ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธรรม ๑ อย่าง) ได้หรือไม่?”
- บุคคลวาทปฏิเสธว่า
“ไม่ได้” (เราจะเรียกประโยคนี้
inline
เมื่อได้รับคำตอบตามที่คาดไว้
ว่า "q")
เถรวาทจึงประกาศความพ่ายแพ้ของ
และ
แบบเดียวกับที่เถรวาทชนะบุคคลวาท ยังขาดความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับ
ทั้งนี้เพราะเถรวาทไม่สามารถรักษากฎ กฎการให้เหตุผลแบบอันวยะ
การให้เหตุผลได้ ทำให้เกิด "-p>q วยติเรกะ ทำให้คำสอนเรื่องโลกที่
บุคคลวาทจึงประกาศความพ่ายแพ้ของ พิสูจน์ได้กับโลกที่อยู่พ้นการพิสูจน์
เถรวาทดังนี้
ซึ่งต้องอาศัยหลักการให้เหตุผลแบบ
"เถรวาท เธอปฏิเสธคำตอบข้อแรก ตรรกวิทยามาพิจารณา กลายเป็น
บุคคลวาท เพราะเหตุที่ฝ่ายหลังไม่ แล้ว เธอก็ควรปฏิเสธคำตอบข้อหลังด้วย คำสอนที่ไม่ชัดเจนไป ผู้เขียนขอนำ
สามารถรักษากฎการสื่อสาร ๒ ข้อ ("p-q") แต่นี่เธอกลับปฏิเสธข้อแรก แผนผังข้างต้นมาสรุปดังต่อไปนี้ เพื่อให้
แล้วยืนยันข้อหลัง เป็น "-p>q" เนื่องจาก
ข้างต้นได้ ดังนี้
"บุคคลวาทเธอผิดแล้ว เพราะ ในขณะที่ปฏิเสธข้อแรก เธอกลับยืนยัน
ถ้าเธอยืนยันคำตอบข้อแรก "p" ข้อหลัง (เป็น -p>q”) เธอจึงพิสูจน์
เธอก็จะต้องยืนยันคำตอบข้อหลังด้วย สมมติฐานของเธอไม่ได้” บุคคลวาทจึง
เป็น "pq" แต่นี่เธอยืนยันเฉพาะ ถามเถรวาทต่อไปในรอบที่สาม (นิคคหะ
ข้อแรกเท่านั้น และปฏิเสธข้อหลัง
เป็น "p>-q" ถ้าเธอปฏิเสธข้อหลัง
เธอก็ควรปฏิเสธข้อแรกด้วย (เป็น
"-3,-p") แต่ที่กลับยืนยันเฉพาะ
ข้อแรก และปฏิเสธข้อหลัง เป็น
"p>-q"
- อย่างไรก็ตาม ในรอบที่สอง
(ซึ่งได้แก่ รอบคำตอบที่ต้องตอบ
[ปฏิคม]) บุคคลวาทก็ฉลาดพอ
ที่จะพิสูจน์คำตอบของเถรวาทด้วย
วิธีการอย่างเดียวกัน คือตั้งคำถาม
ว่า "เราไม่รู้ บุคคล” ในแง่ที่มัน | รอบลบล้าง) รอบที่สี่ (อุปนัย: รอบ
เป็นจริงอย่างแท้จริงใช่หรือไม่?”
เถรวาทตอบว่า "เรารู้ไม่ได้”
การนำเหตุผลของเถรวาทมาเป็นของตน
เอง) และรอบที่ห้า ซึ่งเป็นรอบสรุป
("-p")
(นิคคมนะ)
นักปราชญ์ผู้สนใจพระพุทธศาสนา
บุคคลวาทถามต่อไปว่า "เราไม่รู้
"บุคคล" อย่างเดียวกับที่เรารู้สิ่งที่มี เริ่มสงสัยเกี่ยวกับวิธีการการให้เหตุผล
อยู่จริงใช่หรือไม่?”
เถรวาทเกิดความไม่มั่นใจเสียแล้ว
จึงตอบ "เรารู้ได้" ("q") ทั้งนี้เพราะ
เราจะรู้ "ตัวตนที่พิสูจน์ได้” ซึ่งไม่
เป็นอยู่อย่างแท้จริง ด้วยปัญญาอัน
เกิดจากการเห็นรูปธรรม
เป็นต้น
เห็นว่าแต่ละฝ่ายไม่สมเหตุสมผล
อย่างไร แผนผังนี้ผู้เขียนเคยอ้างในที่
อื่นมาแล้ว
6).
คำปฏิเสธของเถรวาท
สมมติฐานของบุคคลวาทะ
"p>-q" ผิด เพราะต้องเป็น "p.g
"p>-q" ผิด เพราะต้องเป็น
"-q,-p"
เพราะฉะนั้น สมมติฐาน "p>-q"
จึงผิด
จึงผิด
๒. คำตอบของบุคคลวาท
สมมติฐานของเถรวาท:
"-p>q" ผิด เพราะต้องเป็น
"-p,-q"
"-p>q" ผิด เพราะต้องเป็น
"q.p"
เพราะฉะนั้น สมมติฐาน "-pq"
๓.
คำปฏิเสธของบุคคลวาท
สมมติฐานของเถรวาท : "-p>q
ล้มล้างได้ เพราะต้องเป็น-p-q
"-p>q" ล้มล้างได้ เพราะต้อง
ของพวกอาภิธรรมิกะมาตั้งแต่ต้นศตวรรษ เป็น "g,p"
นี้แล้ว
ในกถาวัตถุฉบับภาษาอังกฤษ
๔. บุคคลาวาท
เพราะฉะนั้น "p-q" จึงล้มล้าง
ได้
สมมติฐาน "p>-q" ของเราไม่
คำล้มล้างของเถรวาท "-(p>q)"
ของนางริส เดวิดส์ที่มีชื่อว่า "Points of
Controversy" นางริส เดวิดส์ กับ
ผู้แปลอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวพม่า ได้
ร่วมกันวิเคราะห์วิธีการให้เหตุผลของพวก ผิด
เพราะฉะนั้น บุคคลวาทจึงชนะเถรวาท อาภิธรรมิกะในหน้าคำนำ แต่บทวิเคราะห์นี้
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๘๙