ข้อความต้นฉบับในหน้า
และมหายาน
ปัญหาการสื่อสารในกถาวัตถุ
ความเห็นนอกพระพุทธศาสนาเข้ามา เรียงรายกันเป็นระเบียบด้วยเหตุที่ทำให้
โดยทั่วไปเชื่อกันว่าในประวัติ โต้เถียงได้ ในเรื่องนี้ผู้เขียนจึงต้องขอย้ำ เกิดสิ่งนั้นทั้งโดยทางตรงและโดย
ศาสตร์พระพุทธศาสนาของอินเดีย อีกครั้งว่า วิภาษวิธีจะมีความสำคัญ ทางอ้อมประสานโยงใยกันเป็นตาข่าย
เถรวาทและมหายานไม่เคยมีการติดต่อ มากยิ่งขึ้น ในการสร้างการสื่อสารเพื่อ (เหตุปรัตยยตา) ตัวของเราจึงได้ชื่อ
สื่อสารกันโดยตรง อย่างไรก็ดี มีอยู่ ความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างเถรวาท ว่า บุคคล ด้วยเหตุนี้ การมองเห็นว่า
จุดหนึ่งที่ผู้เขียนต้องการจะชี้ให้เห็นว่า
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มีเหตุอาศัยซึ่งกันและกัน
เถรวาทและมหายานมีคำสอนที่ เราทุกคนทราบดีว่าพระพุทธศาสนา ก็จะทำให้เราเกิดความเห็นที่ถูกต้อง
เชื่อมโยงถึงกันและกัน วิภาษวิธีที่ สอนเรื่องหลักต่อไปนี้คือ ปัญญาอันเกิด (สัมยัคทฤษฎี) และการฝึกตนให้
นาคารชุน (มีชีวิตราวประมาณคริสต์ จากการเห็นความจริงอันประเสริฐ
ประการ (จตุรอริยสัจ) การเกิดที่อาศัย
ขึ้นนั้น จะช่วยแก้ไขปัญหาการสื่อสาร เหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน (ปฏิจจสมุปบาท)
ล้มเหลวในกถาวัตถุของเถรวาทได้ สิ่งที่มาประกอบกัน ๕ อย่าง (ปัญจขันธ์)
เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ เพื่อเป็น ฐานของความรู้ความเข้าใจ ๑๒ ฐาน
ศักราช ๒๐๐) ฝ่ายมหายานคิดค้น
และ
(ทวาทศอายตนะ) ความจริง 12
ประการ
มองเห็นสิ่งต่าง 1 ไปตามความเป็น
จริง ก็เป็นการปฏิบัติตนตามแนวทาง
สายกลาง (มัธยมาปฏิบัติ) นั่นเอง
เมื่อมีการเชื่อมโยงจิตสำนึกทาง
โลกและทางธรรมเข้าด้วยกัน (ในที่นี้
คำว่า “สำนึกทางโลก” หมายถึง
สภาพที่เรามองเห็นได้ที่ทำให้เรา
ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง และ "สำนึก
ทางธรรม” หมายถึงสภาพ ของ
จิตใจที่อยู่เหนือธรรมชาติ)
การสอนหัวใจสำคัญในพระพุทธ
ศาสนาอันได้แก่เรื่องความไม่มี
ตัวตน (อนัตตา หรืออนาตมา)
เป็นการสอนที่ขัดแย้งกับผู้ที่ชอบ
แสวงหาเหตุผล ที่เป็นดังนี้ก็เพราะ
ไม่ว่าใครก็ตาม เรื่องแก่นแท้ของ
การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่าง
เถรวาทและมหายาน ผู้เขียนจึง
เห็นว่าวิภาษวิธีเป็นหัวข้อที่เหมาะสม
กับปัจจุบันที่ควรนำมาพูอย่างยิ่ง
กถาวัตถุ เป็นผลงานที่
โมคคลปุตตะ ติสสะ ผู้เป็นประธาน
ในการประชุมสังคายนาพระพุทธ
ศาสนาครั้งที่ ๓ (ประมาณกลางปีที่
๓๐๐ ก่อนคริสต์ศักราช) รวบรวมขึ้น
นับเป็นผลงานที่เด่นที่สุด
กล้าหาญที่สุดของคณะผู้รวบรวม
พระอภิธรรมปิฎกชุดนี้ นางริส เดวิดส์
แปลกถาวัตถุเป็นภาษาอังกฤษโดย (อัษฎาทศธาตุ) เหตุผลที่พระพุทธศาสนา
ให้ชื่อว่า "The Points of Contro- ไม่สอนอภิปรัชญาอย่างเรื่อง “ตัวตน”
versy” เป็นเรื่องความขัดแย้งในการ (อัตตาหรืออาตมัน) ก็เพราะตัวคน
ให้เหตุผลระหว่างนิกายต่าง ๆ ใน (บุคคลหรือบุทคล) เป็นองค์ประชุมของ อย่างไร ในเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าตรัส
พระพุทธศาสนา ที่ผู้เขียนใช้คำว่า ขันธ์ ๕ (อุปาทายสกนธ์) ด้วยเหตุนี้
เป็นผลงานที่ "เด่นที่สุดและกล้าหาญ ธาตุต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นกายและ
ที่สุด” อย่างชัดเจนลงไปนั้น ก็ด้วย ใจของขันธ์ ๕ (อันมีรูป เวทนา สัญญา
เหตุที่ว่าผลประเด็นต่าง ๆ ที่นำมา สังขาร และวิญญาณ) จึงเชื่อได้ว่าเป็น
ถกเถียงและหาข้อยุติไม่ได้ จะทำให้ สิ่งที่จริงยิ่งกว่าตัวของเรา (บุคคล) เสีย
กถาวัตถุลดความน่าเชื่อถือลงไป ใน อีก ทั้งนี้เพราะตัวของเรานั้นหาใช่สิ่งอื่น
แง่ที่เป็นหลักฐานที่ถูกต้องในพระพุทธ ใดไม่ นอกจากผลอันเกิดจากธาตุที่
บุคคล
ซึ่งเชื่อกันมาแต่เดิมว่า เป็นที่
ตั้งของประโยชน์ของบุคคลนั้น เป็น
เรื่องที่อธิบายได้ยากว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง
กับสิ่งที่ไม่ตั้งอยู่เช่น ขันธ์ ๕ ได้
อธิบายว่าสิ่งที่มีอยู่โดยอาศัยเหตุคือ
"บุคคล" เป็นตัวตนที่เราทดลองได้
พิสูจน์ได้ว่ามีอยู่ หรือเป็นตัวบุคคลที่
เราเห็น ๆ กันนั่นเอง บุคคลวาท
มักยกพระคาถาบทหนึ่งจาก กถาวัตถุ
มาอ้างอยู่เสมอดังนี้
บุคคลมีอยู่ก็เพื่อตัวของเขาเอง
ศาสนา เพราะจะทำให้มีช่องว่างนำ ทับทวีประกอบกันเข้าเป็นกายและใจ และรูปก็เป็นความจริงที่จริงแท้และ
๔๖ กัลยา ณ มิตร
Kalyanamitra.org