การทำทานและการชักชวนผู้อื่น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 12 หน้า 25
หน้าที่ 25 / 112

สรุปเนื้อหา

เป็นกระแสพระดำรัสของพระบรม ได้โภคทรัพย์สมบัติ แต่ไม่ได้บริวาร อย่างขัดไม่ได้ ให้ของไปพอเป็นพิธี ศาสดา หยุดนั้นแหละถูกต้อง สมบัติ โดยการใช้นิ้ว ๓ นิ้ว คือนิ้วหัวแม่มือ บางคนไม่ทำทาน แต่ชักชวน นิ้วกลาง นิ้วชี้ หนีบข้าวสารหน่อย ล ร่องรอยความประสงค์ของทางพระ พุทธศาสนา แต่ถ้าพอหยุดได้แล้ว ผู้อื่น เขาย่อมได้บริวารสมบัติแต่ไม่ หนึ่งยื่นให้ แล้วใช้ นิ้วหนีบถั่ว ก็อย่าออกจากหยุดหนากลางของ ได้โภคสมบัติ กลางที่หยุดนั้นแหละ กลางของกลาง หนักเข้าไปอย่าถอยออก อีกหน่อยหนึ่งให้ แม้พวกเนยใส บางคนไม่ทำทาน และไม่ และน้ำอ้อยก็เอียงขวดให้หยุดลง ๒- ถ้าถอย ชักชวนผู้อื่นทำทาน เขาย่อมไม่ได้ หยดเท่านั้น อุบาสกรรมวัตถุทานที่คนอื่น ออกผิดความประสงค์ กลางของกลาง ทั้งโภคสมบัติและบริวารสมบัติ เข้าไปนั่นแหละตั้งแต่ต้นจนถึงพ

หัวข้อประเด็น

- การทำทานและการชักชวนผู้อื่น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นกระแสพระดำรัสของพระบรม ได้โภคทรัพย์สมบัติ แต่ไม่ได้บริวาร อย่างขัดไม่ได้ ให้ของไปพอเป็นพิธี ศาสดา หยุดนั้นแหละถูกต้อง สมบัติ ๓ โดยการใช้นิ้ว ๓ นิ้ว คือนิ้วหัวแม่มือ บางคนไม่ทำทาน แต่ชักชวน นิ้วกลาง นิ้วชี้ หนีบข้าวสารหน่อย ล ร่องรอยความประสงค์ของทางพระ พุทธศาสนา แต่ถ้าพอหยุดได้แล้ว ผู้อื่น เขาย่อมได้บริวารสมบัติแต่ไม่ หนึ่งยื่นให้ แล้วใช้ นิ้วหนีบถั่ว ก็อย่าออกจากหยุดหนากลางของ ได้โภคสมบัติ กลางที่หยุดนั้นแหละ กลางของกลาง หนักเข้าไปอย่าถอยออก อีกหน่อยหนึ่งให้ แม้พวกเนยใส บางคนไม่ทำทาน และไม่ และน้ำอ้อยก็เอียงขวดให้หยุดลง ๒- ถ้าถอย ชักชวนผู้อื่นทำทาน เขาย่อมไม่ได้ หยดเท่านั้น ๓ อุบาสกรรมวัตถุทานที่คนอื่น ออกผิดความประสงค์ กลางของกลาง ทั้งโภคสมบัติและบริวารสมบัติ เข้าไปนั่นแหละตั้งแต่ต้นจนถึงพระ บางคนให้ทานด้วยตน และ ให้มารวมกัน แต่แยกของที่เศรษฐี ชักชวนผู้อื่นด้วย เขาย่อมได้ทั้ง ทำเอาไว้ต่างหาก เศรษฐีสงสัยจึง เมื่อหยุดใจ คือเอาใจหยุด โภคสมบัติและบริวารสมบัติ ในที่ ๆ ให้คนใช้ที่สนิทไปถามดู อรหัต...” ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เรื่อยไป จนกระทั่งเข้าถึงกายธรรมอรหัต เป็น พระอรหันต์ ย่อมได้ชื่อว่า เป็นการ ละชั่วอย่างถาวร ซึ่งความชั่วไม่มี ทางที่จะเกิดขึ้นได้อีกเลยตลอดไป O ๏ ละชั่ว ละที่ไหน ละที่ใจ กายวาจา ละแล้ว ยิ่งเกิดปัญญา ยิ่งละหนา ยิ่งกำไร ละชั่ว ต้องละเป็น ละแล้วเย็น ในจิตใจ หยุดเข้าใน ใจใสเอย หยุดชั่ว หยุดใจไร้ ๒. กุสลสสูปสมฺปทา ความบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม อย่าดูถูกบุญว่าเล็กน้อย ท่านเคยเห็นคนทําบุญแบบ ไม่ค่อยเต็มใจไหม มิหนำซ้ำยังให้ เศษสตางค์มาอีก ท่านคิดว่าเขาจะ ได้บุญหรือไม่ ครั้งหนึ่ง ณ เชตวันมหา วิหาร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ แสดงอนุโมทนา แก่บรรดาผู้ถวาย ทานชาวสาวัตถี ความว่า "บุคคลบางคนในโลกนี้ได้ ทำทาน แต่ไม่ชักชวนผู้อื่น เขาย่อม พร้อม ตนเกิด.... อุบาสกบัณฑิต นำของที่ ครั้งนั้น มีบัณฑิตท่านหนึ่ง เศรษฐีทำบุญผสมลงในภาชนะทุก เมื่อได้ฟังดังนี้แล้ว จึงปรารถนาทั้ง ภาชนะที่มีของเหมือนกัน โภคสมบัติ และบริวารสมบัติ จึง กราบทูลพระบรมศาสดา ขออารา ธนาพระภิกษุสงฆ์ทั้งหมด มีพระ พุทธองค์เป็นประมุข เพื่อฉันภัตตา กล่าวว่า "ขออานิสงส์อันยิ่งใหญ่ จงมีแก่เศรษฐีเถิด” คนใช้ทราบ ความก็ไปบอกแก่เศรษฐี วันรุ่งขึ้น เศรษฐีตามบัณฑิตไปด้วย คิดใน หารในวันรุ่งขึ้น แล้วเที่ยวบอกบุญ ใจว่า "ถ้าอุบาสกว่าเราขี้เหนียว หรือ รวบรวมทรัพย์ และอาหารตาม ทำบุญน้อย เราจะฆ่ามัน” ศรัทธาของผู้ร่วมบุญ เมื่อถวายภัตตาหารเสร็จ เศรษฐีคนหนึ่ง เห็นบัณฑิต บัณฑิตผู้นี้ก็กราบทูลพระผู้มีพระภาค ผู้นั้นมายืนบอกบุญหน้าร้านค้าของ ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระ ตนนึกบ่นในใจว่า "เจ้าคนนี้ นิมนต์ องค์ทำทานในครั้งนี้ ได้มีมหาชน พระไม่รู้ประมาณ เลยต้องมาเที่ยว มากมายได้ร่วมทำบุญตามกำลังของ ชักชวนคนอื่นเขา” แล้วให้ของไป ตน ขอผลบุญอันไพศาลจงมีแก่พวก ธันวาคม ๒๕๓๔ กั ล ย า ณ ม ต ร 13
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More