การเชื่อมโยงเหตุผลและการสื่อสาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 8 หน้า 90
หน้าที่ 90 / 124

สรุปเนื้อหา

อันเนื่องมาจากการเชื่อมโยงเหตุผล เป็นไปได้ที่เราจะโยงควันและไฟเข้าด้วยกัน การถกเถียงกันระหว่างคน ๒ กลุ่ม (วยาปติ) ที่แตกต่างกัน จะทำให้ ในสถานที่นั้น ๆ แต่ถ้าหากไปโยงกันใน ในกถาวัตถุ แต่ละกลุ่มมีปัญหาใน เกิดปัญหาในการสื่อสารอย่างเห็นได้ชัด สถานที่อื่น เช่น สระน้ำ คนฟังก็จะเกิด การให้เหตุผล คือไม่สามารถ ทั้ง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างพูดถึงคำ ๆ ความไม่แน่ใจว่า ไฟจะไหม้บริเวณสระน้ำ รักษากฎการสื่อสาร ๒ ข้อข้างต้นได้ เดียวกันโดยแท้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อคน ๒ คน ตั้งความคิดของตนไว้ก่อน แล้ว เชื่อมโยงเหตุผลที่แตกต่างกันไปตาม คน ๒ คน ดังต่อไปนี้ อิทธิพลวัฒนธรรมของตน การสื่อสาร ได้หรือไม่? จึงทำให้สมมติฐานที่ตั้งไว้ไม่สมเหตุ ผู้เขียนขอสรุปกฎการสื่อสารระหว่าง สมผล เริ่มต้นด้วยเถรวาท ไม่ การเชื่อมโยง คำ ๒ คำเข้า ระ

หัวข้อประเด็น

- การเชื่อมโยงเหตุผลและการสื่อสาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อันเนื่องมาจากการเชื่อมโยงเหตุผล เป็นไปได้ที่เราจะโยงควันและไฟเข้าด้วยกัน การถกเถียงกันระหว่างคน ๒ กลุ่ม (วยาปติ) ที่แตกต่างกัน จะทำให้ ในสถานที่นั้น ๆ แต่ถ้าหากไปโยงกันใน ในกถาวัตถุ แต่ละกลุ่มมีปัญหาใน เกิดปัญหาในการสื่อสารอย่างเห็นได้ชัด สถานที่อื่น เช่น สระน้ำ คนฟังก็จะเกิด การให้เหตุผล คือไม่สามารถ ทั้ง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างพูดถึงคำ ๆ ความไม่แน่ใจว่า ไฟจะไหม้บริเวณสระน้ำ รักษากฎการสื่อสาร ๒ ข้อข้างต้นได้ เดียวกันโดยแท้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อคน ๒ คน ตั้งความคิดของตนไว้ก่อน แล้ว เชื่อมโยงเหตุผลที่แตกต่างกันไปตาม คน ๒ คน ดังต่อไปนี้ อิทธิพลวัฒนธรรมของตน การสื่อสาร ได้หรือไม่? จึงทำให้สมมติฐานที่ตั้งไว้ไม่สมเหตุ ผู้เขียนขอสรุปกฎการสื่อสารระหว่าง สมผล เริ่มต้นด้วยเถรวาท ไม่ ๑. การเชื่อมโยง คำ ๒ คำเข้า ระหว่างกันก็จะต้องเกิดปัญหาขึ้น ด้วยกัน จะต้องเป็นการเชื่อมโยงสิ่งที่เรา อย่างแน่นอน กรณีความขัดแย้งระหว่าง เข้าใจกันดีอยู่แล้ว เช่น เมื่อพูดถึงควัน มุสลิม-ฮินดู ในอินเดีย หรือมุสลิม และไฟ เราก็รู้ว่าเราจะหาสองสิ่งนี้ได้ คริสเตียนในเลบานอน หรือปัญหา จากครัว เป็นต้น เชื้อชาติและศาสนาในไอร์แลนด์เหนือ รวมทั้งในโซเวียตรัสเซีย ก็เกิดมา จากการสื่อสารล้มเหลวนี้เช่นกัน ผู้เขียนมั่นใจว่าเราจะแก้ปัญหา ความขัดแย้งทั้งในสังคมของชาว พุทธ และไม่ใช่ของชาวพุทธได้ ด้วยการน่าเหตุผลของคู่ขัดแย้ง มาปรองดองกัน เช่นเดียวกับการ แก้ปัญหาด้วยการนำเหตุผลของ แต่ละฝ่ายมาอภิปรายกันนั่นเอง ขอย้อนกลับมาที่ปัญหาการ ให้เหตุผลในกถาวัตถุกันต่อไป n ยอมรับแนวความคิดของบุคคลวาท เรื่อง "บุคคล" (ตัวคน) ว่าเป็นสิ่ง ที่อยู่ในโลกก็ได้ เหนือโลกก็ได้ เถรวาท ยกข้อความมาแสดงประโยคดังต่อไปนี้ สิ่งใดก็ตาม (x) ที่เรารู้ว่ามี 6). อยู่จริงอย่างแท้จริง ๒. การเชื่อมโยงแบบปฏิเสธที่นำ - ประโยคนี้ เราจะเรียกว่าประโยค เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการสื่อสาร ไปสู่การขัดแย้ง เช่น ในที่ที่ไม่มีไฟ ซึ่งกันและกันระหว่างคน ๒ คน จะไม่มีควัน” ซึ่งเราจะต้องรู้เหมือน ๆ การเชื่อมโยงเหตุผลเข้ากับสรุปของ กันว่า เมื่อพูดถึงสิ่งของประเภทอื่น เช่น ฝ่ายหนึ่ง จะต้องเป็นที่ยอมรับของ สระน้ำ จะไม่มีทั้งควันและไฟในสถานที่ อีกฝ่ายหนึ่ง เช่น ถ้ามีผู้พยายาม แห่งนั้นแน่นอน บอกกับคนอื่น ๆ ว่า เกิดไฟไหม้บน กฎทั้ง ๒ ข้อจะช่วยป้องกันเราไม่ เขาไกล ๆ โน้น เขาก็จะต้องบอก ให้เกิดความเข้าใจผิดขณะมีการสื่อสารกัน ก่อนว่า มีควันไฟพวยพุ่งจากภูเขาลูกนั้น ถ้าหากการสื่อสารใด ๆ ไม่เป็นไปตามกฎทั้ง เนื่องจากทุกคนทราบดีแล้วว่า เมื่อมี ๒ ข้อนี้ ในที่นั้นก็จะเกิดความไม่เข้าใจ ควันก็ต้องมีไฟ คนฟังก็ต้องเข้าใจ กัน การถกเถียงกันระหว่างคน ๒ ฝ่าย เรื่องราวได้ทันทีว่า เกิดไฟไหม้บน ฝ่ายใดก็ตาม ที่ไม่สามารถรักษากฎทั้ง ๒ ภูเขาลูกนั้น ซึ่งก็หมายความว่า ข้อนี้ได้ เหตุผลของฝ่ายนั้นย่อมตกและ คนฟังสามารถวินิจฉัยได้ว่า มีทาง "p" ๒. เป็นสิ่งที่เรารู้ได้ อย่างเดียว กับที่เรารู้สิ่งที่มีอยู่จริงอย่างแท้จริง ประโยคนี้ เราจะเรียกว่าประโยค "q" ทั้ง ๒ ประโยคนี้ เถรวาท หมายถึงธรรมที่พิสูจน์ได้แบบรวม ๆ กันไป เช่น รูป เวทนา ฯลฯ ใน ขันธ์ ๕ โดยเชื่อว่าการแยกเป็น ๒ ข้อ จะทำให้แยกความจริงระหว่าง รูปธรรมกับบุคคลออกจากกันได้ รูปธรรมถือได้ว่า เป็นความจริงที่พิสูจน์ แบบรวม ๆ กันไป ส่วนบุคคลถือว่า เป็นความจริงที่แยกออกมาพิสูจน์ได้ จากนั้น เถรวาทจึงถามปัญหา บุคคลวาทว่า "เราจะรู้ "บุคคล" ในแง่ที่มัน เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงอย่างแท้จริงได้หรือ ไม่?” - บุคคลวาทยืนยันว่า “ได้” (เราจะเรียกว่าประโยคนี้ว่า "p") เถรวาทถามคำถามต่อไปว่า "เราจะรู้ "บุคคล" แบบเดียว พ่ายแพ้ไปในที่สุด ต่อไปนี้จะแสดง กับที่เรารู้สิ่งที่มีอยู่จริงอย่างแท้จริง (เช่น ๔๘ กัลยา ณ มิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More