ข้อความต้นฉบับในหน้า
กนิษกะ
ได้ว่าบุคคลเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้แบบ คำสอน) (วิตรหวยาวรตนี) เนื่องจาก กล่าวมาทั้ง 5 ข้อข้างต้นนี้ ก็น่าจะ
รวม ๆ กันไป แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธ - ผู้เขียนเห็นว่านาคารชุนเป็นอาภิธรรมิกะ ทำให้สรุปได้ว่า นาคารชุน มีชีวิตอยู่
ประโยค ที่นำมาพิสูจน์ข้อที่ ๒ ได้ คนหนึ่ง ผู้เขียนจึงขอให้ข้อมูลทางตำนาน | ในรัชสมัยของกษัตริย์
อย่างข้อแรก ว่าเราจะรู้และเข้าใจว่า หรือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับช่วงเวลา หรืออาจจะหลังจากนั้นเล็กน้อย
บุคคลเป็นสิ่งที่ไม่จริงแบบเดียวกับที่ 1 ของท่านผู้ ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็น ช่วงแรกของคริสต์ศักราชที่
เราเกิดความรู้สึกขึ้นมาในใจเองว่า ช่วงเวลาที่ท่านมีผลงานสำคัญเกิดขึ้นดัง
ธรรมทั้งหลายเป็นความจริง เพราะ ต่อไปนี้
ฉะนั้น ผลก็คือ "-p>q”! กล่าวโดยย่อ
เถรวาทเป็นฝ่ายแพ้ เพราะไม่สามารถ
ทางจีน มีบันทึกชื่อ Fufa-ts'ang-
yin-yuan-chuan (บันทึกเรื่องประวัติ
ใช้เหตุผลทางตรรกวิทยาจำแนก การเผยแผ่พระธรรม รวบรวมในคริสต์
ความแตกต่างระหว่างภาวะของธรรม
ที่พิสูจน์ได้แบบรวม ๆ กันไปว่า
ประกอบด้วยขันธ์ ๕ และภาวะของ
บุคคลที่พิสูจน์ได้แบบอาศัยการสังเกต
มากกว่าอาศัยความรู้หรือเหตุผล
การแก้ปัญหาด้วยวิกาษวิธีของมัธยมกะ
ถึงแม้เราจะไม่ทราบช่วงเวลาที่
ศักราช ๔๗๒) ในรายชื่อคณะธรรมจาริก |
มีนาคารชุนเป็นพระธรรมจาริกอันดับที่ ๑๔
และอัศวโฆษะเป็นอันดับที่ ๑๒
- ในราชตรังคณี (ประวัติราชาแห่ง
กัษมีระ) ซึ่งกัลหณะ เป็นผู้ประพันธ์ใน
คริสต์ศักราชที่ ๑๒ กล่าวถึงนาคารชุนว่า
เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับกษัตริย์กนิษกะอย่างไร
ท่านส่วนจัง บันทึกไว้ตอนหนึ่ง
การทด
*
ร
ใน
อ่านต่อฉบับหน้า
ปฏิฐาน (Positave) คือสิ่งที่กล่าว
ได้เป็นเชิงยืนยัน สิ่งที่มีอยู่ตรง สิ่งที่
รู้ได้ ด้วยผัสสะว่ามีอยู่
อวสาน (Substratum) หมายถึง
สารปฐมภูมิ รองรับสิ่งที่บอกลักษณะ
ของสสารเช่นบอกสี น้ำหนัก รูปร่าง
องสารนั้น
*
ฯลฯ ของสารนัน
- วิภาษวิธี (Dialectic) หรือวาท
วิจารณ์ คือวิธีหาความรู้ของโซคราติส
ด้วยการเสนอความเห็นของฝ่าย
แน่นอนของนาคารชุนผู้คิดค้นวิภาษวิธี | ใน Hsi-yu-chi ว่านาคารชุนอยู่ในสมัย | ตรงกันข้าม แล้วไล่เสียงจนได้คำตอบ
แต่ก็พอจะประมาณ ได้ว่าเขามีชีวิต เดียวกับอัศวโฆษะ
หลังจากที่มีการรวบรวมกถาวัตถุได้
๓๐๐-๔๐๐
อัศวโฆษะ เป็นที่ปรึกษาที่
ปี ท่านผู้นี้มีผลงาน โปรดปรานผู้หนึ่งของกษัตริย์กุษาณะ
มากมายที่ควร แก่การศึกษา แต่เรา
จะหยิบยกมาพูด ถึงเพียง ๒ เล่ม
เท่านั้น เพื่อให้เข้าใจ เรื่องสุญญตา
และวิภาษวิธี ทั้งสองเล่มนี้ มีวิธีการ
และแนวการเขียนตลอดจนใช้
ประพันธ์ฉันทลักษณ์เหมือนกัน เล่ม
แรกก็คือ Treatise on the Middle
พร้อมด้วยวสุมิตร ผู้เป็นหัวหน้าสงฆ์รูป
หนึ่งของนิกายสรวาสติวาท ผู้นำรูปหนึ่ง
ในการประชุมสังคายนาพระพุทธศาสนา
ครั้งสำคัญครั้งที่ ที่กษัตริย์กนิษกะ
G
คำ | ทรงอุปถัมภ์อยู่ และเป็นบรรณาธิการ
ผู้หนึ่งในการจัดทำมหาวิภาษยศาสตร์
เอ.เบซัม กล่าวว่า รัชสมัย
ว่าด้วยการหมุนเวียนการโต้เถียง (เรื่อง ของกนิษกะเริ่มครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่
ที่ปรองดองกันได้ทั้งสองฝ่าย
through Versified Composition 9
นั่นก็คือคริสต์ศักราช
๗๘ ไม่ใช่
(Mulamadhyamaka-karika-sastra)
คริสต์ศักราช ๑๔๔
(คัมภีร์บทร้อยกรองว่าด้วยทางสาย
และอีกเล่มหนึ่งคือ (Treatise) on
หลักฐานข้อสุดท้าย นาคาร
กลาง หรือมูลมัธยมกะการิกาศาสตร์) | ขุนนำวิภาษวิธีมาใช้ในการแก้ปัญหาข้อ
Turning around (Doctrinal) Dis. ด้วยความคิดของบุคคลวาท ซึ่งไม่เป็นที่
putes (Vigrahavyartani) (คัมภีร์)
ยอมรับกันในสมัยนั้นตาม หลักฐานที่
โต้แย้งของสำนักอาภิธรรมิกะ ว่า
Kalyanamitra.org
* ล ย า ณ มิตร ๙๑