ข้อความต้นฉบับในหน้า
ซาวข้าว เพื่อให้ผมดกดำสลวย ในขณะ
ที่มาอาบน้ำ ก็จะซักผ้าไปด้วย ยังคงใช้
วิธีซักผ้าโดยใช้ไม้ทุบผ้าที่ซัก
ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาว
ไทยลื้อ เริ่มตั้งแต่เกิด บางหมู่บ้านยัง
ยัง
ต้องมาอยู่ที่บ้านผู้หญิง ๓-๕ ปี จึงจะ ส้มแดง ไทยลื้อว่า หมากจุก
แยกเรือนไปอยู่อิสระได้ เมอตายลง
ก็เผา งานเทศกาลที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่
งานสงกรานต์ มีการสาดน้ำ จุดบั้งไฟ
แข่งเรือยาว ส่วนข้าวปลาอาหารที่น่า
สนใจก็ได้แก่ ตะไคร้หินที่เกิดในแม่น้ำโขง
ข้าวหลาม น้ำพริกแจ่ว สำหรับอาหาร
กับไก่ หรือทำเป็นของหวาน
คงเอาเด็กใส่กระด้งร่อน เอารถที่ออกมา
จากการคลอดใส่หม้อฝังดิน เมื่อเด็กโต
ขึ้นพอช่วยตัวเองได้อายุราว ๔ ขวบ ที่ถือว่าจะต้องทำให้แขกผู้มีเกียรติได้ลิ้มรส
โดยเฉพาะเด็กผู้ชายก็จะบวชลูกแก้วเพื่อ ก็ได้แก่
ก็ได้แก่ ข้าวกำ หรือข้าวเหนียวดำ
สืบพระศาสนา เมื่อโตขึ้นเป็นหนุ่มสาว อาจจะนึ่งหรือทำเป็นข้าวหลาม หรือตุ๋น
ก็มีการเกี้ยวพาราสี โดยฝ่ายชายจะมา
ช่วยทํางานที่บ้านหญิงในตอนกลางคืน เช่น วัฒนธรรมทางด้านภาษาของชาว
ตำข้าว เมื่อทั้งสองตกลงปลงใจจะ ไทยลื้อ ได้แก่ การใช้ถ้อยคำยังเป็นคำ
แต่งงานกัน หรือที่เรียกว่า กินแขก
ผู้ใหญ่ฝ่ายชายก็จะมาสู่ขอ โดยจะมี
สินสอดที่สำคัญ ได้แก่ จักรยาน สร้อย
ทอง ปิ่นปักผม เงินค่าเลี้ยงดู ตามแต่
จะตกลงกัน การแต่งงานฝ่ายชายจะ
แห่ขันหมากมาบ้านเจ้าสาวเพื่อทำพิธี
และสู่ขวัญ เมื่อแต่งงานแล้วฝ่ายชายจะ
(ภาพที่ ๒๕)
เดิมโดด ๆ บางคำก็ตรงกับภาษาไทยสยาม
บางคำก็ผิดเพี้ยนไปบ้างเช่น
หัว ไทยลื้อว่า หัว
ตีน
ไทยลื้อว่า ตีนขา
มีด ไทยลื้อว่า พร้าน้อย
จมูก
ไทยลื้อว่า หัวตั้ง
แตงโม ไทยลื้อว่า แตงน้ำ
สบ ไทยลื้อว่า ปาก
มะละกอ ไทยลื้อว่า ด้วยสะเปา
ปาก ไทยลื้อว่า พูด
ข้าวเหนียวดำ ไทยสื่อว่า ข้าวกำ
ลา ไทยลื้อว่า สั่งอำลา
(ให้พร) ไทยถือว่า อยู่ดีกินหวาน
อ้อย ไทยสื่อว่า น้ำตาล
ขอบคุณ ไทยลื้อว่า ยินดี
สงกรานต์ ไทยลื้อว่า สังขาร
ตั่ง
ไทยลื้อว่า เก้าอี้
ข้าวโพด ไทยลื้อว่า ข้าวโหลง,
ตา
ไทยลื้อว่า ตา
ข้าวสาลี
หู
ไทยลื้อว่า
หู
แต่งงาน ไทยลื้อว่า กินแขก
หน้า ไทยลื้อว่า หน้า
ฮิด
ไทยลื้อว่า นิด
ขา
ไทยลื้อว่า แข้ง
ส่วนสำนวนโวหาร หรือที่เรียกว่า
๓๒ กัลยาณมิตร
Kalyanamitra.org