ข้อความต้นฉบับในหน้า
เดชะวิริยา
คือปัญญากล้า
เป็นเครื่องหาญกล้า
ทรงเครื่องประดับ
ดชากุญชร
ค่อยพิจารณา
ในพระหฤทัย
สรรพด้วยอาภรณ์ | อ้ายสามนายนี้
ฤทธิ์มีเกรียงไกร
เป็นยานบวร
สําหรับจะทรง
ละไว้ไม่ได้
เป็นเสี้ยนอารีย์
เคจะภาวนา
มันย่อมเบียดเบียน
ในพระจตุรา
ไตรลักษณ์สามองค์
ให้ตายให้เวียน
เกิดในโลกีย์
คือเห็นทุกขัง
อนิจจังไม่หลง
คณหาราคา
ภรรยามันมี
อนัต เปลดปลง
ไม่รักรูปกาย
มันย่อมเย้ายี
ตกแต่งกันมา
พิจารณาดังนี้
ถ้าฆ่าตัวนาย
คือตั้งพิธี
พินิจมุ่งหมาย
บ่าวไพร่ก็ตาย
ทั้งบุตรภรรยา
คิดดูฤกษ์วัน
เหยียบชั้นนับฉาย
การลงมื
คือพระจตุรา
ได้ดีจึงบ่าย
ขึ้นช้างฉัททันต์
แล้วพิจารณา
ไตรลักษณ์หลักไชย
พระหัตถ์ซ้ายขวา
ครั้นพิจารณาแล้ว
คือองค์สัทธา
ถือพระแสงขรรค์
พระทัยกล้าแกล้ว
ไม่มีห่วงใย
กล่าวคือปัญญา
ดั่งว่ามานั้น
ทรงพระโพชฌงค์
แต่งองค์ฉับไว
ท้ายช้างขยัน
คือพระจตุรา
จับพระขรรค์ไชย
ไล่นั่นฟันฆ่า
รบบาปภายใน
ฟินโลกตัวนาย
เหมือนดั่งคึกใหญ่
แห่งท้าวพระยา
ให้ตายฉิบหาย
ย่อยยับอัปรา
นักปราชญ์บัณฑิต
ให้พิจารณา
เขาสามนาย
ย่อมมีเดชา
เป็นเรื่องราวมา
ตามพระอริย์
โมโหตัวกล้า
ฆ่าเสียด้วยพลัน
ครั้นขึ้นช้างแล้ว
ครั้นฆ่าฟันแล้ว
พระทัยผ่องแผ้ว
ปลื้มด้วยบารมี
พระทัยผ่องแผ้ว
สินบาปอธรรม์
อดทนมั่นคง
คือทรงขันตี
เป็นสมุจเฉท
สิ้นกิเลสพลัน
ไคลเคลื่อนจากที่
ไสช้างออกไป
บ่ายช้างผายผัน
ข้ามพ้นกันดาร
บารมีทั้งหลาย
ดำเนินเรื่อย
เป็นหมวดเป็นนาย
เหมือนดั่งว่าไว้
พระทัย เฉื่อย
เข้าสู่นิพพาน
แห่แหนแวดล้อม
ป้องกันออกไป
ดับชาติชะรา
มรณากันดาร
โล่เขนหน้าไม้
ปืนไฟอาวุธ
พ้นทุกข์พ้นรำคาญ
ตามประเวณี
ทหารเลยงมา
สัปปุรุษทั้งหลาย
ออกขันอาสา
ไล่นั่นฟันฆ่า
เข้าต่อสัประยุทธ์
เร่งฟังอธิบาย
ตั้งใจยินดี
ด้วยศาสตราวุธ ·
ถ้าจะใคร่พ้น
จากโลกโลกีย์
รบ ง ต ด
ในกลางณรงค์
ทำเพียรอย่างนี้
อิงจะพ้นไกล
มันแตกมันตาย
อ่านต่อฉบับหน้า
ยังแต่ตัวนาย
ร้ายกวดยวดยง
เข้ารบหน้าช้าง
ท่ามกลางณรงค์
ครานั้นพระองค์
ทรงพระขรรค์ไชย
๗๘ กัลยา ณ มิตร