การถกเถียงและการพิสูจน์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 8 หน้า 92
หน้าที่ 92 / 124

สรุปเนื้อหา

ไม่เป็นที่ยอมรับ -q,-p" เพราะต้องเป็น "pq" และ การถกเถียงก็เหมือนกับข้างต้น เพราะ "Y ไม่มีควัน” [(Y)-q.(Y)-p] นอกจาก ฉะนั้น การถกเถียงแต่ละครั้ง ก็มักจะ จะมีข้อความที่ตรงกันข้ามกัน จบลงด้วยเหตุผลที่ไม่ปรองดองกัน ทำ ประเภทคือ "X" และ "Y" แล้ว เพราะฉะนั้น -p>g)” จึงไม่ ให้เหตุผลของแต่ละฝ่ายตกเป็นโมฆะไป ผู้เขียนจะขอเสนอตัวแปรที่ใช้เป็นตัว เป็นที่ยอมรับ ๕. สรุปของบุคคลวาท สมมติฐาน "p>-q" ของเรา จะล้มล้างไม่ได้ เพราะ "p<q" ไม่ใช่ตัวที่ต้องการ คำล้มล้างของเถรวาท " (p>g)" ไม่น่าเชื่อถือ เพราะ "-g>-p" ไม่ใช่ตัวที่ต้อง การ สมมติฐาน "p>-q" ของ เราจะล้มล้างไม่ได้ เพราะทั้ง "p-q" หรือ "-g>p" ไม่ใช่ตัวที่ต้องการ จากนั้น หัวข้อการถกเถียง ก็เปลี่ยนไปเป็นขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ) อายตนะ ๑๒

หัวข้อประเด็น

- การถกเถียงและการพิสูจน์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไม่เป็นที่ยอมรับ -q,-p" เพราะต้องเป็น "pq" และ การถกเถียงก็เหมือนกับข้างต้น เพราะ "Y ไม่มีควัน” [(Y)-q.(Y)-p] นอกจาก ฉะนั้น การถกเถียงแต่ละครั้ง ก็มักจะ จะมีข้อความที่ตรงกันข้ามกัน จบลงด้วยเหตุผลที่ไม่ปรองดองกัน ทำ ประเภทคือ "X" และ "Y" ๒ แล้ว เพราะฉะนั้น -p>g)” จึงไม่ ให้เหตุผลของแต่ละฝ่ายตกเป็นโมฆะไป ผู้เขียนจะขอเสนอตัวแปรที่ใช้เป็นตัว เป็นที่ยอมรับ ๕. สรุปของบุคคลวาท สมมติฐาน "p>-q" ของเรา จะล้มล้างไม่ได้ เพราะ "p<q" ไม่ใช่ตัวที่ต้องการ คำล้มล้างของเถรวาท " (p>g)" ไม่น่าเชื่อถือ เพราะ "-g>-p" ไม่ใช่ตัวที่ต้อง การ สมมติฐาน "p>-q" ของ เราจะล้มล้างไม่ได้ เพราะทั้ง "p-q" หรือ "-g>p" ไม่ใช่ตัวที่ต้องการ จากนั้น หัวข้อการถกเถียง ก็เปลี่ยนไปเป็นขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ) อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ จนถึงกาย และดูว่าบุคคลจะเหมือนหรือ แตกต่างกับหัวข้อธรรมะดังกล่าว แล้วก็เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นการออก จากร่างเดิมไปสู่ที่อื่น (บุคคโล สันธาวุติ อัสมาโลกา ปะรัง โลกัง ปรัสมา โลกา อิมัง โลกัง ติ อามันตา, โส บุคคโล เป? นะ เหวัง วัตตัพเพ) และธรรมทั้งหลายที่น่า พอใจ (กุสสล หรือกุศล) ไม่น่า พอใจ (อกุศล) และกลาง ๆ (อพว ยากตะ หรืออวยากฤตะ) จนถึง การทำความดี (กัลยาณกรรม) ที่เป็นดังนี้ก็เพราะต่างฝ่ายต่างไม่รักษา กฎการสื่อสารด้วยเหตุผล ๒ ข้อตามที่ กล่าวมานั่นเอง ผู้เขียนขอพูดถึงเรื่อง "ควัน” และ “ไฟ” อีกครั้งหนึ่ง เพื่ออธิบายว่าเหตุใด อ้างอิงอีก ๒ ประเภท กล่าวคือ ๓. ข้อความประเภท "U" คือ เราอาจสั่งเตกได้ว่ามีควันแต่ไม่มีไฟ [(U)p.(U)-q] และ C. ข้อความประเภท "V" ที่ | ในการถกเถียงกันระหว่างบุคคล ๒ กลุ่ม | เราอาจสังเกตได้ว่ามีไฟแต่ไม่มีควัน เหตุผลของแต่ละฝ่ายมักจะไม่ตรงกัน | [(V)q.V)-p] ในทางตรรกวิทยาประโยค ดังที่กล่าวไปแล้วว่า ข้อความที่จะเป็น ตรรกวิทยา ๒ ประเภทแรกเท่านั้นที่ เหตุเป็นผลกันได้นั้น จะต้องเป็น L. ข้อความที่อยู่ในประเภทของ ปฏิฐาน เช่นคำว่า ครัว เป็นต้น ซึ่ง เป็นคำที่จะทำให้เราโยงคำว่า "ควัน” และ "ไฟ" ได้เมื่ออ้าง "X" ที่เป็นอวฐาน ของปฏิฐานนั้น ด้วยการพิสูจน์ประโยค ตรรกวิทยา ๒ ประโยคว่าถูกต้อง นั่น ก็คือ "Xกำลังมีควัน” และ “X กำลังมี ไฟ” [(X)p.(X)g] ในขณะที่ ๒. ข้อความที่อยู่ในประเภทสับ หรือการทำความชั่ว (ปาปกรรม) เปลี่ยนตัวเชื่อม เช่น เปลี่ยนจากรับเป็น อำนาจที่เหนือคนธรรมดา (ฉฬภิญญา หรืออภิญญานุโยค) และการเข้าถึง ธรรมในระดับต่าง ๆ และอื่น ๆ ปฏิเสธ หรือจากปฏิเสธเป็นรับ ดังเช่นคำว่า ถังเก็บน้ำ จะทำให้เราเชื่อม "ควัน” กับ วิธี “ไฟ” ไม่ได้ เมื่ออ้างถึง "Y ไม่มีไฟ” เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน ส่วน สองประโยคหลังไม่เป็น ที่เป็น ดังนี้ก็เพราะสองประโยคแรก แยกประโยคปฏิฐานกับประโยค สับเปลี่ยนตัวเชื่อมออกจากกัน อย่างชัดเจน ในขณะที่สองประโยค ๒ ๓ C หลังไม่แยก กลุ่มผู้ถกเถียงทั้ง ฝ่ายในกถาวัตถุ ต่างก็ใช้เหตุผล มาพิสูจน์สมมติฐานของคำว่า "บุคคล" ของฝ่ายตรงกันข้าม ตามสูตรข้อที่ และข้อที่ ด้วยเหตุนี้คำว่า "บุคคล” เมื่อนำ มาอภิปรายกัน ก็กลายเป็นคำที่คลุม เครือ และถูกพลิกไปจนผิดความคาด หมายได้ เมื่อบุคคลวาทยืนยันใน ระดับหนึ่งว่า "บุคคล" เป็นสิ่งที่มี อยู่จริงที่พิสูจน์ได้แบบรวม ๆ กัน ไปเหมือนกับรูปธรรม และก็ปฏิเสธ ในอีกระดับหนึ่ง ด้วยการไม่สามารถ ยืนยันประโยคข้อที่ ๒ เหมือนกับที่ ยืนยันประโยคแรก ผลก็คือ "p-q"! ยิ่งไปกว่านั้น เถรวาทจำต้องพ่ายแพ้ ไปเพราะไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า รูปธรรม เท่านั้นที่จริงและเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ แบบรวม ๆ กันไป ถึงแม้จะปฏิเสธ ๙๐ กัลยา ณ มิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More