค์ ที่จะเดินทางไปมาระหว่างอินเดียเหนือ ซึ่ง มีอิทธิพลและเป็นหลักแหล่งของชนชาติกรีก อารยันนั้น จะต้องมาแวะพักบริเวณคลองท่อม เพื่อต่อไปยังดินแดนแถบนั้น แทนที่จะไป อาศัยบริเวณเมืองอื่น ๆ อยู่ กลับใช้ ทางทะเลชายฝั่งอันดามันของไทยเป็นแหล่ง เตรียมการทางศาสนา และรอคอยวันเวลา สำหรับการเดินทางนั่นเอง เอกสารที่สำคัญเหล่านี้ นับวันจะ คลี่คลายมากยิ่งขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งจาก โครงการของสหประชาชาติผ่านทางองค์การ ยูเนสโก ที่ได้ศึกษาเส้นทางสายแพรไหมทั้ง ทางบกและทางทะเลกันอย่างจริงจัง จะ เสริมสร้างความรู้ใหม่ ตามข้อเท็จจริง ทางประวัติศาสตร์ เพื่อรองรับกับข้อเท็จ จริงของงานครั้งสำคัญ ซึ่งยูเนสโกได้วาง แผนระยะยาวมีการผลิตเอกสาร และการ สัมมนาทั้งทางวิชาการ ฯลฯ จํานวนมาก ออกมาอีก เห็นที่จะต้องเลื่อนเรื่อง "การเทียบ ศักราช” ไปยังตอนหน้าอีกครั้งเสียแล้ว ขณะนี้ภาพจากบทความที่ลงใน National Geographic ฉบับเดือนมีนาคม ๒๕๓๓ ก็เห็นกันชัดแล้ว อ่านต่อฉบับหน้า
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More